Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65801)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่า คดีนี้จำเลยที่ 1มิได้วางเงินชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความในศาลชั้นต้น ซึ่งกำหนดให้เป็นค่าทนายความ 2,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 17 เมษายน 2540) มาจนถึงวันอุทธรณ์รวมเวลาแล้วประมาณ 4 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์คำพิพากษาที่จำเลยที่ 1 จำต้องวางต่อศาลตามกฎหมาย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาเป็นการมิชอบ ขอศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ด้วย หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ไม่แถลงคัดค้าน (อันดับ 114,115) ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และบริวารออกไปจากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 5234 เลขที่ดิน 71 หน้าสำรวจ 289 ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารเลขที่ 8/2 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกาจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งขายฝากและห้ามยุ่งเกี่ยวกับที่ดินและอาคารดังกล่าวของโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่ให้โจทก์เป็นเงินเดือนละ 1,000 บาท นับจากวันฟ้อง(วันที่ 17 เมษายน 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทอันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องเดือนละ 1,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง และไม่ปรากฏว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ได้รับการรับรองจากผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้หรือไม่ จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ (อันดับที่ 98) ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่ดินและอาคารพิพาทเป็นของโจทก์โดยจำเลยที่ 1 นำมาขายฝากโจทก์ไว้แล้วไม่ไถ่คืนภายในเวลากำหนด โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยที่ 1 อาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไปจึงฟ้องขับไล่ จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายฝากดังกล่าวเพื่ออำพรางนิติกรรมจำนอง ความจริงเป็นการจำนองที่ดินและอาคารพิพาทกัน เท่ากับจำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่าที่ดินและอาคารพิพาทยังเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เพียงแต่นำไปจำนองโจทก์ไว้เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น จึงเป็นการต่อสู้กรรมสิทธิ์ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และศาลชั้นต้นตีราคาที่ดินพิพาทมาแล้วว่ามีราคา 6,000,000 บาท เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ คดีนี้ก็ยังเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์หรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกินห้าหมื่นบาท ไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป โจทก์จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้ (อันดับ 111) คำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 กรณีนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้เป็นที่สุดโดยไม่อาจฎีกาต่อไปได้อีก สำหรับปัญหาว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ไม่วางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนให้ครบถ้วน จะเป็นอุทธรณ์ที่ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 96/2545นาย สิทธิชัย ภมรวิสิฐโจทก์นาย พรพิทักษ์ สมบูรณ์ทรัพย์ กับพวกจำเลยนาย สิทธิชัย ภมรวิสิฐ โจทก์ผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 236ความว่า

โจทก์ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 7 ว่า คดีนี้จำเลยที่ 1มิได้วางเงินชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียม และค่าทนายความในศาลชั้นต้น ซึ่งกำหนดให้เป็นค่าทนายความ 2,000 บาท และค่าเสียหายอีกเดือนละ 1,000 บาท นับแต่วันฟ้อง(วันที่ 17 เมษายน 2540) มาจนถึงวันอุทธรณ์รวมเวลาแล้วประมาณ 4 ปี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของค่าฤชาธรรมเนียมในการอุทธรณ์คำพิพากษาที่จำเลยที่ 1 จำต้องวางต่อศาลตามกฎหมาย คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ให้ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไว้พิจารณาเป็นการมิชอบ ขอศาลฎีกาโปรดมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ด้วย หมายเหตุ จำเลยที่ 1 ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว ไม่แถลงคัดค้าน (อันดับ 114,115)

ระหว่างพิจารณา โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 และบริวารออกไปจากที่ดินตามโฉนดที่ดินเลขที่ 5234 เลขที่ดิน 71 หน้าสำรวจ 289 ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรีและขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากอาคารเลขที่ 8/2 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าไม้ อำเภอท่ามะกาจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งขายฝากและห้ามยุ่งเกี่ยวกับที่ดินและอาคารดังกล่าวของโจทก์ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าเสียหายแก่ให้โจทก์เป็นเงินเดือนละ 1,000 บาท นับจากวันฟ้อง(วันที่ 17 เมษายน 2540) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 อุทธรณ์

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองออกจากที่พิพาทอันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นฟ้องเดือนละ 1,000 บาทจึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 224 วรรคสอง และไม่ปรากฏว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ได้รับการรับรองจากผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นว่ามีเหตุอันควรอุทธรณ์ได้หรือไม่ จึงไม่รับอุทธรณ์ จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์ (อันดับที่ 98) ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าที่ดินและอาคารพิพาทเป็นของโจทก์โดยจำเลยที่ 1 นำมาขายฝากโจทก์ไว้แล้วไม่ไถ่คืนภายในเวลากำหนด โจทก์ไม่ประสงค์จะให้จำเลยที่ 1 อาศัยอยู่ในที่ดินพิพาทต่อไปจึงฟ้องขับไล่

จำเลยที่ 1 ให้การว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาขายฝากดังกล่าวเพื่ออำพรางนิติกรรมจำนอง ความจริงเป็นการจำนองที่ดินและอาคารพิพาทกัน เท่ากับจำเลยที่ 1 ให้การต่อสู้ว่าที่ดินและอาคารพิพาทยังเป็นของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 เพียงแต่นำไปจำนองโจทก์ไว้เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เท่านั้น จึงเป็นการต่อสู้กรรมสิทธิ์ เป็นคดีมีทุนทรัพย์ และศาลชั้นต้นตีราคาที่ดินพิพาทมาแล้วว่ามีราคา 6,000,000 บาท เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ คดีนี้ก็ยังเป็นคดีที่มีราคาทรัพย์หรือจำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นอุทธรณ์เกินห้าหมื่นบาท ไม่ต้องห้ามมิให้คู่ความอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224 วรรคหนึ่ง

จำเลยที่ 1 จึงอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ไว้และให้ศาลชั้นต้นดำเนินการต่อไป โจทก์จึงยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งนี้ (อันดับ 111) คำสั่ง คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 7 ที่ให้รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 กรณีนี้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 236 วรรคหนึ่ง บัญญัติให้เป็นที่สุดโดยไม่อาจฎีกาต่อไปได้อีก สำหรับปัญหาว่าอุทธรณ์ของจำเลยที่ 1 ที่ไม่วางค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนให้ครบถ้วน จะเป็นอุทธรณ์ที่ชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายเป็นเรื่องที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 จะได้พิจารณาพิพากษาต่อไป จึงให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ

Matter details

Panel of judges
โนรี จันทร์ทร · พินิจ เพชรรุ่ง · พิชิต คำแฝง
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8717/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งให้ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของจำเลย เท่ากับศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ กรณีเช่นนี้คำส…

Supreme Court Judgment No. 4439/2558

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าว ศาลอุทธรณ์ภาค 2 มีคำสั่งยืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ คำสั่งของศาลอุทธรณ์ภาค 2 จึงเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236…

Supreme Court Judgment No. 1582/2556

คำสั่งศาลอุทธรณ์ภาค 5 อันจะเป็นที่สุดตาม ป.วิ.พ. มาตรา 236 นั้น หมายความว่า คำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย คดีนี้เป็นคดีมีทุนทรัพย์ตามราคาที่ฝากขาย คือ 150,000 บาท เมื่อโจทก์ยื่นอุทธรณ์ ศาลชั…

Supreme Court Judgment No. 2476/2554

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยฉบับลงวันที่ 30 กรกฎาคม 2551 ต่อมาวันที่ 4 สิงหาคม 2551 ซึ่งยังอยู่ในกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ขยาย จำเลยได้ยื่นอุทธรณ์ฉบับ…

Supreme Court Judgment No. 1046/2554

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2548 จำเลยยื่นอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ เนื่องจากยื่นเกินกำหนดที่ศาลอนุญาต คือวันที่ 19 ธันวาคม 2548 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้จำเลยนำเงินค่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up