Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 695/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หนี้ค่าอากรขาเข้าและเงินเพิ่มเป็นหนี้ที่กฎหมายบัญญัติให้รัฐเรียกเก็บจากเอกชนผู้ทำธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนด หนี้ค่าอากรขาเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จตาม พ.ร.บ.ศุลกากรฯ มาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง ส่วนหนี้เงินเพิ่มเกิดขึ้นเนื่องจากผู้นำเข้าไม่ชำระค่าอากรภายในเวลาที่กำหนดกับให้เรียกเก็บนับแต่วันที่ส่งมอบตามมาตรา 112 จัตวา วรรคหนึ่ง ดังนั้นหนี้ค่าอากรกับหนี้เงินเพิ่มจึงเป็นมูลหนี้หลายราย เมื่อจำเลยชำระหนี้ไม่เพียงพอจะเปลื้องหนี้สินได้หมดทุกราย หนี้ค่าอากรเป็นหนี้รายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้เพราะมีภาระเงินเพิ่มตามกฎหมาย ย่อมได้เปลื้องไปก่อนตาม ป.พ.พ. มาตรา 328 วรรคสอง

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 328 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 10 พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 Section 112

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน 138,808.89 บาท พร้อมเงินเพิ่มอากรขาเข้าในอัตราร้อยละ 1 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของอากรที่ค้างชำระจำนวน 87,853.73 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลภาษีอากรกลางพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 87,853.73 บาท แก่โจทก์

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีภาษีอากรวินิจฉัยว่า "...

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังยุติว่าจำเลยนำสินค้าซึ่งมีแหล่งกำเนิดและต้นทางจากต่างประเทศเข้ามาในราชอาณาจักรโดยทางเรือ และได้ยื่นใบขนสินค้าขาเข้าพร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่มสำแดงว่าเป็นสินค้าที่นำเข้ามาเพื่อผลิตเพื่อการส่งออกภายใน 1 ปี นับแต่วันนำเข้า พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้ตรวจสอบสินค้าแล้วพบว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าราคาแท้จริงในท้องตลาดจึงแจ้งให้จำเลยทราบ จำเลยยินยอมเพิ่มราคาสินค้าตรงตามราคาที่แท้จริงในท้องตลาด และยินยอมเพิ่มค่าอากรตามราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น จำเลยได้วางหนังสือค้ำประกันของธนาคารค้ำประกันการชำระอากรเนื่องจากจำเลยมิได้ชำระอากรขาเข้าให้แก่โจทก์ตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 9)

พ.ศ.2482 มาตรา 19 ตรี ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มจำเลยได้ชำระเรียบร้อยแล้ว ต่อมาพนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ตรวจสอบพบว่าจำเลยมิได้นำสินค้าที่นำเข้ามาไปผลิตเพื่อส่งออกภายใน 1 ปี นับแต่วันนำของเข้ามาในราชอาณาจักรและจำเลยมิได้ยื่นใบสรุปยอดเงินภาษีอากรขาเข้าภายในเดือนที่ 13 นับแต่วันนำของเข้าตามประกาศของโจทก์ จำเลยจึงต้องชำระอากรพร้อมเงินเพิ่มให้แก่โจทก์ พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์มีหนังสือแจ้งให้จำเลยนำเงินค่าอากรตามที่จำเลยสำแดงไว้มาชำระ และมีหนังสือแจ้งให้ธนาคารผู้ค้ำประกันทราบ ธนาคารผู้ค้ำประกันได้นำเงินมาชำระให้แก่โจทก์จำนวน 465,000 บาท เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2540 พนักงานเจ้าหน้าที่ของโจทก์ได้นำเงินจำนวนดังกล่าวไปหักชำระเงินเพิ่มนับแต่วันที่จำเลยรับสินค้าไปคือวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2537 จนถึงวันที่ธนาคารนำเงินมาชำระคือวันที่ 8 กันยายน 2540 จำนวน 166,242.73 บาท

คงเหลือเงินที่นำมาหักชำระค่าอากรขาเข้าจำนวน 298,757.27 บาท เมื่อนำมาหักออกจากอากรขาเข้าจำนวน 386,611 บาท แล้วยังคงเหลือเป็นค่าอากรขาเข้าที่จำเลยต้องชำระจำนวน 87,853.73 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์ว่า หนี้ค่าอากรและหนี้เงินเพิ่มตามใบขนสินค้าขาเข้าเป็นมูลหนี้รายเดียวกันหรือไม่ ที่โจทก์อุทธรณ์ปัญหาข้อนี้ว่า เงินเพิ่มเกิดจากค่าอากรที่ค้างชำระ มีสภาพคล้ายดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมเงิน เงินเพิ่มจึงเป็นหนี้อุปกรณ์ของหนี้ค่าอากรที่ค้างชำระซึ่งเป็นหนี้ประธาน ถือได้ว่าเป็นมูลหนี้รายเดียวกันนั้น เห็นว่า การกู้ยืมเงินและดอกเบี้ยที่เกิดจากการกู้ยืมเงินเป็นหนี้ที่เกิดจากการก่อนิติสัมพันธ์ระหว่างเอกชนต่อเอกชน ซึ่งคู่สัญญาอาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือวิธีการชำระหนี้กันไว้อย่างไรก็ได้

หากการตกลงนั้นไม่เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายหรือไม่เป็นการพ้นวิสัย หรือไม่เป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ส่วนหนี้ค่าอากรขาเข้าและเงินเพิ่มเป็นหนี้ที่กฎหมายบัญญัติให้รัฐเรียกเก็บจากเอกชนผู้ทำธุรกรรมตามที่กฎหมายกำหนด จึงถือไม่ได้ว่าหนี้สองประเภทดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกัน หนี้ค่าอากรขาเข้าเกิดขึ้นในเวลาที่นำของเข้าสำเร็จตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 มาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง ในขณะนั้นหนี้เงินเพิ่มยังไม่เกิดขึ้น หนี้เงินเพิ่มเกิดขึ้นเนื่องจากผู้นำเข้าไม่ชำระค่าอากรภายในเวลาที่กำหนด กับให้เรียกเก็บนับแต่วันที่ส่งมอบตามมาตรา 112 จัตวา วรรคหนึ่ง หนี้ค่าอากรกับหนี้เงินเพิ่มจึงเป็นมูลหนี้หลายราย

เมื่อจำเลยชำระหนี้ไม่เพียงพอจะเปลื้องหนี้สินได้หมดทุกราย หนี้ค่าอากรเป็นหนี้รายที่ตกหนักที่สุดแก่ลูกหนี้เพราะมีภาระเงินเพิ่มตามกฎหมาย ย่อมได้เปลื้องไปก่อนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 328 วรรคสอง ที่ศาลภาษีอากรกลางนำเงินประกันไปชำระค่าอากรก่อนชอบแล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
เปรมใจ กิติคุณไพโรจน์ · ทองหล่อ โฉมงาม · รุ่งโรจน์ รื่นเริงวงศ์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4374/2566

ชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติที่โจทก์นำเข้ามาตามใบขนสินค้าขาเข้าพิพาทมีชิ้นส่วนอุปกรณ์ชุดหัวเทียน (Spark Plug) ซึ่งเป็นชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่าชุดอุปกรณ์ควบคุมการใช้ก๊าซธรรมชาติที…

Supreme Court Judgment No. 2164/2566

พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 ได้บัญญัติถึงเรื่องคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ไว้ตั้งแต่มาตรา 112 สัตต ถึงมาตรา 112 อัฏฐารส ซึ่งให้อำนาจคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์ของผู้นำของเข้าหรือผู้ส่งของอ…

Supreme Court Judgment No. 4728/2565

ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 10 ทวิ วรรคหนึ่ง และ พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530 ภาค 4 ว่าด้วยของที่ได้รับยกเว้นอากร ประเภทที่ 13 ยุทธภัณฑ์ที่จะได้รับการยกเว้นอากรตาม พ.ร.ก.พิกัดอัตราศุลกากร พ…

Supreme Court Judgment No. 2318/2561

โจทก์ฟ้องและนำสืบว่า จำเลยนำเข้าสินค้าพิพาทโดยสำแดงอัตราพิกัดศุลกากรไม่ถูกต้อง จึงได้แจ้งการประเมินอากรขาเข้าที่จำเลยต้องชำระเพิ่มพร้อมเงินเพิ่ม ไม่ใช่กรณีคำนวณอากรผิดซึ่งมีอายุความสองปี นับจากวันที่น…

Supreme Court Judgment No. 4228/2555

ตามคำพิพากษาของศาลอาญาในคดีหมายเลขแดงที่ 2522/2527 ระหว่างพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ บริษัทสุนิสา จำกัด จำเลยตามเอกสารหมาย จ.1 ซึ่งศาลพิพากษาว่า ข้อเท็จจริงยังรับฟังไม่ได้ว่าสินค้าพิพาทท…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up