คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์หรือรับของโจรและพรากเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ไปเสียจากผู้ปกครอง ชั้นไต่สวนมูลฟ้องจำเลยรับในข้อหารับของโจรและฐานพรากเด็ก ศาลแขวงพระนครเหนือสั่งประทับฟ้องเฉพาะความผิด 2 ฐานนี้แล้ว ส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพนักงานอัยการเห็นว่า ความผิดฐานลักทรัพย์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลแขวงมิได้พิพากษายกฟ้อง โจทก์จึงฟ้องต่อศาลอาญา ขอให้ลงโทษฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร และฐานพรากเด็กไปเสียจากผู้ปกครอง ศาลอาญารับฟ้องเฉพาะความผิดฐานรับของโจรและฐานพรากเด็กจำเลยรับสารภาพ โจทก์จำเลยไม่สืบพยานศาลอาญาพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 357 ให้จำคุก 1 ปี กระทงหนึ่ง มาตรา 317 ให้จำคุก 1 ปี อีกกระทงหนึ่ง ลดฐานรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงลงโทษทั้งสองกระทง รวม 1 ปีโจทก์อุทธรณ์ ขอให้รับฟ้องฐานลักทรัพย์ด้วย
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอาญาประทับฟ้องเฉพาะความผิดฐานรับของโจรฯลฯ ส่วนข้อหาฐานลักทรัพย์ไม่รับประทับฟ้อง โจทก์ก็มิได้โต้แย้งหรือคัดค้านประการใด เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพฐานรับของโจรโจทก์ก็ไม่โต้แย้งหรือคัดค้าน โจทก์กลับแถลงไม่สืบพยานดังนี้ คดีไม่มีทางที่จะลงโทษจำเลยฐานลักทรัพย์ได้อีก ข้อฎีกาของโจทก์จึงไม่เป็นสาระแก่คดี อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 214,15 และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 242(1)
Result
พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์เสีย