Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6853/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ทำสัญญาจ้างจำเลยให้ทำการย่อยและขนส่งหินคลุกกองรายทางใช้สำหรับราดยางในทางหลวง ตามสัญญาดังกล่าวกำหนดให้จำเลยส่งมอบงานงวดที่ 1 ให้เสร็จภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2522 และส่งมอบงานงวดที่ 2 ให้เสร็จภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2522 เมื่อจำเลยไม่ชำระหนี้มาตั้งแต่ครบกำหนดส่งมอบงานงวดที่ 1 คือ วันที่3 ตุลาคม 2522 จำเลยจึงผิดนัดตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและบังคับตามสิทธิเรียกร้องแก่จำเลยได้นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดดังกล่าว ดังนั้น อายุความจึงต้องเริ่มนับแต่ขณะที่โจทก์อาจจะบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 169 เดิม (มาตรา 193/12ที่แก้ไขใหม่) โจทก์ยื่นฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2532จึงเกินกำหนด 10 ปี คดีโจทก์ย่อมขาดอายุความตามมาตรา 164 เดิม|มาตรา 193/30 ที่แก้ไขใหม่) จำเลยจึงมีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ตามมาตรา 188 เดิม(มาตรา 193/10 ที่แก้ไขใหม่)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ทำสัญญาจ้างจำเลยให้ทำการย่อยและขนส่งหินคลุกกองรายทาง ใช้ทำงานราดยางในทางหลวง กำหนดระยะเวลาทำงานให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน ตกลงจ่ายค่าจ้างเป็นงวดรวม2 งวด งวดที่ 1 เป็นเงิน 287,385 บาท เมื่อจำเลยทำการย่อยและขนส่งหินคลุกได้ไม่น้อยกว่า 2,499 ลูกบาศก์เมตร และคณะกรรมการตรวจรับงานเรียบร้อยแล้วภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2522 งวดที่ 2เป็นเงิน 287,385 บาท เมื่อจำเลยได้ทำการย่อยและขนส่งหินคลุกส่วนที่เหลือให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2522 หากจำเลยไม่ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลา โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญา และจ้างผู้อื่นทำงานต่อจากจำเลย โดยยอมให้โจทก์ปรับเป็นรายวัน วันละ400 บาท นับแต่วันที่ล่วงเลยกำหนดวันแล้วเสร็จตามสัญญาจนถึงวันที่งานแล้วเสร็จ

ปรากฏว่าจำเลยมิได้ลงมือทำงานตามสัญญาจนพ้นกำหนดระยะเวลาที่ตกลงจ่ายเงินงวดแรก โจทก์ได้เตือนจำเลยให้ปฏิบัติตามสัญญา แต่จำเลยเพิกเฉยโจทก์จึงได้มีหนังสือบอกเลิกสัญญาไปยังจำเลยและว่าจ้างบริษัทหาญเจริญเอนเตอร์ไพรส์เชียงรายจำกัด ทำงานดังกล่าวจนแล้วเสร็จในราคา 1,379,448 บาท ทำให้โจทก์ต้องจ้างผู้รับจ้างรายใหม่เป็นเงินเกินกว่าที่จ้างจำเลยจำนวน 804,678 บาท จำเลยต้องรับผิดชำระค่าปรับตามสัญญาเป็นรายวันในอัตราวันละ 400 บาท รวม 134 วัน คิดเป็นเงิน 53,600 บาทขอให้จำเลยชดใช้ค่าปรับและค่าเสียหายที่จ่ายค่าจ้างเพิ่มขึ้นรวมเป็นเงิน 858,278 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า

จำเลยได้ปฏิบัติตามสัญญาที่มีต่อโจทก์ถูกต้องครบถ้วนตามสัญญาทุกประการ แต่โจทก์ไม่ยอมรับงานที่จำเลยทำทั้งไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้อง จำเลยจึงไม่ผิดสัญญาต่อโจทก์ โจทก์ไม่มีสิทธิที่จะปรับจำเลย เพราะโจทก์ไม่ได้รับความเสียหายหากจะปรับก็ปรับได้ไม่เกินวันละ 10 บาท ค่าปรับขาดอายุความแล้วเพราะเป็นการปรับอันเกิดจากการจ้างแรงงาน ฟ้องโจทก์ในส่วนที่เรียกค่าเสียหายเนื่องจากจ้างบุคคลอื่นมาทำงานสูงเกินความเป็นจริงและขาดอายุความ เนื่องจากฟ้องเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันที่โจทก์ทราบความเสียหายและทราบผู้ก่อความเสียหาย โจทก์ไม่เคยบอกกล่าวหรือบอกเลิกสัญญากับจำเลย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้จำเลยชำระค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 804,678 บาท

พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จคำขออื่นให้ยกโจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 775,939.50 บาท แก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามสัญญาจ้างเอกสารหมาย ป.จ.4 ข้อ 4ของศาลแพ่ง กำหนดให้จำเลยส่งมอบงานงวดที่ 1 ให้เสร็จภายในวันที่ 3 ตุลาคม 2522 และให้ส่งมอบงานงวดที่ 2 ให้เสร็จภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2522 และตามสัญญาดังกล่าวในข้อ 5 ระบุไว้ว่า"ผู้รับจ้างสัญญาว่าจะเริ่มลงมือทำงานจ้าง ณ สถานที่ที่กำหนดภายในวันที่ 10 กันยายน 2522 และให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2522 ถ้าผู้รับจ้างมิได้ลงมือทำงานภายในกำหนดเวลาดังกล่าวก็ดี หรือมีเหตุให้ผู้ว่าจ้างเชื่อได้ว่าผู้รับจ้างไม่สามารถทำงานให้แล้วเสร็จบริบูรณ์ภายในกำหนดเวลาก็ดีหรือล่วงกำหนดเวลาแล้วเสร็จบริบูรณ์ไปแล้วก็ดี หรือผู้รับจ้างทำผิดสัญญาข้อหนึ่งข้อใดก็ดี

ผู้ว่าจ้างมีสิทธิจะบอกเลิกสัญญานี้ได้ และมีอำนาจจ้างผู้อื่นทำงานนี้ต่อจากผู้รับจ้างได้ด้วย"สิทธิเรียกร้องของโจทก์ตามข้อเท็จจริงที่ฟังได้เป็นยุติตามที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจำนวนค่าเสียหายของโจทก์เกิดจากจำเลยประพฤติผิดสัญญาไม่ชำระหนี้เลยเป็นเหตุให้โจทก์ต้องจ้างให้ผู้อื่นมาทำการงานแทนจำเลย กล่าวคือ จำเลยได้ตกเป็นผู้ผิดนัดไม่ชำระหนี้มาตั้งแต่เมื่อครบกำหนดส่งมอบงานงวดที่ 1 วันครบกำหนดส่งมอบงานงวดที่ 1 ตามสัญญาข้อ 4 คือวันที่ 3 ตุลาคม 2522 ดังนั้นจำเลยจึงผิดนัดตั้งแต่วันดังกล่าว โจทก์จึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาและบังคับตามสิทธิเรียกร้องกับจำเลยได้นับแต่วันที่จำเลยผิดนัดดังกล่าว ดังนั้น อายุความจึงต้องเริ่มนับแต่ขณะที่โจทก์อาจจะบังคับสิทธิเรียกร้องได้เป็นต้นไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 169 เดิม (193/12 ที่แก้ไขใหม่)

โจทก์มาฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2532 นับถึงวันฟ้องเกินกำหนด 10 ปี คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม(มาตรา 193/30 ที่แก้ไขใหม่) จำเลยจึงมีสิทธิที่จะปฏิเสธการชำระหนี้ตามสิทธิเรียกร้องนั้นได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 188 เดิม (มาตรา 193/10 ที่แก้ไขใหม่)

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

Matter details

Panel of judges
อุดม มั่งมีดี · สันติ ทักราล · สวรรค์ ศักดารักษ์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4312/2545

การกู้ยืมเงินกฎหมายมิได้กำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะ จึงมีอายุความ 10 ปี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 164 เดิม (มาตรา 193/30 ที่แก้ไขใหม่) และตามมาตรา 169 เดิม (มาตรา 193/12 ที่แก้ไขใหม่) บัญญัติว่…

Supreme Court Judgment No. 1986/2541

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 รับจ้างเป็นผู้จัดการของโจทก์ตามสัญญาจ้างผู้จัดการ โดยสัญญามีข้อตกลงว่าจำเลยที่ 1 รับชดใช้ค่าเสียหายหรือหนี้สินที่จำเลยที่ 1 เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายหรือก่อให้เกิดหนี้สินต่อโ…

Supreme Court Judgment No. 2557/2538

การกู้ยืมเงินมิได้มีกำหนดอายุความไว้โดยเฉพาะจึงมีอายุความ10ปีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา193/30จำเลยที่1กู้เงินโจทก์เมื่อวันที่4ธันวาคม2523กำหนดชำระดอกเบี้ยเดือนละครั้งและกำหนดชำระเงินคืนภายในวั…

Supreme Court Judgment No. 5201/2537

จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินในส่วนของภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลพร้อมเงินเพิ่มต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามที่กำหนดในประมวลรัษฎากร มาตรา 30 ภาษีส่วนนี้จึงยุติตามที่ได้ประเมินจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ต…

Supreme Court Judgment No. 3871/2536

เอกสารไม่มีข้อความตอนใดระบุว่าเป็น "ตั๋วสัญญาใช้เงิน"คงมีแต่ข้อความว่าเป็น "ตั๋ว" เอกสารดังกล่าวจึงขาดสาระสำคัญของตั๋วสัญญาใช้เงินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 983(1)จึงมิใช่ตั๋วสัญญาใช้เงิน โจท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up