Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 717/2551

พ.ศ. 2551 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์เข้าไปทำสวนลำไยในที่ดินพิพาท โดยอาศัยสิทธิของ น. โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ส่วนจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก น. และจดทะเบียนในหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ทั้ง น. ได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้เข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนเองแล้วโดยจ้างให้คนดายหญ้าปีละ 2 ครั้ง จำเลยที่ 1 จึงเป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า ที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1347 เนื้อที่ 2 งาน 54 ตารางวา เดิมไม่มีเอกสารสิทธิและนายตาเป็นผู้ครอบครองทำประโยชน์ ต่อมาปี 2518 นายตาขายให้โจทก์ในราคา 13,300 บาท โจทก์เข้าครอบครองและทำประโยชน์ตลอดมาจนถึงปัจจจุบัน ในปี 2538 โจทก์ประสงค์จะออกโฉนดที่ดิน จึงพบว่าทางราชการได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าวให้แก่นางน้อย กันธิยะ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2520 โดยโจทก์ไม่ยินยอม และต่อมาวันที่ 22 กันยายน 2525 นางน้อยขายที่ดินดังกล่าวให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นการโอนขายผิดแปลง ซึ่งความจริงแล้วนางน้อยต้องโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1218 ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ครอบครองและทำประโยชน์ โจทก์แจ้งให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์เสีย แต่จำเลยที่ 2 และที่ 3 เพิกเฉย

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 ต่อศาลชั้นต้น คดีอยู่ระหว่างพิจารณาจำเลยทั้งสามสมรู้ร่วมคิดกัน โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ไปจดทะเบียนโอนสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1347 ดังกล่าวให้จำเลยที่ 1 แล้วจำเลยที่ 1 จดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1218 ให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยที่ 1 โอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1347 กลับคืนให้โจทก์ แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉย ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันจดทะเบียนโอนที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1347 ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ให้โจทก์ หากจำเลยทั้งสองไม่ไป ถือเอาคำพิพากษาของศาลเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยทั้งสาม แล้วให้โจทก์เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง ห้ามจำเลยทั้งสามพร้อมบริวารเกี่ยวข้อง

จำเลยทั้งสามให้การทำนองเดียวกันว่า เมื่อประมาณเดือนมกราคม 2539 จำเลยทั้งสามได้ซื้อที่ดินมาจากนางน้อยโดยจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1347 ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ซื้อที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1218 แล้วต่างได้ครอบครองและทำประโยชน์ตลอดมา แต่นางน้อยจดทะเบียนโอนที่ดินที่ขายให้สลับแปลงกัน ต่อมาจึงได้จดทะเบียนโอนที่ดินให้แก่กันตามความจริงที่ได้ซื้อมาจากนางน้อย แล้วได้ครอบครองทำประโยชน์ มิได้สมรู้ร่วมคิดกันเพื่อให้โจทก์เสียหาย จำเลยที่ 1 รับโอนที่ดินมาโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยชอบด้วยกฎหมาย โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ขอให้ยกฟ้อง

ระหว่างพิจารณาโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นอนุญาต

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าทนายความให้เป็นพับ

โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินตามหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1347 ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ในกรอบสีแดงดำในแผนที่พิพาทเอกสารหมาย จ.11 (ตรงกับเอกสารหมาย จ.1) ซึ่งมีคำอธิบายแผนที่ไว้ในรายการลำดับที่ 3 ห้ามจำเลยที่ 1 พร้อมบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินพิพาทดังกล่าว ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยที่ 1 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

พิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์ นายตา และนางน้อยเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน หลังจากบิดามารดาถึงแก่ความตาย โจทก์ นายตาและนางน้อยต่างก็ได้รับแบ่งมรดกเป็นที่ดินในบริเวณใกล้เคียงกันนางน้อยนำที่ดินพิพาทไปขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ทางราชการได้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1347 ตำบลริมปิง อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน เนื้อที่ 2 งาน 54 ตารางวาให้เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2520 และปัจจุบันที่ดินพิพาทมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครอง ตามเอกสารหมาย จ.4

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 1 ว่า โจทก์หรือจำเลยที่ 1 เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท เห็นว่า โจทก์มีพยานมาเบิกความหลายปากแต่มีตัวโจทก์ปากเดียวเบิกความว่า เดิมที่ดินพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่าของนายตา นายตาขายที่ดินพิพาทพร้อมที่ดินอีกหนึ่งแปลงให้โจทก์ในราคา 13,000 บาท ตามหลักฐานการซื้อขายเอกสารหมาย จ.5 โจทก์ได้เข้าครอบครองทำประโยชน์และเสียภาษีบำรุงท้องที่ตลอดมา ตามเอกสารหมาย จ.6 และภาพถ่ายหมาย จ.7 ถึง จ.9 แต่ตามหลักฐานการซื้อขายเอกสารหมาย จ.5 มีระบุเพียงว่า โจทก์ซื้อที่ดินจากนายตาเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่ 2 งาน เพียงแปลงเดียวไม่ใช่ 2 แปลง คำเบิกความของโจทก์จึงขัดแย้งแตกต่างกับหลักฐานการซื้อขายที่ดินพิพาทในข้อสาระสำคัญ จึงไม่น่ารับฟัง

นอกจากนี้โจทก์ยังเบิกความตอบทนายจำเลยที่ 1 ถามค้านความว่า นางน้อยไปดำเนินการขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์สำหรับที่ดินของตนเอง โจทก์ไม่เกี่ยวข้อง ขณะเจ้าพนักงานที่ดินไปรังวัดสอบเขตที่ดินนางน้อย โจทก์ได้ออกไประวังแนวเขตและลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วย ตามบันทึกการสอบสวนสิทธิและพิสูจน์การทำประโยชน์เอกสารหมาย ล.1 ข้อเท็จจริงจึงฟังได้ว่าเดิมที่ดินพิพาทเป็นของนางน้อย และนายตาไม่ได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ การที่โจทก์เข้าไปทำสวนลำไยในที่ดินพิพาทได้ น่าจะเป็นเพราะโจทก์มีที่ดินข้างเคียงที่ดินพิพาทและอาศัยความเป็นพี่น้องกันกับนางน้อย ดังนี้ การเข้าไปทำสวนลำใยในที่ดินพิพาทของโจทก์ก็โดยอาศัยสิทธิของนางน้อย

โจทก์จึงไม่มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ส่วนจำเลยที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทมาจากนางน้อยและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว อีกทั้งยังปรากฏว่านางน้อยได้ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 1 ได้เข้ายึดถือครอบครองที่ดินพิพาทเพื่อตนเองแล้วโดยจ้างให้คนไปดายหญ้าแม้จะเพียงปีละ 2 ครั้ง จำเลยที่ 2 ก็เป็นผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย"

Result

พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สุธี เทพสิทธา · พรเพชร วิชิตชลชัย · ชัยรัตน์ เบ็ญจะมโน
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1476/2561

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของผู้มีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทโดยซื้อมาจากพระภิกษุ ป. และเข้าครอบครองทำประโยชน์ตลอดมา แต่ที่ดินพิพาทกลับมีชื่อจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าของ และมีชื่อจำเลยที่ 2 เป็นผู้รับซื้…

Supreme Court Judgment No. 113/2561

ร. ได้รับการคัดเลือกให้เข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ตามที่กฎหมายกำหนด หาก ร. ทำผิดเงื่อนไข รัฐจะเอาคืนเสียเมื่อใด…

Supreme Court Judgment No. 2864/2559

ว. ได้รับคัดเลือกให้เข้าไปอยู่ในที่ดินพิพาทโดยเป็นการเข้าไปอยู่อาศัยในที่ดินของรัฐตาม พ.ร.บ.จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ.2511 ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขดังที่กฎหมายบัญญัติ หากกระทำผิดเง…

Supreme Court Judgment No. 5602/2558

โจทก์ซื้อที่ดินพิพาทมาจาก อ. และ อ. ส่งมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์แล้ว ถึงแม้การซื้อขายที่ดินพิพาทระหว่างโจทก์และ อ. จะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ อันมีผลให้การซื้อขา…

Supreme Court Judgment No. 6157/2558

ที่ดินพิพาทมีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิ นับแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2519 โจทก์ที่ 1 ซื้อที่ดินพิพาทจาก ค. และเข้าครอบครองที่ดินพิพาทเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2525 ยังอยู่ภายในกำหนด…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up