Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 710152)

พ.ศ. 2567 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คดีนี้ นาย ก. และนาง ย. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง นายอำเภอคลองท่อม ที่ 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่ 2ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองครอบครองที่ดินทุ่งหนองเป็ดน้ำแปลงที่ 1 สาธารณประโยชน์ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ กบ 0001 โดยไม่มีหลักฐาน ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 59/2566 ให้ผู้บุกรุกรื้อถอนพืชผลอาสินพร้อมสิ่งปลูกสร้างปรับสภาพที่ดินให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และให้ออกไปจากที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงทุ่งหนองเป็ดน้ำ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือตัวแทนไปทำการรื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ขอให้ศาลมี

เนื้อความคำพิพากษา

คดีนี้ นาย ก. และนาง ย. ผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้อง นายอำเภอคลองท่อม ที่ 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ที่ 2ผู้ถูกฟ้องคดี อ้างว่า ผู้ฟ้องคดีทั้งสองครอบครองที่ดินทุ่งหนองเป็ดน้ำแปลงที่ 1 สาธารณประโยชน์ ตามหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเลขที่ กบ 0001 โดยไม่มีหลักฐาน ได้รับความเดือดร้อนเสียหายจากการที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 59/2566 ให้ผู้บุกรุกรื้อถอนพืชผลอาสินพร้อมสิ่งปลูกสร้างปรับสภาพที่ดินให้กลับคืนสู่สภาพเดิม และให้ออกไปจากที่ดินสาธารณประโยชน์แปลงทุ่งหนองเป็ดน้ำ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือตัวแทนไปทำการรื้อถอน

โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งดังกล่าวเป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสอง ขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นผู้มีสิทธิในที่ดินมือเปล่าที่พิพาท และให้เพิกถอนคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 59/2566 กับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง พร้อมดอกเบี้ย ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจว่า คดีนี้เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดิน อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองภูเก็ตเห็นว่า คำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อมที่ 59/2566 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่

พระพุทธศักราช 2457 ซึ่งมีผลกระทบต่อสถานภาพของสิทธิหรือหน้าที่ของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง คำสั่งดังกล่าวจึงเป็น "คำสั่งทางปกครอง" ตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 สั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือตัวแทนไปทำการรื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งอำเภอคลองท่อมที่ 47/2566และคำสั่งอำเภอคลองท่อมที่ 59/2566 เป็นการกระทำละเมิดต่อผู้ฟ้องคดีทั้งสองหรือไม่ กรณีจึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (1) และ (3)

แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ศาลจังหวัดกระบี่เห็นว่า เหตุแห่งการฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งอำเภอคลองท่อมดังกล่าวก็เนื่องมาจากผู้ฟ้องคดีทั้งสองอ้างว่ามีสิทธิในที่ดินพิพาท ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 ไม่มีอำนาจรื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสอง แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 3 อ้างว่ากระทำการโดยชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากที่ดินพิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน คำฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองมีความมุ่งหมายที่จะให้ศาลรับรองคุ้มครองสิทธิในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองเป็นสำคัญ ข้อพิพาทในคดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม

คณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วเห็นว่า กรมการปกครอง ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 เป็นกรมตามมาตรา 7 วรรคหนึ่ง (4) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ประกอบมาตรา 31 (3)แห่งพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ส่วนนายอำเภอคลองท่อมและผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 เป็นข้าราชการที่ปฏิบัติงานในอำเภอคลองท่อมและจังหวัดกระบี่ จึงเป็นหน่วยงานทางปกครองและเจ้าหน้าที่ของรัฐตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 การที่ผู้ฟ้องคดีทั้งสองซึ่งเป็นเอกชนฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสามโดยมีคำขอให้เพิกถอนคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 47/2566 และคำสั่งอำเภอคลองท่อม ที่ 59/2566 ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1ที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พระพุทธศักราช 2457 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ประกอบข้อ 6 วรรคหนึ่งและวรรคสองของระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการดูแลรักษาและคุ้มครองป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน พ.ศ. 2553 กับขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดกรณีสั่งการให้เจ้าหน้าที่หรือผู้ใต้บังคับบัญชาหรือตัวแทนเข้ารื้อถอน โค่นล้มปาล์มน้ำมันและพืชผลทางการเกษตรในที่ดินของผู้ฟ้องคดีทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตามคำสั่งฉบับพิพาทดังกล่าว จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายหรือจากกฎ คำสั่งทางปกครอง หรือคำสั่งอื่นตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 อันอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง (ไม่มี -) - -

Matter details

Supreme Court black case no.
58/2567
Source
สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการวินิจฉัยฯแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up