คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องขอถอนคืนการให้ที่นาจากจำเลยผู้เป็นบุตร โดยอ้างว่าจำเลยเนรคุณจำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้ให้เงินค่าที่ดินเป็นค่าตอบแทนโจทก์จะขอให้เพิกถอนไม่ได้ศาลชั้นต้นเชื่อว่า จำเลยเนรคุณโจทก์ผู้เป็นมารดาจริง พิพากษาเพิกถอนการให้ที่ดินตามฟ้อง ให้จำเลยคืนที่ดินให้โจทก์จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาฟังว่า โจทก์ยกที่นาพิพาทให้จำเลย แต่โจทก์ต้องการเงิน 1,940 บาท เพื่อเอาซื้อที่นาที่จังหวัดพิจิตร โจทก์ให้จำเลยหาเงินจำนวนนี้มาให้ จำเลยก็ตกลง โจทก์จำเลยจึงพากันไปทำการโอนยกที่นารายพิพาทต่อหอทะเบียน วันรุ่งขึ้นจำเลยหาเงินให้โจทก์ 1,940 บาทจำเลยให้โจทก์ทำเป็นหนังสือกู้เงินให้จำเลยยึดถือไว้ โจทก์รับเงินแล้วก็ไปจังหวัดพิจิตรพร้อมด้วยบุตรคนอื่น ต่อมาโจทก์กับบุตรชายคนเล็กกลับจากจังหวัดพิจิตรมาอยู่กับจำเลย นับแต่โจทก์รับเงินไปจากจำเลยเป็นเวลานาน 9 ปี ไม่ปรากฏว่า โจทก์ได้ให้ดอกเบี้ยแก่จำเลย ดังนี้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ไม่ได้ยกที่นาพิพาทให้แก่จำเลยโดยเสน่หา ตามความหมายของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 521 ฉะนั้นโจทก์จะฟ้องขอให้เพิกถอนและเรียกคืนฐานจำเลยเนรคุณไม่ได้ คดีไม่จำต้องพิจารณาถึงข้อเท็จจริงว่า จำเลยเนรคุณโจทก์จริงหรือไม่ต่อไปจึง
Result
พิพากษายืน