Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6604/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้คัดค้านรับโอนหุ้นบริษัทค. จำนวน12,000หุ้นจากจำเลยที่2โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนแม้เป็นการโอนในระหว่างระยะเวลา3ปีก่อนมีการขอให้จำเลยที่2ล้มละลายเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็ไม่อาจร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมโอนขายหุ้นระหว่างจำเลยที่2กับผู้คัดค้านได้ คดีในชั้นนี้ผู้ร้องในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นคู่ความเองจึงไม่ชอบที่ศาลอุทธรณ์จะให้ผู้ร้องเป็นผู้กำหนดค่าทนายความใช้แทนให้แก่อีกฝ่ายปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องจากโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2529

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยที่ 2 เด็ดขาดเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2529 และพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลายเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2530 ขณะนี้จำเลยที่ 2ยังไม่พ้นภาวะล้มละลายผู้ร้องยื่นคำร้องว่า เดิมจำเลยที่ 2 เป็นผู้ถือหุ้นบริษัทเครือพญาไทเอ๊กซเรย์ จำกัด จำนวน 12,000 หุ้น มูลค่าหุ้นละ100 บาท ต่อมาเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2528 จำเลยที่ 2 ได้โอนขายหุ้นจำนวน 9,000 หุ้น ให้แก่ผู้คัดค้านในราคาหุ้นละ100 บาท และเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2529 จำเลยที่ 2 ได้โอนขายหุ้นจำนวน 3,000 หุ้น ในราคา 200,000 บาท ให้แก่ผู้คัดค้านเพื่อเป็นการชำระหนี้เงินกู้ โดยผู้คัดค้านรับโอนไว้โดยไม่สุจริต และมีค่าตอบแทนต่ำกว่าราคาซื้อขายกันจริงและเป็นการกระทำในระหว่างระยะเวลา 3 ปี

ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนการโอนหุ้นบริษัทเครือพญาไทเอ็กซเรย์ จำกัด จำนวน 12,000 หุ้น ระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483มาตรา 114 ให้กลับคืนสู่ฐานะเดิม หากไม่โอนคืนให้ถือเอาคำสั่งของศาลแทนการแสดงเจตนาการโอน ถ้าไม่สามารถคืนสู่ฐานะเดิมได้ให้ผู้คัดค้านชดใช้ราคาหุ้นแทนเป็นเงิน1,200,000 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่ผู้ร้องผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า จำเลยที่ 2 ไม่ใช่เจ้าของหุ้นที่โอนเจ้าของหุ้นที่แท้จริงคือจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 เป็นเพียงผู้ถือหุ้นแทนเท่านั้นผู้คัดค้านได้รับโอนหุ้นจำนวน 12,000 หุ้นมาโดยสุจริตและมีค่าตอบแทนในราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคาซื้อขายกันจริงจำเลยที่ 2 หาได้มีหนี้สินล้นพ้นตัวไม่

ขอให้ยกคำร้องศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของผู้ร้องให้ผู้ร้องใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนผู้คัดค้าน โดยกำหนดค่าทนายความให้2,000 บาทผู้ร้อง และ จำเลย ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยในส่วนอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ไม่มีอำนาจอุทธรณ์ แต่เป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 22(3) เท่านั้นให้ยกอุทธรณ์ของจำเลยที่ 2 คืนค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยที่ 2 ส่วนอุทธรณ์ของผู้ร้อง พิพากษายืน ให้ผู้ร้องกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ผู้คัดค้านตามที่เห็นสมควร โดยให้หักจากกองทรัพย์สินของจำเลยที่ 2ผู้ร้อง ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงรับฟังได้เป็นยุติว่า เมื่อวันที30 ธันวาคม 2527 บริษัทเครือพญาไทเอ็กซเรย์

จำกัด ได้ว่าจ้างจำเลยที่ 1 ปลูกสร้างอาคารศูนย์เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 6 หลังรวมเป็นเงิน 18,270,000 บาท จำเลยที่ 2 ได้ซื้อหุ้นของบริษัทเครือพญาไทเอ็กซเรย์ จำกัด 12,000 หุ้น ราคาหุ้นละ 100 บาทเป็นเงิน 1,200,000 บาท ต่อมาวันที่ 14 สิงหาคม 2528 และวันที่1 พฤษภาคม 2529 จำเลยที่ 2 ได้โอนขายหุ้นทั้ง 12,000 หุ้นให้แก่ผู้คัดค้านและโจทก์ได้ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสองล้มละลายเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2529 ซึ่งเป็นการโอนในระหว่างระยะเวลา 3 ปี ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลายมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้ร้องว่า ผู้ร้องจะขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมการโอนขายหุ้นระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านได้หรือไม่

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงฟังได้ว่า ผู้คัดค้านรับโอนหุ้นบริษัทเครือพญาไทเอ็กซเรย์ จำกัด จำนวน 12,000 หุ้นจากจำเลยที่ 2 โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนผู้ร้องจึงไม่อาจร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมโอนขายหุ้นระหว่างจำเลยที่ 2 กับผู้คัดค้านได้ แต่ที่ศาลอุทธรณ์ให้ผู้ร้องกำหนดค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ให้ผู้คัดค้านนั้น เห็นว่า คดีในชั้นนี้ผู้ร้องในฐานะเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นคู่ความเอง จึงไม่ชอบที่จะให้ผู้ร้องเป็นผู้กำหนดค่าทนายความใช้แทนให้แก่อีกฝ่าย ปัญหาข้อนี้เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์และชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อร่าม หุตางกูร · สมาน เวทวินิจ · ไพศาล รางชางกูร
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 14860/2558

ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ.2483 มาตรา 114 ถ้านิติกรรมที่ขอเพิกถอนการฉ้อฉลตามมาตรา 113 นั้น เกิดขึ้นภายในระยะเวลาหนึ่งปีก่อนมีการขอให้ล้มละลายและภายหลังนั้น หรือเป็นการทำให้โดยเสน่หาหรือเป็นการที่ลูกหนี้ได…

Supreme Court Judgment No. 19883/2555

การเพิกถอนการฉ้อฉลตาม ป.พ.พ. มาตรา 237 เป็นเรื่องที่กฎหมายให้สิทธิแก่เจ้าหนี้ที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมอันลูกหนี้ได้กระทำกับผู้ได้ลาภงอก แต่เมื่อลูกหนี้ถูกพิทักษ์ทรัพย์แล้ว ตาม พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.…

Supreme Court Judgment No. 5400/2550

การโอนทรัพย์พิพาทเป็นนิติกรรมที่กระทำภายในระยะเวลา 1 ปี ก่อนมีการขอให้จำเลยที่ 2 ล้มละลาย ทั้งเป็นการโอนโดยไม่มีค่าตอบแทนอันเป็นการให้โดยเสน่หา ซึ่งตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 113 ประกอบมาตรา 114 ให้สัน…

Supreme Court Judgment No. 6514/2550

เจ้าหนี้ทราบถึงเหตุแห่งการเพิกถอนการโอนเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2544 และการร้องขอให้เพิกถอนการโอนต้องนับถึงวันที่ยื่นคำร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 240 เมื่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกา…

Supreme Court Judgment No. 6448/2550

เมื่อข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้รับโอนได้รับโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างพิพาทจากลูกหนี้ที่ 1 โดยสุจริตและมีค่าตอบแทน ผู้ร้องจึงร้องขอให้เพิกถอนการโอนได้ ตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ มาตรา 114 (เดิม) และการที่ต่อ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up