Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7022/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่2และที่3เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อรถยนต์ของจำเลยที่1ต่อโจทก์สัญญาค้ำประกันดังกล่าวทำขึ้นเป็นฉบับเดียวเมื่อบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากรหมวด6ข้อ17เรื่องค้ำประกันมิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องปิดอากรแสตมป์คนละ10บาทแม้ตามสัญญาค้ำประกันจะมีจำเลยที่2และที่3เป็นผู้ลงลายมือชื่อค้ำประกัน2คนแต่ก็เป็นการค้ำประกันในหนี้รายเดียวกันสัญญาฉบับเดียวกันการที่ปิดอากรแสตมป์ไว้ในสัญญาค้ำประกันดังกล่าว10บาทเป็นการถูกต้องครบถ้วนจึงรับฟังสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานได้

Provisions the court ruled on

ป.รัษฎากร Section 118 บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร Section 17

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2534 จำเลยที่ 1ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุไปจากโจทก์ในราคา215,604 บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อ 36 งวด งวดละ5,989 บาท จำเลยที่ 2 และที่ 3 เข้าค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วม หลังจากทำสัญญาเช่าซื้อแล้ว จำเลยที่ 1 ไม่ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อแก่โจทก์เลย โจทก์ทวงถามจำเลยทั้งสามเพิกเฉยสัญญาเช่าจึงสิ้นสุดลง จำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์พร้อมชำระค่าเสียหาย แต่จำเลยที่ 1 ไม่ส่งมอบรถคืน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ พร้อมชำระค่าเสียหายเป็นเงิน 60,500 บาท และค่าขาดประโยชน์เดือนละ 5,500 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาหากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้ราคาเป็นเงิน 200,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระราคาเสร็จแก่โจทก์จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ 1 และที่ 3ขาดนัดพิจารณาศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถยนต์หมายเลขทะเบียน2ห-6124 กรุงเทพมหานคร คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ และให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าขาดประโยชน์เดือนละ 3,000 บาท แก่โจทก์นับแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์คืนโจทก์หรือใช้ราคาจนครบ หากส่งมอบไม่ได้ให้ใช้ราคาเป็นเงิน150,000 บาท คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ให้ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3โจทก์ อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนโจทก์ ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้จากพยานหลักฐานโจทก์ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันการเช่าซื้อรถยนต์ของจำเลยที่ 1 ต่อโจทก์ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5สัญญาค้ำประกันดังกล่าวทำขึ้นเป็นฉบับเดียวโดยมีจำเลยที่ 2และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกัน 2 คน และสัญญาค้ำประกันดังกล่าวปิดอากรแสตมป์ไว้ 10 บาท

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจะรับฟังสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้หรือไม่ในข้อนี้เห็นว่า บัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากรหมวด 6ข้อ 17 เรื่อง ค้ำประกัน กำหนดไว้ว่า "สัญญาค้ำประกันสำหรับจำนวนเงินเกิน 10,000 บาท ผู้ค้ำประกันต้องปิดอากรแสตมป์ 10 บาท"บทบัญญัติดังกล่าวมิได้กำหนดไว้ว่าจะต้องปิดอากรแสตมป์คนละ 10 บาทแม้ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 จะมีจำเลยที่ 2 และที่ 3เป็นผู้ลงลายมือชื่อค้ำประกัน 2 คน แต่ก็เป็นการค้ำประกันในหนี้รายเดียวกัน สัญญาฉบับเดียวกัน การที่ปิดอากรแสตมป์ไว้ในสัญญาค้ำประกันดังกล่าว 10 บาท เป็นการถูกต้องครบถ้วนแล้วจึงรับฟังสัญญาค้ำประกันดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีนี้ได้ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย

ฎีกาโจทก์ในส่วนนี้ฟังขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3จะต้องรับผิดต่อโจทก์หรือไม่ ในข้อนี้ศาลล่างทั้งสองยังไม่ได้วินิจฉัย ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยให้โดยไม่จำต้องย้อนไปให้ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยก่อนซึ่งเมื่อพิเคราะห์ตามสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.5 ประกอบคำเบิกความของนายนพดล ธรรมบุตรแล้ว ฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ค้ำประกันหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 โดยยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมกับจำเลยที่ 1จริง จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ 1 ด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
สันติ ทักราล · อุดม มั่งมีดี · สวรรค์ ศักดารักษ์
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 893/2568

แม้หนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์จะใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 แต่เอกสารหมาย จ.2 แผ่นที่ 2 เป็นตารางจ่ายเงินกู้ระบุยอดเงินกู้ 730,000 บาท ชำระเงินต้นงวดละ 29,200…

Supreme Court Judgment No. 1650/2567

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยชำระเงินกู้จำนวน 200,000 บาท ตามหนังสือสัญญากู้เงิน จำเลยให้การว่า จำเลยกู้เงินจากโจทก์เพียง 50,000 บาท คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 10 ต่อเดือน หักดอกเบี้ยล่วงหน้า ได้รับเงินกู้เพียง 45,…

Supreme Court Judgment No. 5037/2565

ตาม ป.รัษฎากร มาตรา 118 บัญญัติว่า "ตราสารใดไม่ปิดแสตมป์บริบูรณ์ จะใช้ต้นฉบับ คู่ฉบับ คู่ฉีก หรือสำเนาตราสารนั้นเป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งไม่ได้ จนกว่าจะได้เสียอากรโดยปิดแสตมป์ครบจำนวนตามอัตราในบัญชีท้า…

Supreme Court Judgment No. 3825/2562

จำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจฟ้องจำเลย และไม่ได้มอบอำนาจให้ผู้รับมอบอำนาจมีอำนาจฟ้องคดีในศาลชั้นต้น โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ถือว่าจำเลยปฏิเสธฟ้องโจทก์ว่าโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้ ส. ผู้…

Supreme Court Judgment No. 4574/2561

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินและดอกเบี้ยตามสัญญากู้ยืม จำเลยให้การปฏิเสธว่าไม่ได้กู้ยืมเงินจากโจทก์ โจทก์นำสืบสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานตามข้ออ้างของตน สัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 ปิดอาก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up