Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2518 (ref. 68491)

พ.ศ. 2518 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 หยิบแว่นตาจากกระเป๋าเสื้อผู้เสียหายขณะนั่งอยู่ในร้ายขายอาหารไปใส่ส่องกระจกดู แล้วจำเลยทั้งสามเดินออกจากร้านไป ไม่คืนแว่นตา เมื่อผู้เสียหายไปขอคืน จำเลยไม่คืนให้ กลับให้จำเลยที่ 2 เอาแว่นตาไป ผู้เสียหายขอคืนจากจำเลยที่ 2 ๆ ไม่ให้ จำเลยที่ 3 คว้าเอาไปอีกต่อหนึ่งต่อหน้าผู้เสียหาย แล้วพากันขึ้นรถประจำทางไป ผู้เสียหายตามไปทวงคืนอีกจำเลยที่ 2 ที่ 3 พูดว่า อย่าตามมานะ ถ้าตามจะเจ็บตัว ต่อมาในวันเกิดเหตุนั่นเอง จำเลยที่ 3 เอาแว่นตาไปจำนำ ดังนี้ จำเลยทั้งสามต้องมีความผิดฐานปล้นทรัพย์

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นรวมพิจารณาและพิพากษา โดยเรียกจำเลยสำนวนหลังเป็นจำเลยที่ ๓

โจทก์ฟ้องคดีทั้งสองสำนวนมีใจความเป็นอย่างเดียวกันว่า จำเลยทั้งสามกับพวกร่วมกันปล้นเอาแว่นตาของผู้เสียหายไป ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคแรก ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๑๔ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๖๓ และส่งคืนของกลางแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๐ วรรคแรก ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ข้อ ๑๔ ลดมาตราส่วนโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๕,๗๖ จำคุกจำเลยคนละ ๕ ปี ดำเนินความของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลยคนละ ๓ ปี ๔ เดือน คืนของกลางแก่ผู้เสียหาย

จำเลยทั้งสามอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสองสำนวนฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตอนที่จำเลยที่ ๑ หยิบแว่นตาจากกระเป๋าเสื้อผู้เสียหายไปใส่ส่องกระจกดู ตอนนี้ผู้เสียหายก็นาจะเข้าใจว่าจำเลยที่ ๑ เพียงลองใส่ดูเท่านั้น จึงไม่ได้ว่ากระไร แต่เมื่อจำเลยทั้งสามเดินออกจากร้านไปโดยจำเลยที่ ๑ ไม่คืนแว่นตา เมื่อผู้เสียหายไปขอคืน จำเลยที่ ๑ ไม่คืนให้ จำเลยที่ ๑ กลับให้จำเลยที่ ๒ เอาแว่นตาไป ผู้เสียหายขอคืนจากจำเลยที่ ๒ อีก จำเลยที่ ๒ ไม่ให้ จำเลยที่ ๓ คว้าเอาไปอีกต่อหนึ่งต่อหน้าผู้เสียหาย แล้วจำเลยทั้งสามก็พากันขึ้นรถประจำทางไป ลักษณะการกระทำของจำเลยเช่นนี้เป็นการจงใจเอาทรัพย์ของผู้เสียหายไปโดยผู้เสียหายไม่ยินยอม การเอาแว่นตาของผู้เสียหายไปเป็นทอด ๆ แสดงว่าเป็นแผนของจำเลยเพื่อป้องกันมิให้ผู้เสียหายแย่งเอาคืน

ครั้นผู้เสียหายติดตามจำเลยไปไม่ลดละเพื่อทวงคืน จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ พูดว่า อย่าตามมานะ ถ้าตามจะเจ็บตัว เป็นการขู่เข็ญว่าจะทำร้ายผู้เสียหาย และขู่เข็ญในขณะที่ผู้เสียหายติดตามอยู่ตลอดมาไม่ขาดตอน การะทำของจำเลยส่อเจตนาทุจริตมิใช่เป็นการล้อกันเล่นฐานคนรู้จักกัน ทั้งในวันเกิดเหตุนั้นเองจำเลยที่ ๓ เอาแว่นตาไปจำนำ พฤติการณ์ดังกล่าวประกอบกันฟังได้โดยปราศจากสงสัยว่าจำเลยทั้งสามต้องมีความผิดฐานปล้นทรัพย์จริงดังฟ้อง

Result

พิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น (ผสม จิตรชุ่ม ยงยุทธ เลอลภ มงคล วัลยะเพ็ชร์)()ศาลชั้นต้น - นายสง่า ผลฉายศาลอุทธรณ์ - นายชุบ วีระเวคิน

Matter details

Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 2966/2568

ป.วิ.อ. มาตรา 163 วรรคสอง การขอแก้หรือเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยต้องกระทำก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องระบุว่าเป็นคำร้องขออนุญาตฎีกา แต่เนื้อหาในคำร้องระบุ แถลงขอถอนคำให้การเดิมและให้ก…

Supreme Court Judgment No. 6984/2558

จำเลยทั้งสามกับพวกมีเจตนาร่วมกันปล้นสายไฟฟ้า การที่จำเลยทั้งสามบุกรุกเข้าไปในสถานที่เก็บรักษาสายไฟฟ้า ทั้งยังทำร้ายผู้เสียหายซึ่งครอบครองดูแลสถานที่นั้น อันเป็นส่วนหนึ่งของการปล้นทรัพย์ในคดีนี้ จึงเป็…

Supreme Court Judgment No. 3964/2554

ขณะจำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 กระทำการใดอันเป็นการแสดงว่าร่วมรู้เห็นในการที่จำเลยที่ 1 ใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียหาย การที่จำเลยที่ 1 กระชากสร้อยคอทองคำของผู้เสียหาย…

Supreme Court Judgment No. 2708/2554

จำเลยทั้งสามมิได้มีเจตนาทุจริตที่จะร่วมกันลักเงินของผู้เสียหาย เนื่องจากสนิทสนมกันเป็นญาติและเป็นเพื่อนกัน ทั้งเกิดความคึกคะนองตามประสาของวัยรุ่นและขณะนั้นก็นั่งดื่มสุราอยู่ด้วยกันจนหมด จึงน่าจะช่วยกั…

Supreme Court Judgment No. 395/2553

การที่จำเลยทั้งสามไปดักซุ่มตรวจค้นโดยเรียกผู้ขับรถจักรยานยนต์ที่ผ่านมาให้หยุดรถ เมื่อผู้เสียหายทั้งสองไม่หยุดรถจักรยานยนต์ให้ตรวจค้น จำเลยทั้งสามก็ตามไปทำร้ายและข่มขู่อ้างเป็นเจ้าพนักงานตำรวจใช้อำนาจต…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up