Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2545 (ref. 65844)

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความว่า จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในสำนวน ข้อ 2.2 ที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 51 ที่ไม่แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยข้อ 2.3 การแปลความคำว่านายจ้าง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ และข้อ 2.4 การที่นางสาวพรรณี พูดว่า ให้ออกไปเลยในวันนี้ เป็นการโต้เถียงเพียงว่าคำพูดดังกล่าวยังแปลความไม่ถึงขั้นเป็นการพูดไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไปได้นั้น ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44) ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 10,000 บาท และชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 15,667 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 25 เมษายน 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ชำระค่าจ้างจำนวน 4,667 บาท และค่าชดเชยจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 25 เมษายน 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 39) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40) คำสั่ง พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า นางสาวพรรณีวนาสุขพันธ์เป็นเพียงผู้จัดการฝ่ายการตลาดของจำเลยเท่านั้น แต่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่านางสาวพรรณีเลิกจ้างโจทก์โดยกระทำในฐานะตัวแทนของจำเลย เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนหรือไม่ก็ดี ข้อ 2.2 ที่ว่า เมื่อศาลแรงงานกลางไม่ได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยว่า เหตุใดจึงเห็นว่านางสาวพรรณีกระทำในฐานะตัวแทนของจำเลย คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวชอบด้วยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 51 หรือไม่ก็ดี ข้อ 2.3 ที่ว่า เมื่อนางสาวพรรณีเป็นเพียงผู้จัดการฝ่ายการตลาดของจำเลย ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยและไม่ปรากฏว่าได้รับมอบหมายอย่างชัดแจ้งจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยให้เลิกจ้างพนักงานหรือลูกจ้างของจำเลยรวมทั้งโจทก์ นางสาวพรรณีจะมีอำนาจเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ก็ดี และข้อ 2.4 ที่ว่า คำพูดของนางสาวพรรณี ที่พูดกับโจทก์ว่า ให้ออกไปเลยในวันนี้ เมื่อพิจารณาประกอบกับเอกสารหมาย จ.1 ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางจะถือได้หรือไม่ว่า เป็นการบอกเลิกจ้างโจทก์แล้วก็ดี ล้วนเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายทั้งสิ้น ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นอุทธรณ์เกี่ยวเนื่องกับอุทธรณ์ในข้อ 2.1 ถึง 2.4 จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายเช่นเดียวกันให้รับอุทธรณ์ทุกข้อของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

Provisions the court ruled on

พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 Section 54

คำฟ้องและคำให้การ

ดูฉบับย่อฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมายคำสั่งคำร้องที่ 250/2545นางสาว พรัศมล ไกรอาบโจทก์บริษัท วนาลี จำกัดจำเลยบริษัท วนาลี จำกัด จำเลยผู้ยื่นคำร้อง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม. 54ความว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งว่า อุทธรณ์จำเลยเป็นอุทธรณ์ในข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงานพ.ศ. 2522 มาตรา 54 จึงไม่รับอุทธรณ์จำเลย จำเลยเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่าศาลแรงงานกลางวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือไปจากที่ปรากฏในสำนวน ข้อ 2.2 ที่ว่า คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางฝ่าฝืนบทบัญญัติ มาตรา 51 ที่ไม่แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยข้อ 2.3 การแปลความคำว่านายจ้าง ที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยแตกต่างไปจากที่กฎหมายกำหนดไว้ และข้อ 2.4 การที่นางสาวพรรณี พูดว่า ให้ออกไปเลยในวันนี้ เป็นการโต้เถียงเพียงว่าคำพูดดังกล่าวยังแปลความไม่ถึงขั้นเป็นการพูดไม่ให้โจทก์ทำงานต่อไปได้นั้น ล้วนแต่เป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายทั้งสิ้น โปรดรับอุทธรณ์ของจำเลยทุกข้อไว้พิจารณาต่อไป หมายเหตุ โจทก์ได้รับสำเนาคำร้องแล้ว (อันดับ 44)

ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายจำนวน 10,000 บาท และชำระสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 15,667 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 25 เมษายน 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ชำระค่าจ้างจำนวน 4,667 บาท และค่าชดเชยจำนวน 30,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงินแต่ละจำนวนดังกล่าว นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 25 เมษายน 2544) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์

จำเลยอุทธรณ์

ศาลแรงงานกลางมีคำสั่งไม่รับดังกล่าว (อันดับ 39) จำเลยจึงยื่นคำร้องนี้ (อันดับ 40) คำสั่ง

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว อุทธรณ์ของจำเลยข้อ 2.1 ที่ว่า นางสาวพรรณีวนาสุขพันธ์เป็นเพียงผู้จัดการฝ่ายการตลาดของจำเลยเท่านั้น แต่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่านางสาวพรรณีเลิกจ้างโจทก์โดยกระทำในฐานะตัวแทนของจำเลย เป็นการวินิจฉัยชี้ขาดตัดสินคดีนอกเหนือไปจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนหรือไม่ก็ดี ข้อ 2.2 ที่ว่า เมื่อศาลแรงงานกลางไม่ได้แสดงเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยว่า เหตุใดจึงเห็นว่านางสาวพรรณีกระทำในฐานะตัวแทนของจำเลย คำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางดังกล่าวชอบด้วยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. 2522มาตรา 51 หรือไม่ก็ดี ข้อ 2.3 ที่ว่า เมื่อนางสาวพรรณีเป็นเพียงผู้จัดการฝ่ายการตลาดของจำเลย ไม่ใช่กรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยและไม่ปรากฏว่าได้รับมอบหมายอย่างชัดแจ้งจากผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยให้เลิกจ้างพนักงานหรือลูกจ้างของจำเลยรวมทั้งโจทก์

นางสาวพรรณีจะมีอำนาจเลิกจ้างโจทก์หรือไม่ก็ดี และข้อ 2.4 ที่ว่า คำพูดของนางสาวพรรณี ที่พูดกับโจทก์ว่า ให้ออกไปเลยในวันนี้ เมื่อพิจารณาประกอบกับเอกสารหมาย จ.1 ตามคำวินิจฉัยของศาลแรงงานกลางจะถือได้หรือไม่ว่า เป็นการบอกเลิกจ้างโจทก์แล้วก็ดี ล้วนเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายทั้งสิ้น ส่วนอุทธรณ์ข้อ 3 เป็นอุทธรณ์เกี่ยวเนื่องกับอุทธรณ์ในข้อ 2.1 ถึง 2.4 จึงเป็นอุทธรณ์ในข้อกฎหมายเช่นเดียวกันให้รับอุทธรณ์ทุกข้อของจำเลยไว้ดำเนินการต่อไป

Matter details

Panel of judges
หัสดี ไกรทองสุก · กมล เพียรพิทักษ์ · วิธวิทย์ หิรัญรุจิพงศ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 757/2567

เงินทดแทนค่าบริการทางการแพทย์ที่โจทก์เรียกร้องจากจำเลยที่ 1 เป็นหนี้เงินอย่างหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัดให้แก่โจทก์ ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า "ถ้าหนี้…

Supreme Court Judgment No. 6067/2567

แม้คดีนี้จำเลยจะให้การต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้องไว้ในคำให้การเพียงประการเดียวว่า โจทก์ยื่นคำฟ้องเกินระยะเวลาที่ พ.ร.บ.เงินทดแทน พ.ศ. 2537 กำหนดไว้ โดยมิได้ให้การต่อสู้ไว้ด้วยว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเนื่องจา…

Supreme Court Judgment No. 3529/2565

การนำบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดมาใช้บังคับแก่คดี เป็นปัญหาข้อกฎหมายสำคัญที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษควรวินิจฉัยให้ เมื่อคดีขึ้นสู่ศาลฎีกาโดยมีข้อเท็จจริงเพียงพอที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในปัญหาตามอุทธรณ์ของโจทก์ดั…

Supreme Court Judgment No. 3100/2563

ในการพิจารณาพิพากษาคดีของศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษจะต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยมาตาม พ.ร.บ.จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 มาตรา 56 วรรคสอง คดีนี้ข้อเท็จจริงได้ความ…

Supreme Court Judgment No. 643/2563

จำเลยกับผู้เสียหายที่ 2 อยู่กินฉันสามีภริยาและมีบุตรด้วยกัน เพิ่งเลิกคบหากันก่อนเกิดเหตุเพียงหนึ่งเดือน ความสัมพันธ์ยังคงมีอยู่ไม่ถึงกับตัดขาดทีเดียว การที่จำเลยขับรถจักรยานยนต์ตามหาผู้เสียหายที่ 2 ใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up