Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 679/2540

พ.ศ. 2540 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่รถยนต์พิพาทถูกเจ้านักงานตำรวจยึดเอาไปก็เพราะมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นรถยนต์ผิดกฎหมายโดยมีการแก้ไขเลขประจำตัวถังรถซึ่งมิใช่การกระทำหรือเป็นความผิดของโจทก์ที่เป็นเพียงผู้เช่าซื้อโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชอบในการที่รถยนต์พิพาทถูกยึดไปการแสดงหลักฐานและประวัติของรถยนต์พิพาทว่ามิใช่รถยนต์ผิดกฎหมายย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าของกรรมสิทธิ์คือ

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

การที่รถยนต์พิพาทถูกเจ้านักงานตำรวจยึดเอาไปก็เพราะมีเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นรถยนต์ผิดกฎหมายโดยมีการแก้ไขเลขประจำตัวถังรถซึ่งมิใช่การกระทำหรือเป็นความผิดของโจทก์ที่เป็นเพียงผู้เช่าซื้อโจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชอบในการที่รถยนต์พิพาทถูกยึดไปการแสดงหลักฐานและประวัติของรถยนต์พิพาทว่ามิใช่รถยนต์ผิดกฎหมายย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าของกรรมสิทธิ์คือจำเลยที่2ผู้ให้เช่าซื้อเพราะโจทก์ผู้เช่าซื้อมิใช่ผู้ที่ทราบหรือครอบครองหลักฐานต่างๆอันเกี่ยวกับรถยนต์พิพาททั้งโจทก์ก็ได้ปฏิบัติตามสัญญาโดยแจ้งให้จำเลยที่2ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงการที่รถยนต์ถูกยึดภายใน7วันนับจากวันถูกยึดแล้วถือได้ว่าโจทก์ได้ทำหน้าที่ผู้เช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาแล้วจำเลยที่2จึงต้องรับผิดต่อโจทก์จำเลยที่2จะมาโต้เถียงแสดงหลักฐานว่ารถยนต์พิพาทมิใช่รถยนต์ผิดกฎหมายแม้จะฟังได้เช่นนั้นก็หาทำให้ความรับผิดของจำเลยที่2ต่อโจทก์เปลี่ยนแปลงไปไม่เพราะความเสียหายของโจทก์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่าซื้อตามสัญญาได้เกิดขึ้นแล้ว

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงเช่าซื้อรถยนต์ หมายเลขทะเบียน1ฉ-6432 กรุงเทพมหานคร จากจำเลยทั้งสอง ต่อมาเจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้ยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อโดยสงสัยว่าจะเป็นรถยนต์ที่ผิดกฎหมายขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 378,143 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ15 ต่อปี จากยอดเงิน 253,780 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ให้การว่า โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ 2 โจทก์จึงไม่มีนิติสัมพันธ์กับจำเลยที่ 1 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การว่า การที่รถยนต์พิพาทถูกยึดมิใช่ความผิดของจำเลยที่ 2 ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 134,707 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 3 กรกฎาคม2532 จนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 1จำเลย ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2 ด้วยนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า โจทก์ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากจำเลยที่ 2 ตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.2 โจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อให้แก่จำเลยที่ 2 รวม 11 งวด เป็นเงิน 153,780 บาท และรถยนต์พิพาทถูกเจ้าพนักงานตำรวจประจำสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชยึดไปอ้างว่าเป็นรถยนต์นำเข้าผิดกฎหมาย เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2532ในวันที่ 10 พฤษภาคม 2532 โจทก์ได้มีหนังสือแจ้งให้จำเลยที่ 2 ทราบว่ารถยนต์พิพาทถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดไปเพื่อตรวจสอบเพราะสงสัยว่าเป็นรถยนต์ที่นำเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ขอให้จำเลยที่ 2 นำเอกสารเกี่ยวกับรถยนต์พิพาทไปแสดงความถูกต้องของรถยนต์ต่อเจ้าพนักงานโดยด่วน ต่อมาวันที่ 16 พฤษภาคม 2532 โจทก์มีหนังสือแจ้งของดส่งเงินค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดวันที่ 15 พฤษภาคม 2532 และในวันที่ 23 มิถุนายน 2532 โจทก์จึงบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

ปรากฏตามเอกสารหมาย จ.7 ถึง จ.9 ตามลำดับมีปัญหาว่า การที่รถยนต์พิพาทถูกยึดจำเลยที่ 2 จะต้องรับผิดหรือไม่ ได้ความจากนายประสาท กาญจนวรานนท์ พยานจำเลยที่ 2ซึ่งรับราชการอยู่ที่สำนักงานทะเบียนรถยนต์ กรมการขนส่งทางบกว่า รถยนต์พิพาทเป็นรถยนต์นำเข้าจากต่างประเทศมีการโอนเปลี่ยนมือกันมาแล้ว 3 เจ้าของก่อนที่จะโอนมาเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 2 ปรากฏตามเอกสารหมาย ล.19 หากปรากฏว่ารถยนต์ที่ทางกรมศุลกากรประมูลขายบริเวณหมายเลขตัวถังมีการปะและพ่นสีทับ ถ้าผู้นำมาจดทะเบียนมีเอกสารเกี่ยวกับใบเสร็จรับเงินที่ทางกรมศุลกากรออกให้ ประกอบกับหนังสือของกรมศุลกากรระบุว่าผู้ใดเป็นผู้ประมูลได้นำมาประกอบการจดทะเบียนแล้วทางกองทะเบียนกรมตำรวจสมัยนั้นก็จะรับจดทะเบียนให้ปัจจุบันกรมการขนส่งทางบกเข้มงวดกวดขันในการตรวจสภาพและจดทะเบียนรถยนต์ทุกชนิด

บริเวณที่จะตรวจสอบเป็นพิเศษคือบริเวณที่เป็นเลขเครื่องและเลขตัวรถ หากสงสัยว่าบริเวณเลขตัวรถมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขตัวเลขก็จะขูดสีดูถ้าสภาพปรากฏตามภาพถ่ายจำลองวัตถุพยานหมาย จ.6 ก็จะไม่รับจดทะเบียนให้เพราะไม่เรียบร้อยเห็นได้ว่าเมื่อรถยนต์พิพาทถูกส่งไปตรวจสอบที่แผนกพิสูจน์หลักฐานกองบังคับการตำรวจภูธร 11 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2532 ปรากฏว่าตรวจพบการแก้ไขที่บริเวณเลขหมายประจำตัวถังของรถยนต์ มีรอยเชื่อมโลหะรอบแผ่นกั้นห้องเครื่องซึ่งมีเลขหมายปรากฏ เชื่อว่าได้มีการตัดเอาแผ่นโลหะซึ่งมีเลขหมายแท้จริงออกไปและนำเอาแผ่นโลหะซึ่งมีหมายเลขที่ปรากฏเชื่อมติดแทนไว้ ตามภาพถ่ายประกอบรายการตรวจพิสูจน์หมาย จ.6 ดังรายละเอียดรายงานการตรวจพิสูจน์เอกสารหมาย

ล.18ดังนั้น ตามสภาพรถยนต์พิพาทดังกล่าวน่าเชื่อว่า กรมการขนส่งทางบกจะไม่รับจดทะเบียนให้ แต่ที่จดทะเบียนได้ในครั้งแรกนั้นเพราะมีเอกสารจากกรมศุลกากรถูกต้อง กองทะเบียน กรมตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่จดทะเบียนรถยนต์ในขณะนั้นจึงได้จดทะเบียนให้การที่เจ้าพนักงานตำรวจได้ยึดรถยนต์พิพาทเพราะสงสัยว่าจะเป็นรถยนต์ผิดกฎหมายจึงมีสาเหตุมาจากสภาพรถยนต์พิพาทที่ถูแก้ไขเลขประจำตัวถังรถเมื่อไม่ปรากฏว่าเกิดจากการกระทำของโจทก์ซึ่งเป็นผู้เช่าซื้อ โจทก์จึงไม่ต้องรับผิดชอบในการที่รถยนต์พิพาทถูกยึดไปดังกล่าว ทั้งได้ความจากนายวิชัย ธนะรัชติกานนท์ พยานจำเลยที่ 2 เองว่าในขณะที่พยานเบิกความคือปี 2536 รถยนต์พิพาทยังถูกยึดอยู่ที่สถานีตำรวจภูธร

อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช แสดงว่าจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นเจ้าของและผู้ให้เช่าซื้อมิได้กระทำการใด ๆ อันจักให้เจ้าพนักงานตำรวจเชื่อว่ารถยนต์พิพาทเป็นรถยนต์ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายและปล่อยรถยนต์พิพาท ทำให้โจทก์ผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทไม่สามารถใช้หรือรับประโยชน์จากรถยนต์คันนั้นตามวัตถุประสงค์แห่งสัญญาได้ จำเลยที่ 2 จึงต้องรับผิดต่อโจทก์จำเลยที่ 2 จะมาโต้เถียงแสดงหลักฐานในชั้นนี้ว่า รถยนต์พิพาทมิใช่รถยนต์ผิดกฎหมาย แม้จะฟังได้เช่นนั้นก็หาทำให้ความรับผิดของจำเลยที่ 2 ต่อโจทก์เปลี่ยนแปลงไปไม่ เพราะความเสียหายของโจทก์ที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ในทรัพย์ที่เช่าซื้อตามสัญญาได้เกิดขึ้นแล้วที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ตามสัญญาเช่าซื้อข้อ 12 การติดตามเอารถยนต์พิพาทคืนจากเจ้าพนักงานตำรวจเป็นหน้าที่ของโจทก์มิใช่จำเลยที่ 2 นั้น

สัญญาข้อ 12 ระบุว่า "ไม่ว่าโดยเหตุใดก็ตามถ้ารถยนต์เช่าซื้อถูกจับถูกยึดหรือถูกใช้สิทธิยึดหน่วง ผู้เช่าซื้อต้องรีบแจ้งให้บริษัท (จำเลยที่ 2) ทราบเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน7 วัน นับแต่วันถูกจับ ถูกยึดหรือถูกใช้สิทธิยึดหน่วง และผู้เช่าซื้อต้องจัดการประการหนึ่งประการใด หรือจัดการชำระหนี้อันเป็นมูลให้ถูกยึดหน่วงแล้วแต่กรณีเพื่อให้ได้รถยนต์เช่าซื้อคืนมาโดยเร็ว มิฉะนั้นบริษัทจะถือว่าผู้เช่าซื้อ (โจทก์) ปฏิบัติผิดสัญญานี้" เห็นว่า การที่รถยนต์พิพาทถูกเจ้าพนักงานตำรวจยึดเอาไปก็เพราะเป็นเหตุอันควรสงสัยว่าจะเป็นรถยนต์ผิดกฎหมายโดยมีการแก้ไขเลขประจำตัวถังรถดังกล่าวมาแล้วข้างต้นซึ่งมิใช่การกระทำหรือเป็นความผิดของโจทก์ที่เป็นเพียงผู้เช่าซื้อการแสดงหลักฐานและประวัติของรถยนต์พิพาทว่ามิใช่รถยนต์ผิดกฎหมายย่อมเป็นหน้าที่ของเจ้าของกรรมสิทธิ์คือจำเลยที่ 2 ผู้ให้เช่าดังเช่นที่จำเลยที่ 2 ก็ได้นำมาสืบแสดงต่อศาลในคดีนี้แล้ว

ทั้งนี้เพราะโจทก์ผู้เช่าซื้อมิใช่ผู้ที่ทราบหรือครอบครองหลักฐานต่าง ๆอันเกี่ยวกับรถยนต์พิพาท ทั้งโจทก์ก็ได้ปฏิบัติตามสัญญาข้อ 12โดยแจ้งให้จำเลยที่ 2 ผู้ให้เช่าซื้อทราบถึงการที่รถยนต์ถูกยึดภายใน7 วัน นับจากวันถูกยึดแล้วตามเอกสารหมาย จ.7 ถือได้ว่าโจทก์ได้ทำหน้าที่ผู้เช่าซื้อครบถ้วนตามสัญญาแล้ว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้นไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น"

Result

พิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ จำเลย ที่ 2 ชำระ เงิน 134,707 บาทพร้อม ด้วย ดอกเบี้ย ใน อัตรา ร้อยละ 7.5 ต่อ ปี นับแต่ วันที่ 3 กรกฎาคม2532 จนกว่า จะ ชำระ เสร็จ แก่ โจทก์ นอกจาก ที่ แก้ ให้ เป็น ไป ตามคำพิพากษา ศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สุประดิษฐ์ หุตะสิงห์ · สุทธิ นิชโรจน์ · สุชาติ ถาวรวงษ์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4164/2530

คดีเดิม โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยโอนที่ดินให้ตามสัญญาเช่าซื้อ ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องจำเลยให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหายด้วยเหตุที่จำเลยนำที่ดินดังกล่าวไปจำนองไว้กับธนาคารแล้วไม่ไถ่จำนองจนในที่สุดมีการบังคับจำนองทำให…

Supreme Court Judgment No. 2276/2568

การที่โจทก์พักชำระหนี้ให้แก่จำเลยที่ 1 งวดเดือนกุมภาพันธ์ 2563 ถึงงวดเดือนกรกฎาคม 2563 เป็นเวลา 6 เดือน แต่โจทก์ยังคิดดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 12.09 ต่อปี ในระหว่างการพักชำระหนี้เป็นเงินรวม 14,422.22 บาท…

Supreme Court Judgment No. 855/2567

โจทก์บรรยายฟ้องและนำสืบว่าจำเลยทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากโจทก์แล้วผิดสัญญา โจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาพร้อมเรียกให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนและใช้ค่าเสียหายเป็นค่าขาดประโยชน์แก่โจทก์ตามสัญญา โดยโจท…

Supreme Court Judgment No. 3365/2566

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์ให้บริการจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิก ซึ่งตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 46 บัญญัติว่า เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้สหกรณ์มีอำนาจกระ…

Supreme Court Judgment No. 3364/2566

โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเภทสหกรณ์ มีวัตถุประสงค์ให้บริการจัดหาที่อยู่อาศัยให้แก่สมาชิก ซึ่งตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 มาตรา 46 บัญญัติว่า เพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ให้สหกรณ์มีอำนาจกระ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up