Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 665/2531

พ.ศ. 2531 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ผู้ร้องรับโอนรถยนต์ของกลางหลังจากที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบแล้วผู้ร้องไม่ได้กรรมสิทธิ์ ดังนี้ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอคืนของกลางนั้นได้.(ที่มา-ส่งเสริม)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

กรณีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ และให้ริบรถยนต์บรรทุก หมายเลขทะเบียน 80-7640 ขอนแก่นและรถยนต์บรรทุกหมายเลขทะเบียน 80-3323เพชรบุรี ผู้ร้องที่ 1 และผู้ร้องที่ 2 ยื่นคำร้องขอคืนรถยนต์ของกลางทั้งสองคัน โดยอ้างว่าผู้ร้องทั้งสองมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด โจทก์คัดค้านว่า ผู้ร้องที่ 1 ไม่มีอำนาจร้องขอคืนของกลางเพราะมิใช่เจ้าของส่วนผู้ร้องที่ 2 มีส่วนรู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำผิด ศาลชั้นต้นยกคำร้องของผู้ร้องที่ 1 และให้คืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องที่ 2 ผู้ร้องที่ 1 อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า '...ที่ผู้ร้องที่ 1 ฎีกาว่า ขณะเกิดเหตุกระทำผิดในคดีนี้ผู้ร้องที่ 1 ได้ชำระค่าเช่าซื้อไปแล้ว 22งวด คงเหลือค่าเช่าซื้อที่ต้องชำระเพียง 2 งวด และตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 หาได้บัญญัติว่า ผู้ที่จะขอให้ศาลสั่งคืนจะต้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินของกลางในขณะที่มีการกระทำผิดเกิดขึ้นไม่ ผู้ร้องที่ 1 เพิ่งมาจดทะเบียนโอนชื่อเป็นเจ้าของเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2529 และมิได้รู้เห็นเป็นใจในการกระทำผิด ขอให้สั่งคืนรถยนต์ของกลางแก่ผู้ร้องนั้น ข้อเท็จจริงตามที่ผู้ร้องที่ 1 นำสืบฟังได้ว่าขณะที่ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้ริบรถยนต์บรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 80-7640 ขอนแก่น กรรมสิทธิ์ในรถยนต์คันดังกล่าวยังเป็นของบริษัทสยามนิสสันดีเซล เซลส์ จำกัด และผู้ร้องที่ 1 รับโอนรถยนนต์คันดังกล่าวหลังจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้ริบแล้ว

ศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 36 ผู้ที่จะมีสิทธิยื่นคำร้องขอคืนทรัพย์สินที่ศาลสั่งริบต้องเป็นเจ้าของที่แท้จริงในทรัพย์สินนั้น ผู้ร้องที่ 1 เป็นผู้เช่าซื้อไม่ใช่เจ้าของอันแท้จริง และเพิ่งจะได้รับโอนรถยนต์มาหลังจากศาลพิพากษาให้ริบแล้ว ผู้ร้องที่ 1 จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ไม่มีสิทธิขอให้ศาลสั่งคืนรถยนต์ที่ถูกริบ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ฎีกาผู้ร้องที่ 1 ฟังไม่ขึ้น'

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
สุทิน นนทแก้ว · เสรี แสงศิลป์ · อากาศ บำรุงชีพ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 908/2568

โจทก์มิได้ปฏิบัติเกี่ยวกับการยื่นคำร้องขอให้สั่งริบทรัพย์สินของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 35 วรรคสอง โดยครบถ้วนจึงไม่อาจนำบทบัญญัติเรื่องการคืนทรัพย์สินตามความในมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 2311/2567

การร้องขอคืนของกลางตามที่บัญญัติไว้ใน ป.อ. มาตรา 36 นั้น เจ้าของที่แท้จริงซึ่งมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดย่อมมีสิทธิร้องขอคืนของกลางต่อศาลได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งคำว…

Supreme Court Judgment No. 403/2563

ที่ผู้ร้องฎีกาทำนองว่า พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจสอบสวน โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ฟ้องโจทก์บรรยายไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัพย์ของกลางไม่ใช่ทรัพย์ที่ใช้ในการกระทำความผิด เห็นว่า คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวิน…

Supreme Court Judgment No. 335/2563

เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 จำเลยที่ 4 ยื่นคำร้องและได้นำเงินจำนวน 529,846.58 บาท มาวางที่ศาลชั้นต้นเพื่อเป็นการชำระหนี้ตามคำพิพากษา แต่ขอให้ศาลระงับการจ่ายเงินให้โจทก์ที่ 1 และที่ 2 ไว้ก่อนจนกว่าจะมีคำ…

Supreme Court Judgment No. 328/2563

คดีร้องขอคืนของกลางมีประเด็นต้องวินิจฉัยตามคำร้องของผู้ร้องเพียงว่า ศาลจะสั่งคืนของกลางให้แก่ผู้ร้องซึ่งเป็นเจ้าของแท้จริงและมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผิดหรือไม่เท่านั้น แต่ประเด็นที่ผู้ร้อง…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up