เนื้อความคำพิพากษา
คดีที่ บริษัท ซ. จำกัด ผู้ร้อง ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้ผู้คัดค้าน (เทศบาลเมือง) ปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ เป็นการยื่นคำร้องตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยมาตรา ๔๒ ของพระราชบัญญัติดังกล่าว บัญญัติว่า "เมื่อคู่พิพาทฝ่ายใดประสงค์จะให?มีการบังคับตามคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ ให?คู?พิพาทฝ่ายนั้นยื่นคำร?องต?อศาลที่มีเขตอำนาจ..." และมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน บัญญัติว่า "ให?ศาลทรัพย์?สินทางปัญญาและการค?าระหว่างประเทศกลางหรือศาลทรัพย์?สินทางปัญญาและการค?าระหว่างประเทศภาค หรือศาลที่มีการพิจารณาชั้นอนุญาโตตุลาการอยู่ในเขตศาล หรือศาลที่คู?พิพาทฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทซึ่งได้เสนอต?ออนุญาโตตุลาการนั้น เป็นศาลที่มีเขตอำนาจตามพระราชบัญญัตินี้ จึงต้องวินิจฉัยก่อนว่าสัญญาจ้างซึ่งเป็นข้อพิพาทตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการเป็นสัญญาทางแพ่งหรือสัญญาทางปกครอง ซึ่งจะส่งผลถึงการวินิจฉัยเขตอำนาจศาลในคดีนี้ โดยสัญญาจ้างพิพาทเป็นสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างนายกเทศมนตรี
กระทำการแทนเทศบาล ผู้ว่าจ้าง กับ บริษัท ซ. จำกัด ผู้รับจ้าง ได้ความจากคำคัดค้านของผู้คัดค้านว่า สัญญาจ้างดังกล่าวเป็นสัญญาหนึ่งของโครงการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ริเริ่มขึ้นในปี ๒๕๕๐ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาขยะล้นเมืองแบบยั่งยืน อันเป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมของท้องถิ่นและประชาชนดำเนินการร่วมกันโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (ตอนเหนือ) ประกอบด้วยเขตอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี และองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เป็นคณะกรรมการภาคีความร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ตอนเหนือ อันเป็นการดำเนินการตามแนวทางการจัดทำบริการสาธารณะร่วมกันระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกรมส่งเสริมการปกครอง
กระทรวงมหาดไทย โดยมีเทศบาลเมือง ผู้คัดค้าน ดำเนินการบริหารศูนย์โครงการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นโครงการนำร่องร่วมกับกระทรวงพลังงานเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจร โดยมุ่งหวังให้เกิดความยั่งยืน ทั้งด้านการอนุรักษ์พลังงาน สิ่งแวดล้อมคุณภาพชีวิต รวมถึงส่งผลตอบแทนทางเศรษฐกิจ สัญญาพิพาทจึงเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง และเมื่อพิจารณาวัตถุแห่งสัญญา เป็นการจ้างให้ผู้ร้องซึ่งเป็นเอกชนดำเนินการคัดแยกขยะมูลฝอยเพื่อนำพลาสติกมาแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ที่ต้องทำของผู้คัดค้าน ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๕๐ (๓) ประกอบ ๕๓ (๑) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล
พ.ศ. ๒๔๙๖ สัญญาพิพาทจึงเป็นสัญญาที่มีคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครองและมีลักษณะของสัญญาเป็นการมอบหมายให้ผู้ร้องซึ่งเป็นบริษัทเอกชนเข้าร่วมดำเนินการจัดทำบริการสาธารณะในการกำจัดมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้คัดค้าน จึงเป็นสัญญาที่ให้เข้าร่วมจัดทำบริการสาธารณะ อันมีลักษณะเป็นสัญญาทางปกครองตามบทนิยามในมาตรา ๓แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ ข้อพิพาทระหว่างผู้ร้องกับผู้คัดค้านตามสัญญาจ้างดังกล่าวจึงเป็นข้อพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง ตามมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง (๔) แห่งพระราชบัญญัติเดียวกัน ดังนั้นการที่ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้คัดค้านปฏิบัติตามคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการอันเกิดจากข้อพิพาทตามสัญญาทางปกครองจึงต้องเสนอต่อศาลปกครองซึ่งเป็นศาลที่มีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาข้อพิพาทซึ่งได้เสนอต่ออนุญาโตตุลาการนั้น ตามมาตรา ๙ ประกอบมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ () - -