Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6855/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

น. บิดาจำเลยแบ่งที่ดินแปลงใหญ่ออกเป็นแปลงย่อย 11 แปลง โดยมีที่ดินแปลงหนึ่งซึ่งเป็นที่พิพาทไม่มีลักษณะเป็นที่ดินอยู่อาศัยแต่เป็นทางผ่านที่ดินทั้ง 10 แปลง ไปเชื่อมกับทางสาธารณะ แล้วนำที่ดินที่เหลือ 10 แปลง ออกให้เช่า เมื่อ น. ถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นทายาท น. ได้รับโอนมรดกที่ดินทั้ง 11 แปลงดังกล่าวมา แล้วทำการแบ่งแยกโฉนดที่ดินใหม่จำนวน 10 แปลง โอนขายแก่ผู้ซื้อรวมทั้งโจทก์ การกระทำของ น. และจำเลยจึงเป็นการจัดสรรที่ดินตามความหมายของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ข้อ 1 เมื่อที่ดินพิพาทซึ่งเชื่อมต่อกับทางสาธารณะ น. บิดาจำเลยมีเจตนาที่จะให้เจ้าของที่ดินแปลงอื่นที่จัดสรรมีทางออกสู่ทางสาธารณะโดยสะดวก ที่ดินพิพาทดังกล่าวจึงถือเป็นสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน และตกอยู่ในภาระจำยอมแก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลงตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ข้อ 30 วรรคหนึ่ง เมื่อทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะเรียกให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมได้เนื่องจากการจดทะเบียนภาระจำยอมถือว่าเป็นการอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1391 แม้ในคดีนี้จะมีประเด็นข้อพิพาทตามฟ้องว่า โจทก์ได้ภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่ ศาลก็มีอำนาจยกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 มาปรับว่าทางพิพาทเป็นสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน ทางพิพาทจึงตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินทุกแปลงได้ ปัญหาดังกล่าวเป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลฎีกายกขึ้นวินิจฉัยได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามออกไปจากทางพิพาท หากไม่ปฏิบัติตามให้โจทก์ทำการรื้อถอนเอง โดยจำเลยเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย ให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิในทางเดินพิพาทให้ตกเป็นภาระจำยอมแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 32450 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ หากจำเลยไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนจำเลยในการจดทะเบียนสิทธิภาระจำยอม

จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,000 บาท แทนจำเลย

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 32450 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร จำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ดังกล่าวเดิมเป็นที่ดินแปลงใหญ่โดยนายสุรินทร์บิดาจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ต่อมานายสุรินทร์ได้แบ่งแยกที่ดินดังกล่าวเป็นแปลงย่อย 11 แปลง โดยที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ที่เหลืออยู่จากแบ่งแยกแล้วมีลักษณะเป็นทางผ่านที่ดิน 10 แปลง ที่แบ่งแยกออกไป และส่วนหนึ่งคือทางพิพาทในคดีนี้ ในปี 2516 นายสุรินทร์ได้นำที่ดินที่แบ่งแยกแล้วออกให้เช่า นางไสวมารดาภริยาโจทก์ได้เช่าที่ดินจากนายสุรินทร์เพื่อปลูกบ้านอาศัยด้วย

ต่อมาในปี 2517 นายสุรินทร์ถึงแก่กรรม จำเลยซึ่งเป็นทายาทได้รับโอนมรดกที่ดิน 11 แปลง ดังกล่าว และจำเลยยังคงให้นางไสวและผู้เช่ารายอื่นเช่าที่ดินต่อมา ในปี 2527 จำเลยได้ขายที่ดิน ส่วนที่นางไสวเช่าอยู่ให้แก่โจทก์และขายที่ดินให้แก่ผู้เช่าเดิมบางรายด้วย โดยจำเลยดำเนินการแบ่งแยกโฉนดที่ดินใหม่จำนวน 10 แปลง โอนขายให้แก่ผู้ซื้อรวมทั้งโจทก์รวม 9 ราย คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า โจทก์ได้ภาระจำยอมในทางพิพาทหรือไม่ เห็นว่า แม้ในคดีนี้จะมีประเด็นข้อพิพาทว่า โจทก์ได้ภาระจำยอมโดยอายุความหรือไม่ แต่เมื่อปรากฏว่าตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 286 ข้อ 1 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้นบัญญัติว่า "การจัดสรรที่ดิน"

หมายความว่า การจัดจำหน่ายที่ดินติดต่อกันเป็นแปลงย่อยมีจำนวนตั้งแต่สิบแปลงขึ้นไปไม่ว่าด้วยวิธีใด โดยได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมเป็นค่าตอบแทน และมีการให้คำมั่นหรือการแสดงออกโดยปริยายว่าจะจัดให้มีสาธารณูปโภคหรือบริการสาธารณะหรือปรับปรุงให้ที่ดินนั้นเป็นที่อยู่อาศัย จากข้อเท็จจริงฟังยุติเบื้องต้น เมื่อนำมาปรับเข้ากับข้อกฎหมายดังกล่าวเห็นได้ว่า การกระทำของนายสุรินทร์บิดาจำเลยและจำเลยเป็นการจัดสรรที่ดินตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับดังกล่าว และตามข้อ 30 วรรคหนึ่งของประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ที่ว่า สาธารณูปโภคซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน เช่น ถนน ให้ถือว่าตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อที่ดินจัดสรร

ดังนี้ ทางพิพาทตามผังการจัดที่ดินซึ่งอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ทั้งแปลง ไม่มีลักษณะเป็นที่ดินสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยแต่มีลักษณะเป็นทาง กว้างประมาณ 5 เมตร ยาวประมาณ 110 เมตร จากที่ดินแปลงในสุดผ่านหน้าที่ดินแปลงย่อยทั้งสองฟากไปเชื่อมกับทางสาธารณะ ย่อมแสดงให้เห็นเจตนาของนายสุรินทร์บิดาจำเลยว่าเพื่อต้องการให้เจ้าของที่ดินแปลงในมีทางออกสู่ทางสาธารณะได้โดยสะดวก ถือได้ว่าเป็นสาธารณูปโภคที่ผู้จัดสรรที่ดินได้จัดให้มีขึ้นเพื่อการจัดสรรที่ดิน ทางพิพาทจึงตกอยู่ในภาระจำยอมเพื่อประโยชน์แก่ที่ดินจัดสรรทุกแปลงรวมทั้งที่ดินของโจทก์ จำเลยไม่มีสิทธิทำรั้วปิดกั้นหรือหวงห้ามทางมิให้โจทก์ใช้ทางพิพาท ปัญหาที่วินิจฉัยดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5)

ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ เมื่อทางพิพาทเป็นทางภาระจำยอมแก่ที่ดินของโจทก์ โจทก์จึงมีสิทธิที่จะเรียกให้จำเลยจดทะเบียนภาระจำยอมได้เนื่องจากการจดทะเบียนภาระจำยอมถือว่าเป็นการอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอมตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1391 ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น

Result

พิพากษากลับว่า ทางพิพาทในที่ดินโฉนดเลขที่ 1740 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นทางภาระจำยอมของที่ดินโฉนดเลขที่ 32450 ตำบลบ้านช่างหล่อ อำเภอบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร ให้จำเลยรื้อถอนรั้วลวดหนามออกไปจากทางพิพาท และจดทะเบียนสิทธิภาระจำยอมทางพิพาทให้แก่โจทก์ หากไม่ปฏิบัติให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความรวม 6,000 บาท.

Matter details

Panel of judges
จิระ โชติพงศ์ · โนรี จันทร์ทร · ธนพจน์ อารยลักษณ์
Lower court
ศาลแพ่งธนบุรี - นางเรณี อินราชัย
ศาลอุทธรณ์ - นายบุญรอด ตันประเสริฐ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 7786/2561

โจทก์ได้รับใบอนุญาตให้จัดสรรที่ดิน โจทก์ก่อสร้างอาคารพาณิชย์จำนวนมากและกำแพงคอนกรีตแล้วโอนขายให้ลูกค้ารวมถึงจำเลยทั้งสองที่ซื้อที่ดินพร้อมอาคารพาณิชย์ โดยโจทก์สร้างกำแพงคอนกรีตเพื่อให้บุคคลภายในและภาย…

Supreme Court Judgment No. 2621/2559

จำเลยซื้อที่ดินจากโจทก์ทั้งสาม โดยทำข้อตกลงว่ากรณีจำเลยสามารถหาทางออกสู่ถนนสาธารณะได้ จำเลยจะให้ทางออกแก่ที่ดินอีกแปลงหนึ่งของโจทก์ทั้งสาม เฉพาะแก่โจทก์ทั้งสาม 3 ครอบครัว เป็นทางกว้าง 3 เมตร ข้อตกลงดั…

Supreme Court Judgment No. 10665/2558

จำเลยได้ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินในโครงการกับผู้ซื้อพร้อมกับแจกใบโฆษณาให้แก่ผู้ซื้อด้วย ใบโฆษณาจึงเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจะซื้อจะขายด้วย จำเลยต้องผูกพันตามสัญญาโดยจัดทำสาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้ได้ขนาดตามที่ไ…

Supreme Court Judgment No. 1440/2548

คำฟ้องของโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้วว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันจัดสรรที่ดินและให้คำมั่นว่าจะจัดให้มีที่ว่างตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบค…

Supreme Court Judgment No. 3482/2541

โจทก์ ได้ สิทธิ ภารจำยอม โดย อายุความ ตาม คำพิพากษา ของ ศาล โจทก์ บอกกล่าว ให้ จำเลย เจ้าของ ภารยทรัพย์ ไป ดำเนินการ จดทะเบียน สิทธิ ภารจำยอม ที่ โจทก์ ได้ มา แต่ จำเลย เพิกเฉย ถือได้ว่า เป็น การ โต้แ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up