Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 704/2545

พ.ศ. 2545 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องอ้างว่า จำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 และ จ. ตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 ได้ตกลงซื้อขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 272 โฉนดเนื้อที่ 49 ไร่ ให้แก่โจทก์ในราคา 90 ล้านบาท โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางส่วนและเข้าครอบครองเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 สมรู้ร่วมคิดกับจำเลยที่ 21 แสดงเจตนาลวงบุคคลภายนอกทำนิติกรรมซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งหมดไปเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 21 จึงเห็นได้ว่าตามคำฟ้องของโจทก์ หากจำเลยที่ 21 โอนที่ดินพิพาททั้งหมดให้แก่บุคคลอื่นในระหว่างพิจารณาย่อมจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เพราะแม้โจทก์ชนะคดีก็ไม่อาจโอนที่ดินพิพาทกลับมาเป็นของโจทก์ได้ กรณีนับว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรเพียงพอที่โจทก์จะขอให้ศาลมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(2) ประกอบมาตรา 255(2) ห้ามมิให้จำเลยที่ 21 โอนที่ดินพิพาทแก่บุคคลอื่นจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงได้ แต่เมื่อได้ความว่าที่ดินพิพาทดังกล่าวตั้งอยู่ในย่านที่เจริญสิ่งปลูกสร้างในที่ดินเป็นบ้านจัดสรร มีตลาดพาณิชย์ มูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในขณะฟ้องมีราคาเกินกว่า 500 ล้านบาท การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์วางเงินประกันค่าเสียหายเพียง 1 แสนบาทจึงไม่เหมาะสม เพราะจำเลยที่ 21 ก็ต่อสู้คดีว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่ดินพิพาท และฟ้องโจทก์เป็นเท็จ ซึ่งหากทางพิจารณาได้ความในภายหลังว่าโจทก์นำคดีมาสู่ศาลโดยไม่มีมูลแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวย่อมไม่อาจชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้ จึงเห็นสมควรให้โจทก์วางเงินประกันจำนวน 20 ล้านบาท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้อง ขอให้ศาลพิพากษาให้นิติกรรมการซื้อขายและจดทะเบียนสิทธิที่ดินทั้ง 272 โฉนด ระหว่างจำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 กับจำเลยที่ 21 เป็นการสมรู้ร่วมคิดกันแสดงเจตนาลวงให้ตกเป็นโมฆะไม่มีผลใด ๆ ห้ามมิให้จำเลยทั้งหมดหรือบุคคลอื่นเข้าเกี่ยวข้องรบกวนการครอบครอง จัดการและทำประโยชน์ของโจทก์ในที่ดินพิพาท ให้จำเลยทั้งหมดจัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง272 โฉนดตามฟ้องให้เป็นกรรมสิทธิ์ของโจทก์โดยปลอดจำนองและปราศจากภาระติดพัน พร้อมกับให้รับเงินค่าที่ดินที่ค้าง 40,000,000 บาทจากโจทก์ ค่าภาษีและค่าธรรมเนียม ค่าใช้จ่ายในการโอนให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันเป็นผู้เสีย หากจำเลยทั้งหมดไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ได้ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เป็นเงิน 500,000,000 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยที่ 1 ถึงที่ 15 และจำเลยที่ 17 ถึงที่ 21 ยื่นคำให้การต่อสู้คดี นางจินตนา ไชยกูล ร้องสอดเข้ามาเป็นคู่ความฝ่ายที่สาม บริษัทปัฐวิกรณ์ จำกัด ร้องสอดเข้ามาเป็นโจทก์ร่วม โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ 16

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาตต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษาศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยที่ 21 โอนที่ดินพิพาทดังกล่าวแก่บุคคลอื่นจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น คำขอนอกจากนี้ให้ยก ให้โจทก์วางเงินประกัน100,000 บาท ก่อนออกหมายจำเลยที่ 21 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยที่ 21 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "มีปัญหาชั้นฎีกาว่า คดีมีเหตุจำเป็นและสมควรเพียงพอที่จะมีคำสั่งห้ามมิให้จำเลยที่ 21 โอนที่ดินพิพาทแก่บุคคลอื่นในระหว่างพิจารณาหรือไม่เห็นว่า โจทก์ฟ้องอ้างว่าจำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 และนางจินตนา ไชยกูล ตัวแทนเชิดของจำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 ได้ตกลงขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างรวม 272 โฉนดเนื้อที่ 49 ไร่ที่ดินตั้งอยู่ที่แขวงคลองกุ่ม

เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ให้แก่โจทก์ในราคา 90,000,000บาท โจทก์ชำระเงินค่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างบางส่วนแล้ว ได้เข้ารอบครองเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ต่อมาจำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 โดยการสมรู้ร่วมกับจำเลยที่ 21 ได้แสดงเจตนาลวงบุคคลภายนอก ทำนิติกรรมซื้อขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้ง 272 โฉนด ไปเป็นกรรมสิทธิ์ของจำเลยที่ 21 ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย ที่ดินพิพาทและสิ่งปลูกสร้างในปัจจุบันมีมูลค่าเกินกว่า 500,000,000 บาท ขอให้ศาลพิพากษาให้นิติกรรมการซื้อขายและจดทะเบียนสิทธิที่ดินทั้ง 272 โฉนดระหว่างจำเลยที่ 1 ถึงที่ 20 กับจำเลยที่ 21 ตกเป็นโมฆะ ให้จำเลยทั้งหมดจัดการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทแก่โจทก์และรับเงินค่าที่ดินคงเหลือจากโจทก์

หากจำเลยทั้งหมดไม่สามารถปฏิบัติได้ให้จำเลยทั้งหมดร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์จำนวน 500,000,000 บาทพร้อมดอกเบี้ย ตามคำฟ้องของโจทก์หากจำเลยที่ 21 โอนที่ดินพิพาททั้ง 272 โฉนดให้แก่บุคคลอื่นในระหว่างพิจารณาย่อมจะทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย เพราะแม้โจทก์ชนะคดีก็ไม่อาจโอนที่ดินพิพาทกลับมาเป็นของโจทก์ได้ กรณีดังกล่าวนับว่ามีเหตุจำเป็นและสมควรเพียงพอที่โจทก์จะขอให้ศาลมีคำสั่งตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 254(2) ประกอบมาตรา 255(2) ห้ามมิให้จำเลยที่ 21 โอนที่ดินพิพาทแก่บุคคลอื่นจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงได้ แต่สำหรับเงินประกันค่าเสียหายที่อาจมีขึ้นเนื่องจากการที่ศาลมีคำสั่งตามคำขอของโจทก์นั้นได้ความตามคำฟ้องว่าที่ดินพิพาทมีจำนวน 272 โฉนด

เนื้อที่ 49 ไร่ ตั้งอยู่ที่แขวงคลองกุ่มเขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นย่านที่เจริญ สิ่งปลูกสร้างในที่ดินเป็นบ้านจัดสรรมีตลาดพาณิชย์ มูลค่าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในขณะฟ้องมีราคาเกินกว่า 500,000,000 บาท ดังนั้น การที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้โจทก์วางเงินประกันเพียง100,000 บาท จึงไม่เหมาะสม เพราะจำเลยที่ 21 ก็ต่อสู้คดีว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องโจทก์ไม่มีสิทธิใด ๆ ในที่ดินพิพาท ฟ้องโจทก์เป็นความเท็จ ขอให้ยกฟ้องหากทางพิจารณาได้ความในภายหลังว่าโจทก์นำคดีมาสู่ศาลโดยไม่มีมูลแล้ว เงินจำนวนดังกล่าวย่อมไม่อาจชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งได้จึงเห็นสมควรให้โจทก์วางเงินประกันจำนวน 20,000,000 บาท"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้โจทก์วางเงินประกันเพิ่มให้ครบจำนวน 20,000,000บาท ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด มิฉะนั้นให้เพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวเสียนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
วิรัช ลิ้มวิชัย · สุรพล เจียมจูไร · ทองหล่อ โฉมงาม
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1116/2503

เมื่อเสร็จการพิจารณาแล้ว ก่อนมีคำพิพากษา โจทก์ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งอายัดหรือให้ระงับการโอนที่ดิน ของจำเลยไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง มาตรา 254, 255, 257 ศาลชั้นต้นสั่งยกคำร้องและมีคำพิ…

Supreme Court Judgment No. 7649/2560

จำเลยทั้งสองตั้งใจจะยักย้ายทรัพย์สินที่พิพาทไปให้พ้นจากอำนาจศาลหรือขายทรัพย์สินดังกล่าวเพื่อประวิงหรือขัดขวางต่อการบังคับตามคำบังคับใดๆ หรืออาจจะออกคำบังคับเอาแก่จำเลยทั้งสอง คำฟ้องโจทก์จึงมีมูลและมีเ…

Supreme Court Judgment No. 6908/2552

โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยทั้งสามแบ่งปันทรัพย์มรดกของ จ. ให้แก่โจทก์ตามพินัยกรรม โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินและหุ้นบริษัทงานทวีพี่น้อง จำกัด ซึ่งหุ้นดังกล่าวเจ้ามรดกได้ใส่ชื่อจำเลยที่ 1 ไว้ ระหว่างพิจารณาจำเลย…

Supreme Court Judgment No. 6424/2550

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยขนย้ายทรัพย์สินและสิ่งก่อสร้างออกจากที่ดินพิพาท และคืนที่ดินพิพาทแก่โจทก์ในสภาพไม่มีสิ่งปลูกสร้างและวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาท การที่จ…

Supreme Court Judgment No. 6805/2549

คดีก่อนโจทก์ทั้งสามในคดีนี้ขอให้พนักงานอัยการเป็นโจทก์ฟ้อง น. เป็นคดีอุทลุม ขอให้เพิกถอนสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินพิพาทระหว่าง น. กับ ธ. โดย ธ. เข้ามาเป็นจำเลยร่วม ศาลชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนศา…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up