Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2564 (ref. 665286)

พ.ศ. 2564 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ ยื่นฟ้อง สิบเอก ร. จำเลย ซึ่งเป็นนายทหารประทวนประจำการ ว่าได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า จำเลยไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๖ เนื่องจากจำเลยถูกปลดออกจากราชการก่อนเกิดเหตุคดีนี้ เห็นว่า พระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๓ บัญญัติว่า "ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นในทางอาญาในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด..." จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการจัดตั้งศาลทหารแยกต่างหากจากศาลพลเรือนก็เพื่อให้บุคคลผู้อยู่ในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายที่มีโทษทางอาญาต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลทหาร เพื่อวัตถุประสงค์ในการปกครองบังคับบัญชาทหาร อันเป็นการยึดหลักเขตอ

เนื้อความคำพิพากษา

คดีที่อัยการศาลมณฑลทหารบกที่ ๒๑ ยื่นฟ้อง สิบเอก ร. จำเลย ซึ่งเป็นนายทหารประทวนประจำการ ว่าได้กระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยจำเลยโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า จำเลยไม่ใช่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๖ เนื่องจากจำเลยถูกปลดออกจากราชการก่อนเกิดเหตุคดีนี้ เห็นว่า พระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๓ บัญญัติว่า "ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาวางบทลงโทษผู้กระทำผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายอื่นในทางอาญาในคดีซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารในขณะกระทำผิด..." จากบทบัญญัติดังกล่าวจะเห็นได้ว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายในการจัดตั้งศาลทหารแยกต่างหากจากศาลพลเรือนก็เพื่อให้บุคคลผู้อยู่ในอำนาจศาลทหารที่กระทำความผิดต่อกฎหมายทหารหรือกฎหมายที่มีโทษทางอาญาต้องได้รับการพิจารณาพิพากษาคดีที่ศาลทหาร เพื่อวัตถุประสงค์ในการปกครองบังคับบัญชาทหาร

อันเป็นการยึดหลักเขตอำนาจศาลเหนือตัวบุคคลผู้กระทำผิด และเป็นการยกเว้นอำนาจศาลยุติธรรม ซึ่งเป็นศาลพลเรือนไม่ให้พิจารณาพิพากษาคดีอาญาซึ่งผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารขณะกระทำผิด โดยการพิจารณาว่าคดีจะอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารหรือไม่ จะต้องพิจารณาขณะจำเลยกระทำผิดว่าจำเลยเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารหรือไม่ และหากขณะกระทำผิดจำเลยเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารคดีย่อมอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร และเมื่อคดีอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารตั้งแต่ต้นแม้มีเหตุใดเกิดขึ้นภายหลังก็ย่อมไม่ทำให้อำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารในการพิจารณาพิพากษาคดีนั้นเปลี่ยนแปลงไป

เมื่อคดีนี้จำเลยกระทำความผิดวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ซึ่งขณะที่จำเลยกระทำความผิดนั้น จำเลยยังคงมีสถานะเป็นข้าราชการทหาร จึงเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารตามพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร พ.ศ. ๒๔๙๘ มาตรา ๑๖ (๓) คดีนี้จึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร แม้ต่อมากรมสรรพาวุธทหารบกมีคำสั่งที่ ๕๙๗/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ ให้ปลดจำเลยออกจากราชการทหารเนื่องจากจำเลยหนีราชการโดยให้มีผลย้อนหลังไปถึงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นวันก่อนวันที่ จำเลยกระทำความผิดคดีนี้ก็ตาม ก็ไม่ทำให้คดีที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหารนั้นเปลี่ยนแปลงไป (ไม่มี -) - -

Matter details

Supreme Court black case no.
10/2564
Source
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up