คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยสมคบกันลักทรัพย์ ขอให้ลงโทษตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๙๓. จำเลยทั้ง ๒ ปฏิเสธ
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยทั้งสองผิดตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๙๓ ให้จำคุกคนละ ๓ ปี ฯลฯ
ศาลฎีกาวินิจฉัย
จำเลยทั้งาสองฎีกา าเมื่อยื่นฎีกาแล้วนายสวัสดิ์จำเลยที่ ๑ หลบหนี ศาลฎีกาจำหน่ายคดี คงพิจารณาเฉพาะนายคำจำเลย ที่ ๒ ซึ่งศาลฎีกาพิพากษายืน. ครั้นวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๔๙๕ ทางเรือนจำรายงานว่า จำเลยที่ ๑ ถูกจับได้แล้ว โจทก์จึงขอให้ศาลฎีกาพิพากษาคดีจำเลย ที่ ๑ ไป ปรากฎว่า จำเลยที่ ๑ หลบหนีการพิจารณาของศาลฎีกาไปตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๔๘๙ ซึ่งศาลฎีกาจำหน่ายคดีสำหรับ ตัวจำเลยไปแล้ว เพิ่งจับตัวได้เมื่อ ๒๖ กรกฎาคม ๒๔๙๕ เป็นเวลาเกินกว่า ๕ ปี จำเลยถูกกล่าวหาโทษในความผิดฐานลัก ทรัพย์ตาม ก.ม.ลักษณะอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๙๓ ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูง ๕ ปี มีกำหนดอายุความให้ฟ้องร้องภายใน ๕ ปี ตามมาตรา ๗๘(๓) แต่บัดนี้ จำเลยที่ ๑ หลบหนีไปเกินกว่าอายุความที่จะฟ้องร้องแล้ว คดีย่อมขาดอายุความ.
Result
จึงพิพากษาให้ยกฟ้องเฉพาะตัวจำเลยที่ ๑.