Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 677/2529

พ.ศ. 2529 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่1กับจำเลยคนอื่นร่วมกันจับตัวผู้เสียหายไปเพื่อเรียกค่าไถ่ขณะที่บุตรชายของผู้เสียหายนำเงินค่าไถ่ไปให้จำเลยที่1มีจำเลยที่2และจำเลยที่4ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยที่1กับพวกอีก3คนอยู่ในที่นั้นด้วยจำเลยที่4พูดกับบุตรชายของผู้เสียหายว่า"เขาเอาเท่าไหร่ก็ให้เขาไปเสียจะได้หมดเวรหมดกรรมกัน"พฤติการณ์ของจำเลยที่4เป็นการช่วยพูดให้บุตรชายผู้เสียหายหาเงินค่าไถ่มาให้ตามที่พวกจำเลยเรียกร้องเข้าลักษณะความผิดฐานกระทำการเป็นคนกลางเรียกทรัพย์สินจากผู้ที่จะให้ค่าไถ่มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวเท่านั้น.โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกกับพวกฐานปล้นทรัพย์ กับฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนจี้บังคับขู่เข็ญและยิงปืนขู่ ข่มขืนใจ นายสมัครนวลชม กับ นายสมควร นวลชม ผู้เสียหายให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิตแล้ว ร่วมกันจับตัวผู้เสียหายไปหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อประสงค์จะได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยสำหรับจำเลยที่ 4 ขอให้ลงโทษ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

จำเลยที่1กับจำเลยคนอื่นร่วมกันจับตัวผู้เสียหายไปเพื่อเรียกค่าไถ่ขณะที่บุตรชายของผู้เสียหายนำเงินค่าไถ่ไปให้จำเลยที่1มีจำเลยที่2และจำเลยที่4ซึ่งเป็นภรรยาของจำเลยที่1กับพวกอีก3คนอยู่ในที่นั้นด้วยจำเลยที่4พูดกับบุตรชายของผู้เสียหายว่า"เขาเอาเท่าไหร่ก็ให้เขาไปเสียจะได้หมดเวรหมดกรรมกัน"พฤติการณ์ของจำเลยที่4เป็นการช่วยพูดให้บุตรชายผู้เสียหายหาเงินค่าไถ่มาให้ตามที่พวกจำเลยเรียกร้องเข้าลักษณะความผิดฐานกระทำการเป็นคนกลางเรียกทรัพย์สินจากผู้ที่จะให้ค่าไถ่มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวเท่านั้น.

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกกับพวกฐานปล้นทรัพย์ กับฐานร่วมกันใช้อาวุธปืนจี้บังคับขู่เข็ญและยิงปืนขู่ ข่มขืนใจ นายสมัครนวลชม กับ นายสมควร นวลชม ผู้เสียหายให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายแก่ชีวิตแล้ว ร่วมกันจับตัวผู้เสียหายไปหน่วงเหนี่ยวกักขังเพื่อประสงค์จะได้มาซึ่งค่าไถ่ โดยสำหรับจำเลยที่ 4 ขอให้ลงโทษฐานกระทำการเป็นคนกลาง โดยเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อย่างใดที่มิควรได้จากผู้อื่นที่จะให้ค่าไถ่ โดยเรียกค่าไถ่ตัวนายสมัครผู้เสียหายเป็นเงิน 200,000 บาท จากนายนิคมอันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 313, 315, 340, 340 ตรี, 91, 83, 33ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2514 ข้อ 2,11, 14, 15 และขอให้ริบของกลางจำเลยทั้งหกให้การปฏิเสธ

ขอถอนคำให้การเดิม และให้การใหม่รับสารภาพตามฟ้อง เว้นแต่ข้อหาปล้นทรัพย์คงปฏิเสธศาลชั้นต้นสั่งให้รวมพิจารณากับคดีอาญาหมายเลขดำที่ 1318/2524ของศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยให้เรียกนายคนองหรือกลม เพชรบูรณินจำเลยในคดีดังกล่าวว่าจำเลยที่ 7 นายสมัคร นวลชม ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลอนุญาตและพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 5ที่ 6 และที่ 7 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 310, 313 แต่การกระทำของจำเลยดังกล่าวว่าเป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 313 ซึ่งเป็นบทหนัก ประกอบมาตรา 316วางโทษจำคุกคนละ 18 ปี คำให้การชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยมีประโยชน์แก่การพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 6 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา78 คงจำคุกคนละ 15 ปี

จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 315 ประกอบมาตรา 316 วางโทษจำคุก 10 ปีจำเลยที่ 4, ที่ 5 และที่ 6 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 4 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 315 ประกอบมาตรา 316 และมาตรา 86 จำคุก6 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์และจำเลยที่ 5 ที่ 6 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "...ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่22 มีนาคม 2524 เวลาประมาณ 18 นาฬิกา โจทก์ร่วมถูกคนร้ายหลายคนใช้อาวุธปืนจี้ขู่เข็ญบังคับจับตัวไปหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้เพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ จนกกระทั่งวันที่ 11 เมษายน 2524 บุตรของโจทก์ร่วมนำเงินค่าไถ่จำนวน 200,000 บาท ไปมอบให้แก่คนร้าย คนร้ายจึงปล่อยโจทก์ร่วม

ปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์มีว่า จำเลยที่4 กระทำการเป็นคนกลางเรียกหรือรับค่าไถ่ดังโจทก์ฟ้อง หรือเป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำผิดดังกล่าว และตามฎีกาของจำเลยมีว่า จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 6 ร่วมเป็นคนร้ายจับโจทก์ร่วมไปเรียกค่าไถ่และหน่วงเหนี่ยวกักขังไว้หรือไม่สำหรับจำเลยที่ 4 ข้อเท็จจริงได้ความจากคำเบิกความนายนิคมนวลชม พยานโจทก์ ซึ่งเป็นบุตรโจทก์ร่วมว่า ในวันที่ 11 เมษายน 2524เวลา 11 นาฬิกา นายนิคมกับนายสนับได้เดินทางไปที่บริษัทขนส่งลำนารายณ์ ตามที่จำเลยที่ 5 นัดให้นำเงินค่าไถ่ไปให้ ได้พบจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 5 กับคนร้ายอีก 3 คน นายนิคมบอกว่ามีเงินไม่ถึง500,000 บาท จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 5 ไม่ตกลง

จำเลยที่ 5 ให้นายนิคมนั่งรถจักรยานยนต์ ซึ่งจำเลยที่ 7 เป็นคนขับไปที่ร้านอาหารข้างธนาคารกสิกรไทย นายนิคมบอกว่ามีเงินเพียง 200,000 บาท จำเลยที่ 5 ตกลงเอาตามนั้น นายนิคมจึงให้นายสนับกลับไปเอาเงินที่บ้านจากนั้นจำเลยที่ 5 ให้นายนิคมกับจำเลยที่ 3 นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ซึ่งจำเลยที่ 5 ขับ โดยว่าจะพาไปหาโจทก์ร่วมในป่า แต่ไปได้ประมาณ 5 กิโลเมตรยางรถรั่ว จำเลยที่ 5 จึงขับรถย้อนกลับไปทางลำนารายณ์ ส่วนจำเลยที่ 3 กับนายนิคมนั่งรถไปที่พุเตย ได้พบจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 จำเลยที่ 4 กับพวกอีก 3 คน จำเลยที่ 4 ถามนายนิคมว่า เป็นลูกชายคนที่ถูกจับไปใช่ไหม นายนิคมตอบว่า ใช่ จำเลยที่ 4 ก็ว่า เขาเอาเท่าไหร่ ก็ให้เขาไปเสียจะได้หมดเวรหมดกรรมกันต่อมานายสนับขับรถยนต์ไปถึง

หลังจากนั้นนายนิคมก็มอบเงิน 200,000บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 พฤติการณ์ของจำเลยที่ 4 ดังกล่าว เห็นได้ว่าจำเลยที่ 4 ต้องรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นสามีของจำเลยที่ 4 กับพวกคนร้ายได้ร่วมกันจับตัวโจทก์ร่วมไปเรียกค่าไถ่ ที่จำเลยที่ 4 พูดกับนายนิคมบุตรโจทก์ร่วมดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการช่วยพูดสนับสนุนให้นายนิคมหาเงินค่าไถ่มาให้ตามที่คนร้ายเรียกร้องการกระทำของจำเลยที่ 4 เข้าลักษณะกระทำการเป็นคนกลางเรียกทรัพย์สินอันมิควรได้จากผู้ที่จะให้ค่าไถ่ดังโจทก์ฟ้อง มิใช่เป็นเพียงผู้สนับสนุนการกระทำผิดดังศาลอุทธรณ์วินิจฉัย...

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีเฉพาะจำเลยที่ 4 ไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์."

Matter details

Panel of judges
อุทิศ บุญชู · จุนท์ จันทรวงศ์ · ประพันธ์ ผลฉาย
Source
สำนักงาน ส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 3555/2568

จำเลยที่ 1 ได้รับแต่งตั้งจาก อ. ให้ไปปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าคลังสินค้ากลาง มีหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง และตามคู่มือโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 2554 จำเลยที่ 2 ได้รับอนุญาตให้เ…

Supreme Court Judgment No. 4920/2567

การรับจ้างเปิดบัญชีแล้วมอบสมุดบัญชีเงินฝากให้บุคคลอื่นไปใช้เป็นเรื่องผิดปกติวิสัย ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาร้ายของจำเลย ตามพฤติการณ์ดังกล่าวจำเลยเล็งเห็นได้ว่า ค. อาจเป็นผู้รับจัดหาคนมาเปิดบัญชีให้คนร้ายหร…

Supreme Court Judgment No. 4040/2567

กลุ่มคนร้ายแก๊งโรแมนซ์สแกมมีลักษณะเป็นการรวมตัวกันของคณะบุคคลตั้งแต่สามคนขึ้นไปในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ร่วมกันกระทำการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอ…

Supreme Court Judgment No. 2682/2567

จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ที่กระทำความผิดตาม ป.ยาเสพติด มาตรา 145 วรรคสาม (2) ประกอบ ป.อ. มาตรา 83 ซึ่งศาลอุทธรณ์ลงโทษจำเลยที่ 1 ก่อนลดโทษให้ประหารชีวิต ดังนั้น โ…

Supreme Court Judgment No. 1856/2567

พยานหลักฐานของโจทก์เมื่อรับฟังประกอบกันทั้งหมดแล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าจำเลยมีส่วนรู้เห็นเป็นใจและร่วมเป็นตัวการในการกระทำความผิดตามฟ้องกับ น. ด้วยการแบ่งหน้าที่กันทำ โดยจำเลยทำหน้าที่ขับรถในการขนล…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up