Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7176/2539

พ.ศ. 2539 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยโดยค.ผู้เป็นตัวแทนและผู้ตายทำความตกลงกันให้ผู้ตายทำคำขอเอาประกันชีวิตที่จังหวัดสตูลแล้วค. เป็นผู้นำใบคำขอเอาประกันชีวิตเสนอจำเลยซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานครพิจารณาตกลงรับทำสัญญาประกันชีวิตทั้งการส่งเบี้ยประกันภัยผู้ตายก็ยังคงมอบให้ค.ที่จังหวัดสตูลเพื่อส่งให้แก่จำเลยต่อไปถือได้ว่ามูลคดีจากการทำสัญญาประกันชีวิตรายนี้เกิดที่จังหวัดสตูลโจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสตูลได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา4(1) สารสำคัญของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา865อยู่ที่ว่าถ้าผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริงซึ่งอาจจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาสัญญาประกันชีวิตจึงจะตกเป็นโมฆียะการที่ผู้ตายมิได้แจ้งเรื่องเคยเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลและคลีนิกเกี่ยวกับกามโรคหนองในเทียมและซิฟิลิสให้จำเลยทราบยังไม่ถึงขนาดที่จะอนุมานได้ว่าถ้าได้แจ้งเช่นนั้นจะทำให้จำเลยบอกปัดไม่รับประกันชีวิตหรือเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้นอันจะทำให้สัญญาประกันชีวิตที่ทำไว้เป็นโมฆียะตามบทมาตรานี้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2534 จำเลยทำสัญญารับประกันชีวิตของนายพิชิต โพธิ์ทอง แบบการประกันภัยสะสมทรัพย์ครบอายุ 55 ปี ในวงเงิน 500,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัยเป็นรายปี ปีละ 27,349 บาท จำเลยสัญญาว่าจะจ่ายเงินจำนวนซึ่งเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์ในเหตุมรณะของนายพิชิตที่เกิดขึ้นก่อนวันครบกำหนด โดยสัญญาประกันชีวิตกำหนดให้โจทก์เป็นผู้รับประโยชน์เพียงผู้เดียว นายพิชิตได้ส่งเบี้ยประกันภัยรวม2 งวด ต่อมาในวันที่ 24 ธันวาคม 2535 นายพิชิตถึงแก่กรรมด้วยสาเหตุภาะวการทำงานของหัวใจล้มเหลวโจทก์แจ้งให้จำเลยจ่ายเงินจำนวน 500,000 บาท ตามสัญญาประกันชีวิต แต่จำเลยจ่ายให้เพียง53,269.43 บาท ยังคงค้างอยู่เป็นเงิน 446,730.57 บาท

จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ในเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2536 ซึ่งเป็นวันผิดนัดจนถึงวันฟ้องเป็นเงินดอกเบี้ย 34,789.90 บาท รวมเป็นเงิน 481,520.47 บาทอนึ่งการเสนอทำสัญญาประกันชีวิตของจำเลยผ่านตัวแทนของจำเลยซึ่งกระทำและส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยที่จังหวัดสตูลมูลคดีจึงเกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสตูล ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวน481,520.47 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินจำนวน 446,730.57 บาท นับจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยให้การว่า มูลคดีนี้เกิดขึ้นที่สำนักงานของจำเลยในเขตบางรัก กรุงเทพมหานคร ตัวแทนของจำเลยที่จังหวัดสตูลเป็นเพียงผู้ชี้ช่องในการขอทำสัญญาประกันชีวิตและรวบรวมเอกสารส่งบริษัทจำเลยเท่านั้น

การขอทำสัญญาประกันชีวิตเป็นเพียงคำเสนอเพื่อส่งให้แก่จำเลยที่กรุงเทพมหานครพิจารณาและกรมธรรม์ประกันภัยจะต้องออกโดยจำเลยที่กรุงเทพมหานครเท่านั้น มูลคดีจึงมิได้เกิดขึ้นในเขตอำนาจของศาลจังหวัดสตูล โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสตูล นายพิชิตผู้ตายยื่นทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2534 โดยตอบคำถามของจำเลยว่าผู้ตายไม่เคยเป็นกามโรค หนองในเทียม และระหว่าง 5 ปีที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยได้รับการตรวจเลือดจำเลยจึงออกกรมธรรม์ประกันภัยให้แก่ผู้ตายเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2534 หลังจากผู้ตายถึงแก่กรรมแล้วต่อมากลางเดือนพฤษภาคม 2536 จำเลยจึงทราบว่าก่อนผู้ตายยื่นขอทำสัญญาประกันชีวิตกับจำเลย

ผู้ตายเคยรักษาตัวในโรงพยาบาล คลินิก และโพลิคลินิกเกี่ยวกับกามโรค หนองในเทียมและมีการตรวจเลือดในช่วงปี 2531 ถึงปี 2534 การที่ผู้ตายปกปิดข้อเท็จจริงเช่นนี้เป็นเหตุให้สัญญาประกันชีวิตตกเป็นโมฆียะจำเลยจึงมีหนังสือแจ้งโจทก์เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2536 ปฏิเสธการจ่ายเงินตามที่โจทก์เรียกร้องอันเป็นการบอกล้างสัญญาประกันชีวิตพร้อมทั้งคืนเบี้ยประกันภัยที่ผู้ตายได้ชำระแล้วเป็นเงินจำนวน53,269.43 บาท สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆะ จำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระเงินในจำนวนซึ่งเอาประกันภัย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 446,730.57 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคม 2536จนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ แต่ดอกเบี้ยถึงวันฟ้อง (วันที่ 10มิถุนายน 2537)

ต้องไม่ให้เกิน 34,789.90 บาทจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ ภาค 3 พิพากษายืนจำเลย ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 4(1) กำหนดให้คำฟ้องต้องเสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาลหรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลนายคุ้มเกียรติ ฌอสกุล พยานจำเลยเบิกความรับว่า พยานเป็นตัวแทนจำเลย มีหน้าที่หาลูกค้าและนำเงินส่งจำเลย สำหรับรายของผู้ตายพยานเป็นตัวแทนของจำเลยรับคำขอเอาประกันชีวิตจากผู้ตายเมื่อผู้ตายถึงแก่กรรมพยานเป็นผู้รับคำร้องขอเพื่อเรียกค่าสินไหมส่งไปให้บริษัทจำเลยพิจารณาตามใบคำขอเอาประกันชีวิตเอกสารหมาย ป.ล.1 (ศาลแพ่งกรุงเทพใต้) ซึ่งนายมานิตย์ จุลสุคนธ์ผู้จัดการส่วนสินไหมของจำเลยเบิกความรับรองไว้

ปรากฏว่าเป็นแบบฟอร์มที่มีการกรอกรายการที่ผู้ตายขอเอาประกันภัย โดยช่องตัวแทนหน้าแรกระบุชื่อ คุ้มเกียรติ ณ แผ่นหลังหน้าสุดท้ายระบุว่าเขียนที่จังหวัดสตูล มีผู้ลงลายมือชื่อในช่องพยานและตัวแทนซึ่งคล้ายกับลายมือชื่อนายคุ้มเกียติ ฌอสกุล ที่ปรากฏในคำให้การพยาน และผู้ตายลงลายมือชื่อไว้ในช่องลายมือชื่อของผู้ขอเอาประกันภัยแสดงให้เห็นว่าจำเลยโดยนายคุ้มเกียรติผู้เป็นตัวแทน และผู้ตายทำความตกลงกันให้ผู้ตายทำคำขอเอาประกันชีวิตที่จังหวัดสตูลแล้วนายคุ้มเกียรติเป็นผู้นำใบคำขอเอาประกันชีวิตเสนอจำเลยซึ่งอยู่ที่กรุงเทพมหานครพิจารณาตกลงรับทำสัญญาประกันชีวิตทั้งการส่งเบี้ยประกันภัยผู้ตายก็ยังคงมอบให้นายคุ้มเกียรติที่จังหวัดสตูลเพื่อส่งให้แก่จำเลยต่อไป

ถือได้ว่ามูลคดีจากการทำสัญญาประกันชีวิตรายนี้เกิดที่จังหวัดสตูล โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องจำเลยที่ศาลจังหวัดสตูลได้ก่อนผู้ตายทำใบคำขอเอาประกันชีวิต ผู้ตายเคยเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลและคลีนิคเกี่ยวกับกามโรค หนองในเทียมและซิฟิลิส สำหรับคำให้การของจำเลยไม่ปรากฎว่าขณะผู้ตายทำใบคำขอเอาประกันชีวิต ผู้ตายยังคงเป็นโรคดังล่าวอยู่หรือไม่ และข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 ฟังมาโดยจำเลยมิได้ฎีกาคัดค้านฟังได้ว่าขณะทำสัญญาประกันชีวิตผู้ตายมิได้ป่วยเป็นกามโรคเพียงแต่เคยเป็นกามโรคและรักษามาจนหายเป็นปกติแล้ว การที่ผู้ตายเคยเข้ารับการตรวจรักษาเกี่ยวกับกามโรค หนองในเทียม และซิฟิลิสจะถือว่าสัญญาประกันชีวิตเป็นโมฆียะหรือไม่นั้น

สารสำคัญของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865 อยู่ที่ว่า ถ้าผู้เอาประกันภัยรู้อยู่แล้วละเว้นไม่เปิดเผยข้อความจริง ซึ่งอาจจงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาสัญญาประกันชีวิตจึงจะตกเป็นโมฆียะ ซึ่งจะต้องพิจารณาข้อความที่ละเว้นว่ามีความสำคัญถึงขนาดอาจจูงใจให้ผู้รับประกันภัยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงขึ้นหรือบอกปัดไม่ยอมทำสัญญาหรือไม่เป็นสำคัญ จะถือว่าถ้ามีการปกปิดความจริงไม่ว่าประการใด ๆ แล้วจะทำให้สัญญาเป็นโมฆียะไปเสียทั้งหมดหาได้ไม่สำรับข้อความจริงที่ผู้ตายละเว้นไม่เปิดเผยเป็นเรื่องที่ผู้ตายเคยเข้ารับการตรวจรักษาเกี่ยวกับกามโรค หนองในเทียม และซิฟิลิสซึ่งผู้ตายหายจากโรคดังกล่าวแล้ว

โรคดังกล่าวจึงไม่เป็นอันตรายร้ายแรงต่อผู้ตายซึ่งในข้อนี้นายมานิตย์ จุลสุคนธ์ ผู้จัดการส่วนสินไหมของจำเลยและนายคุ้มเกียรติต่างเบิกความตอบโจทก์ถามค้านว่า กามโรค หนองในเทียม และซิฟิลิส ที่ไม่เกี่ยวกับโรคเอดส์เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง สามารถรักษาให้หายได้ ซึ่งข้อเท็จจริงก็ไม่ปรากฏว่าผู้ตายเป็นโรคเอดส์ ศาลฎีกาจึงเห็นว่า ผู้ตายมิได้แจ้งเรื่องเคยเข้ารับการตรวจรักษาในโรงพยาบาลและคลินิกเกี่ยวกับกามโรค หนองในเทียม และซิฟิลิส ให้จำเลยทราบยังไม่ถึงขนาดที่จะอนุมานได้ว่าถ้าได้แจ้งเช่นนั้นจะทำให้จำเลยบอกปัดไม่รับประกันชีวิตหรือเรียกเบี้ยประกันภัยให้สูงขึ้น อันจะทำให้สัญญาประกันชีวิตที่ทำไว้เป็นโมฆียะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 865จำเลยจึงต้องรับผิดพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อำนวย สุขพรหม · ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · บุญธรรม อยู่พุก
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 6518/2545

ส. ตัวแทนขายประกันของจำเลย สาขานครราชสีมา ติดต่อ อ. ให้ทำสัญญาประกัน และ อ. ตกลงทำสัญญาตามแบบฟอร์มตรวจร่างกายและสัญญาประกันภัยของจำเลย จึงเป็นการเริ่มต้นทำสัญญาประกันภัยที่จังหวัดนครราชสีมาถือว่ามูลคด…

Supreme Court Judgment No. 1824/2567

ในการเสนอคำฟ้องนั้น ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) บัญญัติว่า "คำฟ้อง ให้เสนอต่อศาลที่จำเลยมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตศาล หรือต่อศาลที่มูลคดีเกิดขึ้นในเขตศาลไม่ว่าจำเลยจะมีภูมิลำเนาอยู่ในราชอาณาจักรหรือไม่" คำว่า "มูลค…

Supreme Court Judgment No. 922/2566

การที่ ย. รู้ถึงข้อเท็จจริงที่ตนเคยได้รับการตรวจสุขภาพ และแพทย์ให้ข้อสังเกตว่าตนเป็นโรคความดันโลหิตสูงมาก่อนแล้ว แต่ไม่เปิดเผยข้อความจริงนั้น ซึ่งหาก ย. เปิดเผยย่อมจูงใจให้จำเลยเรียกเบี้ยประกันภัยสูงข…

Supreme Court Judgment No. 3412/2565

คำว่า มูลคดีตาม ป.วิ.พ. มาตรา 4 (1) หมายถึงต้นเหตุอันเป็นที่มาแห่งการโต้แย้งสิทธิอันจะทำให้เกิดอำนาจฟ้องแก่โจทก์ โจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยที่ 1 ผิดสัญญาประกันภัยต่อโจทก์โดยไม่ปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้…

Supreme Court Judgment No. 5133/2562

ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยบอกล้างโมฆียะกรรมภายใน 30 วัน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 865 วรรคหนึ่ง สัญญาประกันชีวิตจึงตกเป็นโมฆะ โจทก์อุทธรณ์คัดค้านคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่า จำเลยทราบมูลอันควรจะบอกล้างโมฆียะก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up