Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 701/2553

พ.ศ. 2553 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 1 และที่ 2 สมคบกันทำสัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2541 จำนวนเงิน 500,000 บาท และฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2542 จำนวนเงิน 200,000 บาท โดยมิได้เป็นหนี้กันจริง แล้วดำเนินคดีและบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้นต่อที่ดินโฉนดเลขที่ 47781 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 เพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1142/2544 ของศาลชั้นต้น บังคับคดีต่อทรัพย์สินดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการจงใจทำผิดกฎหมาย อันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตาม ป.อ. มาตรา 350 สัญญากู้ยืมเงินทั้ง 2 ฉบับและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้น จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 150 โดยไม่ต้องเพิกถอน

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาเพิกถอนสัญญากู้ยืมเงิน สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้นและให้ถือว่าจำเลยที่ 2 ไม่มีสิทธิได้รับชำระหนี้เอาจากที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 47781

จำเลยทั้งสองให้การ ขอให้ยกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้เพิกถอนสัญญากู้ยืมเงินระหว่างจำเลยทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2541 จำนวนเงิน 500,000 บาท ฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2542 จำนวนเงิน 200,000 บาท และสัญญาประนีประนอมยอมความลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2545 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้น กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าทนายความชั้นอุทธรณ์ 1,500 บาท แทนโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2541 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาค้ำประกันหนี้ละเมิดที่นางสาวสุชิมา บุตรจำเลยที่ 1 เป็นหนี้โจทก์ 3,681,846 บาท โดยจำเลยที่ 1 มอบโฉนดที่ดินเลขที่ 47781 ให้โจทก์ยึดถือเป็นประกัน วันที่ 2 ตุลาคม 2541 จำเลยที่ 1 และนางสาวสุชิมาชำระหนี้ให้โจทก์ 681,846 บาท แล้วผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์จึงฟ้องนางสาวสุชิมาและจำเลยที่ 1 ให้ใช้เงินส่วนที่เหลือ ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2544 ให้นางสาวสุชิมามาชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง หากนางสาวสุชิมาไม่ชำระให้จำเลยที่ 1 ชำระแทน ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1142/2544 ของศาลชั้นต้น นางสาวสุชิมาและจำเลยที่ 1 ขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์

ศาลชั้นต้นอนุญาตให้ขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ถึงวันที่ 27 มีนาคม 2545 แต่นางสาวสุชิมาและจำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์คดีถึงที่สุด และเมื่อวันที่ 10 มกราคม 2545 จำเลยที่ 2 ได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ 1 ให้ชำระเงินตามสัญญากู้ยืมเงิน 2 ฉบับ ฉบับแรกจำนวนเงิน 500,000 บาท ครบกำหนดชำระวันที่ 1 ตุลาคม 2544 ฉบับที่สองจำนวนเงิน 200,000 บาท ครบกำหนดชำระวันที่ 1 ธันวาคม 2544 ต่อมาวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2545 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยจำเลยที่ 1 ยินยอมผ่อนชำระเงินจำนวน 750,000 บาท แก่จำเลยที่ 2 เดือนละ 20,000 บาท เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 1 มีนาคม 2545 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้น

ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดในงวดแรกจำเลยที่ 2 จึงขอบังคับคดีและนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 47781 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 ในวันที่ 27 มีนาคม 2545 ต่อมาเจ้าพนักงานบังคับคดีขอให้ศาลชั้นต้นเรียกต้นฉบับโฉนดที่ดินดังกล่าวจากโจทก์ โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีนี้

ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองไม่ได้สมคบกันทำสัญญากู้ยืมเงินขึ้นโดยมิได้เป็นหนี้กันจริง เห็นว่า เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าวไว้ชอบด้วยเหตุผลแล้ว และไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ในข้อเท็จจริงดังกล่าวฎีกาของจำเลยทั้งสองจึงไม่เป็นสาระอันควรแก่การพิจารณา ศาลฎีกาไม่รับพิจารณาพิพากษาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2550 มาตรา 219 วรรคสอง และพระธรรมนูญศาลยุติธรรม มาตรา 23 ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 สมคบกันทำสัญญากู้ยืมเงินฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2541 จำนวนเงิน 500,000 บาท และฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2542 จำนวนเงิน 200,000 บาท

ขึ้นมาโดยมิได้เป็นหนี้กันจริง แล้วดำเนินคดีและบังคับคดีตามคำพิพากษาตามยอมในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้นต่อที่ดินโฉนดเลขที่ 47781 พร้อมสิ่งปลูกสร้างของจำเลยที่ 1 เพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1142/2544 ของศาลชั้นต้น บังคับคดีต่อทรัพย์สินดังกล่าวได้ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการจงใจทำผิดกฎหมายอันเป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 สัญญากู้ยืมเงินทั้ง 2 ฉบับดังกล่าวและสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้น จึงมีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 โดยไม่ต้องเพิกถอน ศาลฎีกาเห็นสมควรแก้ไขคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองในส่วนนี้ให้ถูกต้อง"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า สัญญากู้ยืมเงินระหว่างจำเลยทั้งสอง ฉบับลงวันที่ 30 กันยายน 2541 จำนวนเงิน 500,000 บาท ฉบับลงวันที่ 30 เมษายน 2542 จำนวนเงิน 200,000 บาท และสัญญาประนีประนอมยอมความ ลงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2545 ในคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 42/2545 ของศาลชั้นต้น เป็นโมฆะ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 และยกฎีกาของจำเลยทั้งสองเสีย ให้คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดแก่จำเลยทั้งสอง ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อิศเรศ ชัยรัตน์ · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ · ไมตรี ศรีอรุณ
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4684/2568

จำเลยและบุตรสาวโจทก์ได้อยู่กินฉันสามีภริยากันมาประมาณ 4 ปี 8 เดือน ซึ่งญาติทั้งฝ่ายจำเลยและฝ่ายบุตรสาวโจทก์ต่างก็รับรู้ เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันให้โจทก์เป็นผู้จัดงานพิธีแต่งงานให้ถูกต้องตามประเพณีท้องถ…

Supreme Court Judgment No. 1279/2568

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างจากบริษัทบริหารสินทรัพย์ ก. และจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อมาโจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสี่ แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่า ที่ดินพิพาททับซ้อนกับที่ดินตามหนังสืออนุญาต…

Supreme Court Judgment No. 44/2568

การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทเป็นของจำเลยที่ 1 ในฐานะที่ตนเป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกด้วย เป็นการกระทำไปตามอำนาจหน้าที่ทั่วไปของผู้จัดการมรดกไม่จำต้องได้รับความยิ…

Supreme Court Judgment No. 7430/2568

จำเลยโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์และรถจักรยานยนต์พิพาท ซึ่งอยู่ในระหว่างที่โจทก์ร่วมซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง โดยการยึดหรืออายัดทรัพย์สินของจำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาศาลปกค…

Supreme Court Judgment No. 6901/2567

โจทก์มอบหมายให้จำเลยนำเงินไปให้บุคคลภายนอกกู้ยืมโดยเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดแล้วนำผลประโยชน์มามอบให้ จำเลยจึงเป็นตัวแทนของโจทก์ในกิจการดังกล่าวตาม ป.พ.พ. มาตรา 797 กรณีเช่นนี้จึงไม่สามารถแย…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up