Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6738/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยใช้ของเหลวไวไฟเทราดผู้ตายตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงฟื้นห้องของเหลวไวไฟดังกล่าวเป็นวัตถุไวไฟที่ร้ายแรงติดไฟได้ง่ายและสามารถลุกลามไปได้ทั้งร่างกาย เมื่อเทของเหลวไวไฟแล้วจำเลยใช้ไฟแช็กจุดไฟที่ต้นคอผู้ตาย ก่อให้ไฟไหม้ตามตัวของผู้ตายร้อยละ90 ของร่างกาย จึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลที่จะฆ่าผู้ตาย จำเลยได้ขอซื้อไฟแช็คจากส. ครั้งหนึ่งแล้ว แต่เพื่อนจำเลยห้ามไม่ให้ ส.ขายให้ทั้งจำเลยเป็นผู้ริเริ่มโทรศัพท์นัดให้ ค.และผู้ตายไปตกลงเรื่องชู้สาวในวันเกิดเหตุและตระเตรียมการซื้อไฟแช็กเพื่อประสงค์ใช้ในการจุดไฟการกระทำของจำเลยชี้ให้เห็นว่าจำเลยได้คิดทบทวนล่วงหน้าก่อนจะกระทำผิดแล้วจำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ขณะจำเลยใช้ของเหลวไวไฟเทราดไปที่ผู้ตายนั้น โจทก์ร่วมที่ 2 ลุกจากที่นั่งมาที่ผู้ตายห่างเพียง 1 เมตร จะเข้าไปห้ามปรามจำเลย แต่กลับรู้สึกตัวว่ามีไฟลุกไหม้ที่หน้าตามลำตัวด้านหน้าและที่มือทั้งสองข้าง อันเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ใช้ของเหลวไวไฟเทราดผู้ตายแล้วของเหลวไวไฟกระเด็นไปถูกตัวโจทก์ร่วมที่ 2ด้วย ทำให้โจทก์ร่วมที่ 2 ได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้าและตามลำตัวด้านหน้าใช้เวลารักษา 5 เดือน ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยเจตนาฆ่าแก่โจทก์ร่วมที่ 2 ซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 60 ด้วย เมื่อโจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ที่ 2 โดยไตร่ตรองไว้ก่อนอีกบทหนึ่ง จำเลยใช้ของเหลวไวไฟเทราดและจุดไฟให้ลุกไหม้ผู้ตายขณะอยู่ในห้องทำงานของโจทก์ร่วมที่ 2 บนชั้นสองของตึกแถวที่เกิดเหตุซึ่งเป็นโรงเรือนที่พักอาศัยและเป็นโรงเรียนสอนตัดเสื้อของโจทก์ที่ 1 ปรากฏว่านอกจากไฟจะลุกไหม้ผู้ตาย และโจทก์ร่วมที่ 2 แล้วยังลุกไหม้โต๊ะ เก้าอี้ และพื้นห้องของโจทก์ร่วมที่ 1 ดังกล่าวเสียหาย ซึ่งเห็นได้ว่าโดยลักษณะแห่งการกระทำของจำเลยเช่นนี้จำเลยย่อมเล็งเห็นผลการกระทำของจำเลยดังกล่าวได้ว่า ไฟต้องลุกไหม้ขึ้นภายในอาคารตึกแถวที่เกิดเหตุ ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาวางเพลิงเผาโรงเรือนของโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้วางเพลิงเผาทรัพย์อาคารตึกแถวโรงเรียนสอนตัดเสื้อระพี อันเป็นโรงเรือนที่คนอยู่อาศัยของนางลำยงค์ บุญรัตพันธ์ (ที่ถูกบุญยรัตนพันธ์) และโดยเจตนาฆ่านางสาวสุชาดา อิ่มบุปผา และนายธีระ สุทธิวานิช ให้ถึงแก่ความตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนโดยใช้ของเหลวไวไฟซึ่งมีปริมาณมากที่จำเลยตระเตรียมไว้ล่วงหน้า เทราดบนร่างกายของนางสาวสุชาดาและนายธีระ ของเหลวไวไฟได้ไหลลงบนพื้นอาคารดังกล่าว แล้วจำเลยใช้ไฟแช็กจุดไฟใส่ของเหลวไวไฟนั้นทันที ไฟได้ลุกไหม้ทำอันตรายร่ายกายของนางสาวสุชาดาและนายธีระ ลุกไหม้พื้นห้องอาคารและทรัพย์สิน เป็นเหตุให้นางสาวสุชาดาถึงแก่ความตาย นายธีระได้รับอันตรายสาหัส ต้องป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวัน และประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวันเจ้าพนักงานวัตถุสีดำถูกไฟไหม้ซึ่งเป็นถังพลาสติกบรรจุของเหลวไวไฟและไฟแช็ก 1 อัน ที่จำเลยใช้ในการกระทำความผิดยึดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 80,217, 218, 224 และริบของกลางระหว่างพิจารณา นางลำยงค์ บุญยรัตนพันธ์ และนายธีระสุทธิวานิช ยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตโดยให้เรียกนางลำยงค์เป็นโจทก์ร่วมที่ 1 และเรียกนายธีระเป็นโจทก์ร่วมที่ 2จำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289(4) มาตรา 289 (ที่ถูก 289(4)), 80และมาตรา 218(1) แต่การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนัก มาตรา 289(4) ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้ประหารชีวิต คำให้การจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ประกอบมาตรา 52(1) คงให้จำคุกตลอดชีวิตของกลางริบ ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยกจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2534 เวลา 20 นาฬิกาเศษ

จำเลยได้ใช้ของเหลวไวไฟบรรจุในกระป๋องน้ำมันเครื่องไปเทราดบริเวณศีรษะและลำตัวของนางสาวชุชาดา อิ่มบุปฝา แล้วใช้ไฟแช็กจุดไฟที่ต้นคอไฟลุกไหม้ตามลำตัวเป็นเหตุให้นางสาวสุชาดาถึงแก่ความตายนายธีระโจทก์ร่วมที่ 2 ได้รับอันตรายสาหัส โต๊ะ เก้าอี้ โซฟาและพื้นห้องซึ่งเป็นทรัพย์สินของนางลำยงค์ บุญยรัตนพันธ์โจทก์ร่วมที่ 1 ได้รับความเสียหาย ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่าจำเลยฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 2โดยไตร่ตรองไว้ก่อนและวางเพลิงเผาโรงเรือนของโจทก์ร่วมที่ 1หรือไม่ เห็นว่า การที่จำเลยใช้ของเหลวไวไฟเทราดผู้ตายตั้งแต่ศีรษะลงมาถึงพื้นห้อง ของเหลวไวไฟดังกล่าวปรากฏว่าเป็นวัตถุไวไฟที่ร้ายแรงติดไฟได้ง่ายและสามารถลุกลามไปได้ทั้งร่างกายเมื่อเทของเหลวไวไฟแล้วจำเลยใช้ไฟแช็กจุดไฟที่ต้นคอของผู้ตาย

ก่อให้ไฟไหม้ตามตัวของผู้ตายร้อยละ 90 ของร่างกาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำโดยมีเจตนาประสงค์ต่อผลที่จะฆ่าผู้ตาย ได้ความต่อไปว่า จำเลยได้ขอซื้อไฟแช็กจากนายสุจินครั้งหนึ่งแล้ว ขณะที่นายสุจินนำไปให้ เพื่อนของจำเลยห้ามไม่ให้ขาย ทั้งให้นำไฟแช็กกลับไป การที่จำเลยเป็นผู้ริเริ่มโทรศัพท์นัดให้นายคงศักดิ์และผู้ตายไปตกลงเรื่องชู้สาวในวันเกิดเหตุและตระเตรียมการซื้อไฟแช็กเพื่อประสงค์ใช้ในการจุดไฟ แม้นายสุจินจะมิได้ขายให้ในขณะนั้นก็ตามลักษณะการกระทำของจำเลยเช่นนี้ชี้ให้เห็นว่าจำเลยได้คิดทบทวนล่วงหน้าก่อนและกระทำผิดแล้ว จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและได้ความต่อมาว่า ขณะที่จำเลยใช้ของเหลวไวไฟเทราดไปที่ผู้ตายนั้น

โจทก์ร่วมที่ 2 ลุกจากที่นั่งมาที่ผู้ตายห่างเพียง 1 เมตร จะเข้าไปห้ามปรามจำเลยแต่กลับรู้สึกตัวว่ามีไฟลุกไหม้ที่หน้าตามลำตัวด้านหน้าและที่มือทั้งสองข้าง สาเหตุที่ก่อให้เกิดไฟไหม้ตามร่างกายของโจทก์ร่วมที่ 2 ก็เพราะเกิดจากการกระทำของจำเลยที่ใช้ของเหลวไวไฟไปราดผู้ตายแล้วของเหลวไวไฟกระเด็นไปถูกตัวโจทก์ร่วมที่ 2 ด้วย ทำให้โจทก์ร่วมที่ 2 ถูกไฟไหม้ได้รับบาดเจ็บใบหน้าและตามตัวด้านหน้าใช้เวลารักษารวม 5 เดือน จึงถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยเจตนาฆ่าแก่โจทก์ร่วมที่ 2 ซึ่งได้รับผลร้ายจากการกระทำนั้น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 60 ด้วย เมื่อโจทก์ร่วมที่ 2 ไม่ถึงแก่ความตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าโจทก์ร่วมที่ 2 โดยไตร่ตรองไว้ก่อนอีกบทหนึ่ง

ส่วนความผิดฐานวางเพลิงเผาโรงเรือนของโจทก์ร่วมที่ 1 นั้น ได้ความว่า จำเลยได้ใช้ของเหลวไวไฟบรรจุในกระป๋องน้ำมันเครื่องไปเทราดและจุดไฟให้ลุกไหม้ผู้ตายขณะอยู่ในห้องทำงานของโจทก์ร่วมที่ 2 บนชั้นสองของตึกแถวที่เกิดเหตุซึ่งเป็นโรงเรือนที่พักอาศัยและเป็นโรงเรือนสอนตัดเสื้อของโจทก์ร่วมที่ 1 ปรากฏว่านอกจากไฟจะลุกไหม้ผู้ตายและโจทก์ร่วมที่ 2 แล้ว ยังลุกไหม้โต๊ะ เก้าอี้ และพื้นห้องของโจทก์ร่วมที่ 1ดังกล่าวเสียหาย ซึ่งจะเห็นได้ว่าโดยลักษณะแห่งการกระทำของจำเลยเช่นนี้จำเลยย่อมเล็งเห็นผลการกระทำของจำเลยดังกล่าวได้ว่าไฟต้องลุกไหม้ขึ้นภายในอาคารตึกแถวที่เกิดเหตุ ถือได้ว่าจำเลยกระทำโดยมีเจตนาวางเพลิงเผาโรงเรือนของโจทก์ร่วมที่ 1 ด้วยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
วุฒิ คราวุฒิ · มงคล สระฏัน · อธิราช มณีภาค
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 522/2546

หลังจากที่จำเลยกับผู้เสียหายโต้เถียงกันแล้ว ผู้เสียหายกลับไปบ้านพักจำเลยกลัวว่าผู้เสียหายจะไปนำอาวุธปืนมายิงตน จำเลยจึงกลับไปนำเอาอาวุธปืนที่บ้านตน เมื่อกลับมาที่บ้านผู้ตาย จำเลยเห็นบริเวณเอวของผู้เสี…

Supreme Court Judgment No. 5409/2533

จำเลยทั้งสองไล่ตามผู้เสียหายที่ 1 และที่ 2 มาถึงที่เกิดเหตุและขณะเกิดเหตุผู้เสียหายที่ 1 ที่ 2 ได้เข้าไปนั่งรวมอยู่ในกลุ่มของผู้เสียหายที่ 3 ถึงที่ 6 แล้ว จำเลยทั้งสองตามมาถึงโดยอยู่ห่างไปประมาณ 2 วา…

Supreme Court Judgment No. 6876/2568

แม้จำเลยไม่อาจยกเอาความสำคัญผิดในตัวบุคคลตาม ป.อ. มาตรา 61 มาเป็นข้อแก้ตัวว่ามิได้กระทำโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็ตาม แต่การจะรับฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าบุพการีอันทำให้ต้องรับโทษหนักขึ้นหรือไม่นั้น จำเลยจะต้…

Supreme Court Judgment No. 13908/2558

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 2 ก่อให้จำเลยที่ 1 กับพวกร่วมกันฆ่า ส. ผู้เสียหายและ อ. ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ต่อมา จำเลยที่ 1 กับพวกใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหายและผู้ตายหลายนัดโดยเจตนาฆ่าและโดยไตร่ตรองไว้ก่อนเนื…

Supreme Court Judgment No. 9693/2554

เมื่อสายลับล่อซื้อเมทแอมเฟตามีนได้แล้ว ผู้เสียหายกับพวกเข้าไปจับกุมจำเลยทั้งสาม โดยใช้รถยนต์ 2 คัน คันหนึ่งขับไปขวางหน้ารถยนต์ที่จำเลยที่ 1 เป็นคนขับ และรถยนต์อีกคันหนึ่งที่มีผู้เสียหายนั่งมาด้วยขับไป…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up