Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 6980/2550

พ.ศ. 2550 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การลดโทษตาม พ.ร.ฎ.พระราชทานอภัยโทษเนื่องในวโรกาสหรือโอกาสต่าง ๆ ภายหลังคดีถึงที่สุดแล้ว เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษแต่ละฉบับ กรณีดังกล่าวมิใช่กฎหมายที่ใช้ในขณะการกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิดเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดและโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังตาม ป.อ. มาตรา 3 (1) ที่จำเลยที่ 1 จะขอให้กำหนดโทษใหม่ได้ คำร้องของจำเลยที่ 1 ไม่ต้องด้วย ป.อ. มาตรา 3 (1)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลฎีกาพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 มาตรา 7, 66, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 จำคุกจำเลยทั้งสามตลอดชีวิต ลดโทษให้จำเลยที่ 3 หนึ่งในห้า คงจำคุกจำเลยที่ 3 มีกำหนด 40 ปี คดีถึงที่สุดแล้ว ขณะจำเลยที่ 1 กำลังรับโทษอยู่เมื่อวันที่ 5 เมษายน 2548 จำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องว่า จำเลยที่ 1 ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2530 มาตรา 7 (2) ลดโทษเป็นจำคุก 50 ปี ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2539 และพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2547 มาตรา 7 (2) ทั้งสองฉบับดังกล่าวกำหนดให้ลดโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 40 ปี ซึ่งเป็นกฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่จำเลยที่ 1 ขอให้กำหนดโทษจำเลยที่ 1 ใหม่ โดยลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษครั้งแรกจากจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 40 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1)

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง จำเลยที่ 1 อุทธรณ์คำสั่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน จำเลยที่ 1 ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า ศาลฎีกาพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ตลอดชีวิต คดีถึงที่สุดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2529 จำเลยที่ 1 ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2530 มาตรา 7 (2) ลดโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 50 ปี และได้รับพระราชทานอภัยโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2539 และพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2547 มาตรา 7 (2) ทั้งสองฉบับดังกล่าวอีก โดยลดโทษเป็นจำคุก 40 ปี และจำคุก 33 ปี 4 เดือน ตามลำดับ

ที่จำเลยฎีกาว่าพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2530 มาตรา 7 (2) ซึ่งเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับแก่ผู้กระทำความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิต ให้ลดโทษเป็นจำคุก 50 ปี ต่อมามีพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2539 มาตรา 7 (2) พระราชทานอภัยโทษให้ผู้กระทำความผิดที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 40 ปี กรณีกฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิดจึงต้องใช้กฎหมายในส่วนที่เป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิดไม่ว่าทางใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 ดังนั้น ก่อนที่จะลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2539 มาตรา 7 (2) ต้องลดโทษจำคุกตลอดชีวิตเป็นจำคุก 40 ปี ก่อน แล้วจึงลดโทษให้หนึ่งในห้า ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ

พ.ศ.2539 มาตรา 9 (ข) เป็นจำคุก 32 ปี เห็นว่า การลดโทษตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษเนื่องในวโรกาสหรือโอกาสต่าง ๆ ภายหลังคดีถึงที่สุดแล้ว เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษแต่ละฉบับ กรณีดังกล่าวมิใช่กฎหมายที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแตกต่างกับกฎหมายที่ใช้ภายหลังการกระทำความผิดเป็นคุณแก่ผู้กระทำความผิด และโทษที่กำหนดตามคำพิพากษาหนักกว่าโทษที่กำหนดตามกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ที่จำเลยที่ 1 จะขอให้กำหนดโทษใหม่ได้คำร้องของจำเลยที่ 1 ไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 (1) ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 1 ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ฐานันท์ วรรณโกวิท · เกษม วีรวงศ์ · พีรพล พิชยวัฒน์
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 875/2568

จำเลยที่ 2 เป็นเจ้าพนักงานกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 434/2568

กรณีพนักงานส่วนท้องถิ่นกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ต้องระวางโทษเป็นสามเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น ตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 10 ซึ่งเป็…

Supreme Court Judgment No. 4302/2567

การพิจารณาว่าโจทก์จะอุทธรณ์คดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้หรือไม่ ต้องพิจารณาตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตาม ป.อ. มาตรา 3 โดยความผิดฐานเสพเมทแอมเฟตามีนตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาต…

Supreme Court Judgment No. 2306/2567

แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยเพียงแต่เปิดบัญชีเงินฝากธนาคารตามคำสั่งของพวกเพื่อรับโอนเงินค่ายาเสพติด แต่ก็มีลักษณะเป็นการแบ่งหน้าที่กันทำด้วยการสมคบกันเพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และในที่สุดได้…

Supreme Court Judgment No. 246/2567

เมื่อข้อเท็จจริงได้ความตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุดว่า จำเลยมีเมทแอมเฟตามีนไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.410 กรัม และจำหน่ายไปมีปริมาณสารบริสุทธิ์ 0.027 กรัม ซึ่งแม้จะเป็นการขายให้แก่สาย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up