Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65778)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งให้รับฎีกาไปโดยผิดหลง จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาเป็นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยโอนที่ดินของตนไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นการเบียดบังซ่อนเร้น ทำให้โจทก์เสียเปรียบและไม่สามารถบังคับคดีเอากับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้กำหนด 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 77) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีโจทก์ฎีกาว่าขอให้ศาลฎีกาไม่ให้รอการลงโทษแก่จำเลย จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจ ในการกำหนดโทษของศาล ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่าจำเลยไม่ผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงในคดีแพ่งแก่โจทก์ทั้งโอนทรัพย์สินของตนไปเป็นของบุคคลอื่น โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์ของจำเลยนั้น ก็เป็นเรื่องการผิดนัดไม่ชำระหนี้ในทางแพ่งไม่ได้เกี่ยวพันกับการกระทำความผิดในคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 70/2545นาง คูณนุช อินทรกำแหงโจทก์นาย กนต์ธี สุโธจำเลยนาง คูณนุช อินทรกำแหง โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.อ. ม. 219ความว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ฎีกาของโจทก์ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 จึงมีคำสั่งให้รับฎีกาไปโดยผิดหลง จึงให้เพิกถอนคำสั่งรับฎีกาเป็นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 โจทก์เห็นว่า ฎีกาของโจทก์ที่ว่า การที่จำเลยโอนที่ดินของตนไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้อื่น เป็นการเบียดบังซ่อนเร้น ทำให้โจทก์เสียเปรียบและไม่สามารถบังคับคดีเอากับจำเลยได้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 นั้น เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัย โปรดรับฎีกาของโจทก์ไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ จำเลยยังมิได้รับสำเนาคำร้อง

ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 6 เดือน ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้กำหนด 2 ปีนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 77) โจทก์จึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 86) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือนศาลอุทธรณ์ภาค 3

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปีโจทก์ฎีกาว่าขอให้ศาลฎีกาไม่ให้รอการลงโทษแก่จำเลย จึงเป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจ ในการกำหนดโทษของศาล ส่วนฎีกาของโจทก์ที่ว่าจำเลยไม่ผ่อนชำระหนี้ตามข้อตกลงในคดีแพ่งแก่โจทก์ทั้งโอนทรัพย์สินของตนไปเป็นของบุคคลอื่น โจทก์ไม่สามารถบังคับชำระหนี้เอาจากทรัพย์ของจำเลยนั้น ก็เป็นเรื่องการผิดนัดไม่ชำระหนี้ในทางแพ่งไม่ได้เกี่ยวพันกับการกระทำความผิดในคดีนี้ ฎีกาของโจทก์ดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้น จึงต้องห้ามมิให้ฎีกาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 219 ศาลชั้นต้นไม่รับฎีกาของโจทก์ชอบแล้ว

Matter details

Panel of judges
กุลพัชร์ อิทธิธรรมวินิจ · พูนศักดิ์ จงกลนี · สุพัฒน์ บุญยุบล
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4292/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังจำเลยแทนโทษจำคุกและศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน คดีจึงต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี ประกอบ พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง…

Supreme Court Judgment No. 781/2567

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองคนละ 1 เดือน 10 วัน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน มีกำหนด 1 เดือน 10 วัน ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เพียงแต่พิพากษาแก้ในส่วนกำหนดเวลาที่ให้พักใช้ใบอนุญาตขับขี่ขอ…

Supreme Court Judgment No. 3307/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน ศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขังแทน แต่ยังพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง คำพิพากษาศาลอุทธรณ์จึงเป็นพิพากษาแก…

Supreme Court Judgment No. 3277/2566

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีตาม ป.อ. มาตรา 279 วรรคสอง ลงโทษจำคุก 1 ปี 6 เดือน แต่ให้เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นส่งตัวจำเลยไปควบคุมเพื่อฝึกอบรมที่ศูนย์ฝึกและอ…

Supreme Court Judgment No. 1689/2566

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง, 365 (1) ประกอบมาตรา 362 และมาตรา 364 การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานบุกรุกโดยใช้กำลัง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up