Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 698/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

แม้โจทก์จะไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารทั้งหมดหรือบางส่วนโดยเฉพาะด้านหลังเช็คที่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 3 สลักหลังไว้ให้แก่จำเลยที่ 3 ก่อนวันสืบพยานตามที่ระบุไว้ในมาตรา 90(เดิม) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ก็ตาม แต่กฎหมายดังกล่าวมิได้บังคับโดยเด็ดขาดตายตัว หากเอกสารที่อ้างนั้นเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจรับฟังเอกสารนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 87(2) ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวก็เป็นข้อแสดงให้เห็นว่าเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แม้จะฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90(เดิม) ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คให้ใช้เงินแก่ผู้ถือจำนวน 6 ฉบับ รวมจำนวนเงินทั้งสิ้น 187,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สลักหลังเช็คทั้งหกฉบับ และมีจำเลยที่ 3เป็นผู้สลักหลังเฉพาะเช็คฉบับที่ 1 ถึงฉบับที่ 4 จำเลยทั้งสามนำเช็คทั้งหกฉบับมาแลกเงินสดไปจากโจทก์ เมื่อเช็คทั้งหกฉบับถึงกำหนดชำระเงินโจทก์เรียกเก็บเงินตามเช็คไม่ได้ โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสามแล้ว แต่จำเลยทั้งสามเพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยที่ 1และที่ 2 ร่วมกันชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 187,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชำระเงินให้แก่โจทก์จำนวน 122,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาโจทก์ยื่นคำบอกกล่าวขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้จำหน่ายคดีเฉพาะจำเลยที่ 2จำเลยที่ 3 ให้การว่า จำเลยที่ 3 ไม่เคยสลักหลังเช็คฉบับที่ 1ถึงฉบับที่ 4 ตามที่โจทก์นำมาฟ้องและไม่เคยนำเช็คทั้งหกฉบับตามฟ้องไปแลกเงินสดจากโจทก์ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินให้โจทก์จำนวน198,189 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ในต้นเงิน187,000 บาท นับถัดจากวันที่ 16 มีนาคม 2532 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยที่ 3 ร่วมกันกับจำเลยที่ 1 รับผิดชำระเงินให้โจทก์ในยอดหนี้จำนวน 129,412 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี ในต้นเงิน 122,000 บาท นับถัดจากวันที่ 16 มีนาคม 2532เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จจำเลยที่ 3 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 3 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

คดีมีปัญหาข้อกฎหมายตามฎีกาของจำเลยที่ 3ว่า การที่ศาลชั้นต้นรับฟังเอกสารที่โจทก์มิได้นำส่งสำเนาเอกสารให้แก่จำเลยที่ 3 ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน เป็นการไม่ชอบด้วยกระบวนพิจารณาหรือไม่ ในการวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนซึ่งข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า โจทก์ฟ้องให้จำเลยที่ 3รับผิดตามเช็ค โดยอ้างว่าจำเลยที่ 3 เป็นผู้สลักหลังเช็คตามเอกสารหมาย จ.2, จ.4, จ.6 และ จ.8 ซึ่งโจทก์ได้ยื่นบัญชีพยานระบุอ้างเช็คทั้งสี่ฉบับเป็นพยานแล้ว แต่โจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวโดยเฉพาะด้านหลังเช็คที่มีลายมือชื่อของจำเลยที่ 3สลักหลังไว้ ให้จำเลยที่ 3 ก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 (เดิม) คงส่งเฉพาะแต่ภาพถ่ายด้านหน้าของเช็คและใบคืนเช็คเท่านั้น เมื่อโจทก์นำพยานเข้าสืบโจทก์ได้อ้างและส่งต้นฉบับเอกสารดังกล่าวต่อศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวแล้ว

Result

พิพากษาให้จำเลยที่ 3 ร่วมรับผิดชำระเงินตามเช็คดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นว่าแม้โจทก์จะไม่ได้ส่งสำเนาเอกสารทั้งหมดหรือบางส่วนให้แก่จำเลยที่ 3ก่อนวันสืบพยานตามที่ระบุไว้ในมาตรา 90 (เดิม) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งก็ตาม แต่กฎหมายดังกล่าวมิได้บังคับโดยเด็ดขาดตายตัว หากเอกสารที่อ้างนั้นเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดีเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลมีอำนาจรับฟังเอกสารนั้นได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 87(2) ดังนั้น การที่ศาลชั้นต้นใช้ดุลพินิจรับฟังพยานเอกสารดังกล่าวก็เป็นข้อแสดงให้เห็นว่าเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานอันสำคัญซึ่งเกี่ยวกับประเด็นข้อสำคัญในคดี เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม แม้จะฝ่าฝืนต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 90 (เดิม) ศาลชั้นต้นย่อมมีอำนาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นว่านั้นได้พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
สมคิด ไตรโสรัส · นิเวศน์ คำผอง · สถิตย์ ไพเราะ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5766/2537

เมื่อเช็คพิพาทมีรายการครบถ้วนตาม ป.พ.พ.มาตรา 988 แม้ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้วก็ยังคงเป็นเช็คตามมาตรา 987 จำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายและจำเลยที่ 2 ที่ 3 ผู้สลักหลังยังคงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คพิพาทตา…

Supreme Court Judgment No. 2752/2536

การที่โจทก์มิได้ระบุชื่อผู้โอนเช็คพิพาทมาให้ทราบในการฟ้องนั้นเมื่อไม่ปรากฏว่าโจทก์ไม่สุจริตอย่างไร หาเป็นการคบคิดกันฉ้อฉลจำเลยไม่ การที่โจทก์รับซื้อเช็คพิพาทมาโดยมิได้ให้ผู้โอนสลักหลังเช็คพิพาทนั้นก็เ…

Supreme Court Judgment No. 3675/2534

โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คพิพาทซึ่งเป็นเช็คธนาคารจำเลยโดยมี พ.เป็นผู้สั่งจ่ายแต่ธนาคารจำเลยปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คพิพาททั้ง ๆ ที่บัญชีกระแสรายวันของ พ. พอที่จะจ่ายได้ ทั้งนี้เพราะนายจ้างของ พ. มีหนังสือแจ้ง…

Supreme Court Judgment No. 5435/2533

แม้เช็คสั่งจ่ายเงินสดหรือเช็คผู้ถือจะถูกธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินแล้ว ก็ยังคงเป็นเช็คซึ่งผู้สั่งจ่ายต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 และย่อมโอนแก่กันได้โดยการส่งมอ…

Supreme Court Judgment No. 415/2502

เช็คมีชื่อผู้สลักหลังหลายคน ผู้สลักหลังแต่ละคนย่อมมีความรับผิดตาม ป.พ.พ. มาตรา 989, 914, 959, 967. เมื่อนำเช็คไปขึ้นเงินไม่ได้ ผู้สลักหลังคนใดคนหนึ่งย่อมเป็นผู้เสียหายที่จะดำเนินการร้องทุกข์ให้ดำเนินค…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up