Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 681/2519

พ.ศ. 2519 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ก่อนถูกฟ้องให้ล้มละลาย จำเลยมีหนี้สิน 100 ล้านบาทเศษ และมีเจ้าหนี้ 40 กว่าราย ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งได้ฟ้องจำเลยให้ชำระหนี้ แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน โดยจำเลยได้ชำระหนี้ให้ผู้คัดค้านในวันทำสัญญา 30 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่ยังค้างชำระอยู่จะชำระให้เสร็จภายใน 10 ปี และจะเริ่มชำระครั้งแรกในปีที่ 5 เป็นต้นไปจนกว่าจะหมด หลังจากนั้นผู้คัดค้านได้ถอนฟ้องคดี อันเป็นการกระทำในระหว่างระยะเวลา 3 เดือนก่อนที่โจทก์จะฟ้องจำเลยให้เป็นบุคคลล้มละลาย ในคราวเดียวกันนั้น มีเจ้าหนี้อื่นอีก 7 - 8 ราย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความทำนองเดียวกันนั้นกับจำเลยด้วย ขณะนั้นจำเลยมีฐานะการเงินไม่ดี โดยมีฐานะการเงินพอที่จะชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ได้เฉพาะเท่าที่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วยเท่านั้น ดังนี้ การที่จำเลยชำระหนี้แก่ผู้คัดค้านไปดังกล่าวย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่นซึ่งมิได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย จึงเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 ซึ่งประสงค์ให้เจ้าหนี้ทั้งหลายได้รับชำระหนี้โดยเสมอภาคทั่วหน้ากัน เจ้าพนักงานพิทักษ์จึงขอให้เพิกถอนการชำระหนี้ เอาเงินที่ได้ชำระไปกลับคืนมาเข้ากองทรัพย์สินของผู้ล้มละลายได้ ตามมาตรา 115 แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำร้องว่า บริษัทจำเลยถูกฟ้องขอให้ล้มละลาย เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ ศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๑๒ และพิพากษาให้ล้มละลายเมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๑๒ ในการสอบสวนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ปรากฏว่าเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๑๒ บริษัท โชคชัย จำกัด ได้ยื่นฟ้องบริษัทจำเลยต่อศาลแพ่งให้ชำระค่าเช่าทรัพย์สินและค่าเสียหายเป็นเงิน ๑,๘๒๔,๗๓๖.๑๐ บาท ต่อมาปลายเดือนมกราคม ๒๕๑๒ บริษัทจำเลยได้ทำความตกลงประนอมหนี้กับบริษัท โชคชัย จำกัด โดยบริษัทจำเลยยอมชำระเงินให้แก่บริษัท โชคชัย จำกัด ๕๒๕,๐๐๐ บาท ซึ่งบริษัท โชคชัย จำกัด ได้รับเงินจากบริษัทจำเลยแล้ว แลได้ขอถอนฟ้องคดีดังกล่าวในเวลาต่อมา

ปรากฏตามสำนวนคดีหมายเลขแดงที่ ๔๔๖/๒๕๑๒ การโอนทรัพย์สินและการกระทำของจำเลยดังกล่าวได้กระทำในระหว่างระยะเวลาสามเดือนก่อนมีการขอให้ล้มละลาย โดยจำเลยมุ่งหมายให้บริษัท โชคชัย จำกัด เจ้าหนี้ได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น ต้องตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๑๕ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนการโอนระหว่างบริษัทจำเลยกับบริษัท โชคชัย จำกัด ดังกล่าว ให้บริษัทโชคชัย จำกัด ชำระเงิน ๕๒๕,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ บริษัท โชคชัย จำกัด ยื่นคำคัดค้านว่า บริษัทจำเลยเป็นลูกหนี้ผู้คัดค้านด้วยมูลหนี้ค่าเช่าเครื่องจักรกลไปใช้สร้างทาง และค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการผิดสัญญาเช่าไม่น้อยกว่า ๑,๘๒๔,๗๓๖.๑๐ บาท

ผู้คัดค้านจึงฟ้องเรียกให้ชำระหนี้ต่อมาได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความลดยอดหนี้เหลือเพียง ๑,๔๐๐,๐๐๐ บาท ชำระหนี้ในวันทำสัญญา ๕๒๕,๐๐๐ บาท หนี้ที่เหลือจะเริ่มชำระครั้งแรกในปีที่ ๕ โดยจะผ่อนชำระให้เสร็จภายใน ๑๐ ปี การกระทำดังกล่าวมิได้มีเจตนาที่จะให้ผู้คัดค้านได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่น แต่เป็นสัญญาที่ทำขึ้นโดยเจตนาสุจริต ที่จะบรรเทาภาระการชำระหนี้ของผู้ล้มละลายให้สามารถดำเนินกิจการแก้ไขฐานะของตนให้ดีขึ้น ไม่เข้าลักษณะที่จะพึงเพิกถอนได้ตามกฎหมายล้มละลาย เงิน ๕๒๕,๐๐๐ บาท ที่ผู้คัดค้านได้รับเงินก็เป็นเงินที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด เป็นผู้จ่าย ไม่ใช่เป็นการโอนทรัพย์สินบางอย่างของผู้ล้มละลายโดยตรง ขอให้ยกคำร้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้เพิกถอนการชำระหนี้ระหว่างบิรษัทจำเลยกับบริษัทผู้คัดค้าน ให้ผู้คัดค้านชำระเงิน ๕๒๕,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันยื่นคำร้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์

ผู้คัดค้านอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า บริษัทจำเลยประกอบธุรกิจรับเหมาก่อสร้างทางให้แก่กรมทางหลวง ก่อนถูกฟ้องให้เป็นบุคคลล้มละลาย บริษัทจำเลยเป็นหนี้สินอยู่ประมาณ ๑๐๐ ล้านเศษ โดยมีเจ้าหนี้ประมาณ ๔๐ กว่าราย ต่อมาผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายหนึ่งได้ยื่นฟ้องบริษัทจำเลย แล้วได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันมีข้อความตามภาพถ่ายหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความท้ายคำคัดค้านใจความว่า บริษัทจำเลยชำระหนี้ให้ผู้คัดค้านในวันทำสัญญาเพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเงิน ๕๒๕,๐๐๐ บาท ส่วนที่ยังค้างอยู่ บริษัทจำเลยจะชำระให้เสร็จภายใน ๑๐ ปี และจะเริ่มชำระครั้งแรกในปีที่ ๕ เป็นต้นไปจนกว่าจะหมดสิ้น หลังจากนั้นผู้คัดค้านได้ถอนฟ้องคดี โดยผู้คัดค้านได้รับชำระหนี้จำนวนเงิน ๕๒๕,๐๐๐ บาทจากบริษัทจำเลยแล้ว

อันเป็นการกระทำในระหว่างระยะเวลา ๓ เดือน ก่อนที่โจทก์จะฟ้องบริษัทจำเลยให้เป็นบุคคลล้มละลาย ในคราวเดียวกันนั้นมีเจ้าหนี้อื่นอีก ๗ - ๘ ราย ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความทำนองเดียวกันนั้นกับบริษัทจำเลยด้วย เป็นที่เห็นได้ว่าบริษัทจำเลยหาได้ชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๔๐ กว่ารายโดยทั่วหน้ากันไม่ ขณะนั้นบริษัทจำเลยมีฐานะการเงินไม่ดี จนถึงกับธนาคารกรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่สั่งเจ้าหน้าที่เข้าไปควบคุมการเงินของบริษัทจำเลย และตามสัญญาประนีประนอมยอมความท้ายคำคัดค้านก็บ่งชัดอยู่แล้วว่า บริษัทจำเลยมีฐานะการเงินพอที่จะชำระหนี้ให้แก่โจทก์ได้เฉพาะเท่าที่ได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ๘ - ๙ ราย และชำระหนี้ได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

ส่วนที่ยังค้างอยู่นั้นขอผัดชำระไปเป็นระยะเวลายาวนานถึง ๑๐ ปี โดยจะชำระครั้งแรกในปีที่ ๕ เป็นต้นไปจนกว่าจะหมดสิ้น เห็นได้ว่าที่บริษัทจำเลยชำระหนี้แก่ผู้คัดค้านไปตามจำนวนดังกล่าว ย่อมทำให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ได้เปรียบเจ้าหนี้รายอื่นซึ่งมิได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความด้วย จึงเป็นการฝ่าฝืนเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ ซึ่งประสงค์ให้เจ้าหนี้ทั้งหลายได้รับชำระหนี้โดยเสมอภาคทั่วหน้ากัน คดีฟังได้ชัดแจ้งว่าบริษัทจำเลยกระทำโดยมุ่งหมายให้ผู้คัดค้านซึ่งเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทจำเลยได้เปรียบเจ้าหนี้อื่น เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทจำเลยผู้ล้มละลายจึงขอให้เพิกถอนการชำระหนี้เอาเงินที่ได้ชำระหนี้ไปจำนวน ๕๒๕,๐๐๐ บาท กลับคืนมาเข้ากองทรัพย์สินของบริษัทจำเลยผู้ล้มละลายได้ตามมาตรา ๑๑๕ แห่งพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓

Result

พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
ไพโรจน์ ไวกาสี · รื่น วิไลชนม์ · ประเสริฐ วราภรณ์
Lower court
ศาลแพ่ง - นายภิญโญ ธีรนิติ
ศาลอุทธรณ์ - นายยนต์ สวนพุฒ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5396/2550

การฟ้องคดีล้มละลายเป็นการฟ้องให้จัดการทรัพย์สินของลูกหนี้เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทั้งหลาย เจ้าหนี้รายอื่นของลูกหนี้แม้ไม่ได้ยื่นฟ้องก็มีสิทธิในทรัพย์สินของลูกหนี้โดยอาศัยวิธีการในกฎหมายล้มละลาย เมื่อป…

Supreme Court Judgment No. 2626/2542

จำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้เงินกู้แก่ผู้คัดค้านต่อมาโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยล้มละลาย การจดทะเบียนจำนองที่ดินและสิ่งปลูกสร้างดังกล่าวของจำเลย จึงเป็นการโอนทรัพย์สินหรือการกระทำใด…

Supreme Court Judgment No. 3845/2541

การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้คัดค้านทำความเห็นส่งสำนวนเรื่องหนี้สินที่มีผู้ขอชำระหนี้ต่อศาล แม้จะมีความเห็นควรให้ได้รับชำระหนี้ แต่ความเห็นของผู้คัดค้านนั้นไม่มีผลบังคับ เพราะศาลอาจพิจารณาวินิจฉัย…

Supreme Court Judgment No. 8385/2540

การโอนทรัพย์ตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. 2483 มาตรา 115 ต้องเป็นการโอนให้แก่เจ้าหนี้ซึ่งเป็นเจ้าหนี้อยู่ก่อนแล้ว และการโอนเช่นนั้นทำให้เจ้าหนี้อื่น ๆ ของจำเลยเสียเปรียบ แต่กรณีการโอนตามสัญญาจะขายที่ด…

Supreme Court Judgment No. 8046/2540

คดีแดงที่ 8046-8047/2540 เช็คพิพาทที่โจทก์อาศัยเป็นมูลฟ้องจำเลยในคดีอาญา เป็นฉบับเดียวกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเรียกเงินตามเช็ค ดังนั้น ในระหว่างพิจารณาของศาลจำเลยนำเงินตามเช็คพิพาทไปวาง ณ สำนัก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up