Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65806)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า คดีของจำเลยมีเหตุผลเพียงพอที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ไม่รับฎีกาของจำเลยตามคำร้องของจำเลย ฉบับลงวันที่ 26 กันยายน2544 เพราะฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งการฎีกาคำสั่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดให้จำเลยต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมฎีกา และจำเลยได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาถูกต้องตามตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว จึงมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่รับฎีกาของจำเลย โปรดมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวของจำเลยใหม่ หรือมีคำสั่งใหม่ต่อไปตามรูปคดี หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ในวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและให้งดสืบพยานจำเลย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 895,244.29 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 771,543.49 บาท นับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระหนี้ หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4887 ตำบลลาดพร้าว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบหากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย เนื่องจากจำเลยไม่นำค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมฎีกา จึงไม่ชอบไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง (อันดับ 72) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 73) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาวันที่ 17 กันยายน 2544 ต่อมาวันที่ 26 กันยายน 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมจากไม่รับฎีกาเป็นรับฎีกา วันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 15 ตุลาคม2544 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2544 ว่า กรณีมีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมเป็นรับฎีกา เห็นว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยดังกล่าว แม้อ้างว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมเป็นรับฎีกา แต่โดยเนื้อหาเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยนั่นเอง การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกานั้น จำเลยต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาวันที่ 17 กันยายน2544 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2544 เป็นการยื่นเกินกว่าสิบห้าวัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องส่วนที่เกิน 40 บาท แก่จำเลย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 106/2545ธนาคาร ออมสินโจทก์นาย สิทธิศักดิ์ พืชพันธ์จำเลยนาย สิทธิศักดิ์ พืชพันธ์ จำเลยผู้ยื่นคำร้อง ป.วิ.พ. ม. 234, ม. 247ความว่า คดีของจำเลยมีเหตุผลเพียงพอที่ศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งให้เพิกถอนหรือเปลี่ยนแปลงคำสั่งที่ไม่รับฎีกาของจำเลยตามคำร้องของจำเลย ฉบับลงวันที่ 26 กันยายน2544 เพราะฎีกาของจำเลยเป็นการฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา ซึ่งการฎีกาคำสั่งดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่มีบทบัญญัติใดกำหนดให้จำเลยต้องนำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมฎีกา และจำเลยได้ชำระค่าขึ้นศาลชั้นฎีกาถูกต้องตามตารางท้ายประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งแล้ว จึงมีเหตุต้องเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมที่ไม่รับฎีกาของจำเลย

โปรดมีคำสั่งให้เพิกถอนคำสั่งของศาลชั้นต้น โดยให้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งในคำร้องดังกล่าวของจำเลยใหม่ หรือมีคำสั่งใหม่ต่อไปตามรูปคดี หมายเหตุ โจทก์ยังไม่ได้รับสำเนาคำร้อง ในวันนัดสืบพยานจำเลย ทนายจำเลยยื่นคำร้องขอเลื่อนคดี ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตและให้งดสืบพยานจำเลย

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์จำนวน 895,244.29 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 771,543.49 บาท นับแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 2541 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระหนี้ หรือชำระหนี้ไม่ครบถ้วน ให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4887 ตำบลลาดพร้าว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบหากได้เงินไม่พอชำระหนี้ ให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบ

จำเลยอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่อนุญาตให้เลื่อนคดี

ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกอุทธรณ์ของจำเลย เนื่องจากจำเลยไม่นำค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมอุทธรณ์ คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลย ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าจำเลยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์ตามคำพิพากษามาวางศาลพร้อมฎีกา จึงไม่ชอบไม่รับฎีกาของจำเลย จำเลยยื่นคำร้องขอให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมและมีคำสั่งรับฎีกาของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม ยกคำร้อง (อันดับ 72) จำเลยยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 73) คำสั่ง

พิเคราะห์แล้ว คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาวันที่ 17 กันยายน 2544 ต่อมาวันที่ 26 กันยายน 2544 จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมจากไม่รับฎีกาเป็นรับฎีกา วันเดียวกันศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ต่อมาวันที่ 15 ตุลาคม2544 จำเลยอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2544 ว่า กรณีมีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมเป็นรับฎีกา เห็นว่า อุทธรณ์คำสั่งของจำเลยดังกล่าว แม้อ้างว่าเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ยกคำร้องขอให้เปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมเป็นรับฎีกา แต่โดยเนื้อหาเป็นการอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกาของจำเลยนั่นเอง การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกานั้น จำเลยต้องยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 แต่คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกาวันที่ 17 กันยายน2544 จำเลยยื่นอุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2544 เป็นการยื่นเกินกว่าสิบห้าวัน นับแต่วันที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับฎีกา จึงไม่ชอบด้วยบทบัญญัติดังกล่าว ให้ยกคำร้อง คืนค่าคำร้องส่วนที่เกิน 40 บาท แก่จำเลย

Matter details

Panel of judges
ชัช ชลวร · อรพิทน์ เศรษฐมานิต · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 18325/2556

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ขยายระยะเวลาวางเงินและมีคำสั่งไม่รับฎีกาของจำเลยในคราวเดียวกัน จำเลยจะต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับฎีกามายังศาลฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ด้วย ทั้งต้องนำเ…

Supreme Court Judgment No. 5499/2550

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์คำสั่งของจำเลยที่ 1 ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 232 ทางแก้ของจำเลยที่ 1 คือต้องยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นไปยังศาลอุทธรณ์ และนำค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวงมาวางศาลและนำเงินมาชำ…

Supreme Court Judgment No. 6941/2549

จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นโดยมิได้นำเงินค่าธรรมเนียมซึ่งจะต้องใช้แก่โจทก์มาวางศาล ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำสั่ง…

Supreme Court Judgment No. 2477/2548

ศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำสั่งยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งไม่รับอุทธรณ์ของจำเลยโดยเห็นว่าจำเลยยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งโดยไม่ได้นำเงินมาชำระตามคำพิพากษาหรือหาประกันให้ไว้ต่อศาลชั้นต้น เป็นการไม่ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. มา…

Supreme Court Judgment No. 45/2548

การอุทธรณ์คำสั่งไม่รับฎีกาตาม ป.วิ.พ. มาตรา 252 ต้องปฏิบัติตามมาตรา 234 ประกอบมาตรา 247 คือนอกจากเสียค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกา และนำค่าธรรมเนียมทั้งปวงที่ต้องชดใช้ตามมาตรา 229 มาวางศาลแล้ว จะต้องนำเงินม…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up