Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6855/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่จำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นกรณีที่มีเจตนาครอบครองเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ในลักษณะต่างกัน ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือหลายกรรมต่างกัน เป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 การกระทำของจำเลยที่ 1 จึงเป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกรรมหนึ่ง แต่โจทก์ก็มิได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ให้ถูกต้อง แต่ไม่อาจกำหนดโทษในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อีกเพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 ซึ่งต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 212 ประกอบด้วยมาตรา 225

Provisions the court ruled on

ป.อ. Section 91 ป.วิ.อ. Section 195 ป.วิ.อ. Section 212 ป.วิ.อ. Section 225 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 15 พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 Section 65

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันกระทำความผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน โดยร่วมกันผลิตเฮโรอีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ด้วยการนำเฮโรอีนซึ่งบรรจุอยู่ในหลอดพลาสติกใสมีฝาสีเหลือง (หลอดบิ๊ก) มาแบ่งบรรจุใส่หลอดดูดเครื่องดื่มตัดเป็นท่อนสั้นๆ 15 หลอด หนัก 0.15 กรัม เพื่อความสะดวกแก่การจำหน่ายและมีเฮโรอีน 15 หลอด ดังกล่าวไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายนอกจากนี้จำเลยทั้งสองยังร่วมกันมีเฮโรอีนอีก 2 หลอดพลาสติกมีฝาสีเหลือง (หลอดบิ๊ก) น้ำหนัก 0.61 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย และจำเลยทั้งสองร่วมกันจำหน่ายเฮโรอีนไป 3 หลอดดูดเครื่องดื่ม น้ำหนัก 0.03 กรัม อันเป็นส่วนหนึ่งของเฮโรอีนที่จำเลยทั้งสองร่วมกันผลิตและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายให้แก่สายลับในราคา 300 บาท และจำเลยทั้งสองร่วมกันมีเมทแอมเฟตามีนอันเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 จำนวน 5 เม็ด

น้ำหนัก 0.45 กรัม ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย เจ้าพนักงานจับจำเลยทั้งสองพร้อมทั้งยึดได้ธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ ฉบับละ 100 บาท 2 ฉบับ และฉบับละ 20 บาท 5 ฉบับ เฮโรอีน 2 หลอดพลาสติก และ 15 หลอดดูดเครื่องดื่มและเมทแอมเฟตามีน 5 เม็ด เป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามพระราบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15, 65, 66, 67, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 83, 91 ริบเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนธนบัตรที่ใช้ล่อซื้อ 300 บาท ของกลางนั้นให้คืนแก่เจ้าของ

จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 65 วรรคสี่, 66 วรรคสอง, 67 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 สำหรับความผิดฐานผลิตเฮโรอีน ฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองนั้น เฮโรอีนกับเมทแอมเฟตามีนของกลางเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภทเดียวกันและเจ้าพนักงานตำรวจยึดของกลางดังกล่าวได้ในคราวเดียวกันพร้อมกับการจับกุมจำเลยทั้งสอง การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดกรรมเดียวแต่ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 วางโทษจำคุก 5 ปี และปรับ 400,000 บาท และฐานจำหน่ายเฮโรอีนวางโทษจำคุก 4 ปี และปรับ 80,000 บาท

จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 รวม 5 ปี 12 เดือน และปรับ 250,000 บาท หากไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้ไม่เกิน 1 ปี ริบเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนของกลาง ส่วนเงิน 300 บาท ของกลางที่ใช้ล่อซื้อให้คืนแก่เจ้าของ ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 1 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 15 วรรคหนึ่ง, 66 วรรคหนึ่ง, 67 การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองนั้นเป็นความผิดกรรมเดียวกัน ให้ลงโทษฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี และฐานจำหน่ายเฮโรอีนจำคุก 4 ปี โดยไม่ลงโทษปรับจำเลยที่ 1 คำรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กระทงละหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 16 เดือน ให้ยกฟ้องข้อหาผลิตเฮโรอีน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฐานผลิตเฮโรอีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายหรือไม่ เห็นว่า แม้โจทก์จะไม่มีประจักษ์พยานเห็นจำเลยที่ 1 แบ่งบรรจุเฮโรอีนจากหลอดพลาสติกมีฝาสีเหลือง (หลอดบิ๊ก) มาใส่ในหลอดดูดเครื่องดื่มตัดเป็นท่อนสั้นๆ จำนวน 15 หลอด แล้วปิดหัวท้ายด้วยการใช้ความร้อนลนก็ตาม แต่โจทก์มีคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 มาแสดงว่าจำเลยที่ 1 นำเฮโรอีนที่ซื้อมาแบ่งบรรจุใส่หลอดดูดเครื่องดื่มที่ตัดสั้นๆ เพื่อจำหน่ายแก่ลูกค้า โดยโจทก์มีร้อยตำรวจโทภัทรพลพนักงานสอบสวนมาเบิกความประกอบโดยพยานยืนยันว่าในชั้นสอบสวนพยานแจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ

ร้อยตำรวจโทภัทรพลไม่รู้จักจำเลยที่ 1 มาก่อนจึงไม่มีเหตุระแวงสงสัยว่าจะเบิกความปรักปรำจำเลยที่ 1 ทั้งตามที่จำเลยที่ 1 นำสืบต่อสู้คดีนั้น จำเลยที่ 1 เบิกความรับว่าเหตุที่แบ่งบรรจุเฮโรอีนใส่ในหลอดดูดเครื่องดื่มเนื่องจากสะดวกในการพกพาไปเสพตอนออกไปทำงาน พยานหลักฐานของจำเลยที่ 1 จึงเจือสมพยานหลักฐานของโจทก์ให้เชื่อได้ว่าในชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหาผลิตเฮโรอีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายโดยสมัครใจซึ่งคำให้การดังกล่าวแม้จะเป็นพยานบอกเล่าแต่เป็นคำรับที่เป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 1 เองย่อมมีน้ำหนักรับฟังได้ ส่วนที่เจ้าพนักงานตำรวจไม่ได้ยึดอุปกรณ์ที่ใช้ในการแบ่งบรรจุเฮโรอีนเป็นพยานหลักฐานตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ตำหนิพยานโจทก์มานั้นก็ไม่เป็นข้อพิรุธสงสัยเพราะการแบ่งบรรจุเฮโรอีนด้วยวิธีดังกล่าวข้างต้นกระทำได้ง่ายโดยใช้มีดหรือกรรไกรตัดหลอดดูดเครื่องดื่มที่เป็นพลาสติกให้เป็นหลอดสั้นๆ แล้วจึงแบ่งบรรจุเฮโรอีน

จากนั้นใช้ไม้ขีดไฟจุดไฟลนปิดหัวท้ายหลอดพลาสติก ซึ่งอุปกรณีดังกล่าวนั้นเป็นทรัพย์สินที่คนทั่วไปหามาให้ได้โดยสะดวก ทั้งเจ้าพนักงานตำรวจผู้จับกุมก็มิได้แจ้งข้อหาผลิตเฮโรอีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายแก่จำเลยที่ 1 เสียแต่แรก จึงอาจไม่ได้ยึดเป็นของกลาง กรณีดังกล่าวเป็นเพียงความบกพร่องเล็กน้อยของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการผู้สั่งฟ้องเท่านั้น หาได้ทำให้พยานหลักฐานของโจทก์ในข้อหาความผิดนี้ถึงกับไร้น้ำหนักฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานผลิตเฮโรอีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายดังที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยเสียเลยไม่ ดังนั้น เมื่อรับฟังคำให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนของจำเลยที่ 1 ประกอบพยานหลักฐานอื่นที่โจทก์นำสืบแล้วเห็นว่า

พยานหลักฐานของโจทก์มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ผลิตเฮโรอีนโดยแบ่งการบรรจุเพื่อจำหน่ายเมื่อเฮโรมีนของกลางมิได้คำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ไว้ จึงต้องถือว่าเฮโรอีนของกลางมีปริมาณสารบริสุทธิ์ไม่ถึง 3 กรัมซึ่งไม่ถึงปริมาณที่กำหนดตามมาตรา 15 วรรคสาม (3) แห่งพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดฐานผลิตเฮโรอีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสี่ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 ยกฟ้องโจทก์ในข้อหานี้ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น

อนึ่ง ตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 9 วินิจฉัยว่า การที่จำเลยที่ 1 มีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายและมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นการกระทำความผิดกรรมเดียวนั้น

ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ 1 มีเจตนาครอบครองเฮโรอีนและเมทแอมเฟตามีนดังกล่าวไว้ในลักษณะต่างกัน ถือได้ว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นความผิดสองกรรมต่างกัน ปัญหาว่าการกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทหรือหลายกรรมต่างกันเป็นข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้โจทก์มิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 225 การกระทำของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตอีกกรรมหนึ่ง แต่โจทก์ก็มิได้ฎีกาในปัญหานี้ ศาลฎีกาเห็นสมควรปรับบทลงโทษจำเลยที่ 1 ให้ถูกต้อง แต่ไม่อาจกำหนดโทษในความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตได้อีกเพราะจะเป็นการเพิ่มเติมโทษจำเลยที่ 1 ซึ่งต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 212 ประกอบด้วยมาตรา 225"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า การกระทำของจำเลยที่ 1 ในความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายกับความผิดฐานมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และจำเลยที่ 1 มีความผิดฐานผลิตเฮโรอีนโดยแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 65 วรรคสี่ อีกบทหนึ่งด้วยและเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย ให้ลงโทษฐานผลิตเฮโรอีนโดยการแบ่งบรรจุเพื่อจำหน่ายอันเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ให้จำคุก 5 ปี และปรับ 400,000 บาท เมื่อรวมกับโทษฐานจำหน่ายเฮโรอีนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9 ซึ่งให้จำคุก 4 ปีแล้ว รวมเป็นจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 9 ปี และปรับ 400,000 บาท เมื่อลดโทษให้จำเลยที่ 1 หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 6 ปี และปรับ 266,666.66 บาท ไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 29, 30 โดยให้กักขังแทนค่าปรับได้ไม่เกิน 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

Matter details

Panel of judges
ชาลี ทัพภวิมล · สมศักดิ์ จันทรา · ชูเกียรติ ตันทวีวงศ์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10521/2554

แม้โจทก์ไม่ได้บรรยายว่าเมทแอมเฟตามีน 30 เม็ด ที่จำหน่ายให้แก่สายลับมีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์เท่าใด แต่โจทก์บรรยายฟ้องมาแล้วว่า เมทแอมเฟตามีนของกลาง 160 เม็ด ที่จำเลยที่ 1 มีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่…

Supreme Court Judgment No. 5221/2549

จำเลยที่ 2 ซึ่งศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่ามีความผิดตามคำฟ้อง แม้จะปรากฏว่าจำเลยที่ 2 ยื่นอุทธรณ์ว่าจำเลยที่ 2 ไม่ได้กระทำความผิดและขอให้ยกฟ้อง เมื่อเนื้อหาในอุทธรณ์จำเลยที่ 2 คงอุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้…

Supreme Court Judgment No. 8005/2547

ยาเสพติดให้โทษของกลางจำนวนแรกเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 (คีตามีน) ผสมกับยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) จำเลยจึงมีเจตนาครอบครองยาเสพติดใด้โทษรวมกันไปไม่อาจแบ่งแยกออกจากกันได้ เป็นการกระทำควา…

Supreme Court Judgment No. 1581/2567

แม้ตาม ป.อ. มาตรา 268 บัญญัติให้ผู้ใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา 265 และเป็นผู้ปลอมเอกสารนั้น รับโทษตามมาตรานี้เพียงกระทงเดียว แต่การใช้เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป.รัษฎากร มาตรา…

Supreme Court Judgment No. 83/2567

โจทก์บรรยายฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งหกฐานเป็นซ่องโจรอีกกรรมหนึ่ง โดยการกระทำความผิดฐานนี้ย่อมเป็นความผิดสำเร็จเมื่อมีการสมคบกันวางแผนเพื่อกระทำการอันเป็นความผิด แม้ยังมิได้มีการกระทำการตามที่ได้สมคบ ปัญ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up