Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7176/2562

พ.ศ. 2562 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยทั้งสามเดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้า ซ. สาขาพระราม 9 ด้วยกัน แล้วจำเลยที่ 1 ถูกจับกุมก่อนพร้อมธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมที่เก็บไว้ในซองสีน้ำตาลซ่อนอยู่กับตัวของจำเลยที่ 1 ต่อมาจึงจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ คนละแห่งกันกับที่จับกุมจำเลยที่ 1 แม้อยู่ในห้างสรรพสินค้าเดียวกัน แต่ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะครอบครองธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมร่วมกัน โจทก์คงอาศัยพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันเท่านั้นที่เป็นหลักในการดำเนินคดี แต่บุคคลที่เดินทางมาด้วยกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องกระทำความผิดร่วมกันเสมอไป โจทก์ไม่มีพยานบุคคลใดที่ทราบถึงรายละเอียดของการซื้อและส่งมอบธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังไม่ได้ความชัดแจ้งว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 มีการกระทำร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ที่มีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมไว้เพื่อนำออกใช้ และรู้ถึงการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 มาตั้งแต่แรกด้วยหรือไม่ จึงให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 2 และที่ 3

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244, 247 และ 83 ริบธนบัตรของกลาง

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 244 (เดิม), 247 (เดิม) ประกอบมาตรา 83 (ที่ถูก มาตรา 244 (เดิม) ประกอบมาตรา 247 (เดิม), 83 ลงโทษจำคุกคนละ 2 ปี 6 เดือน ริบของกลาง จำเลยที่ 2 และที่ 3 อุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องสำหรับจำเลยที่ 2 และที่ 3 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า วันที่ 29 กันยายน 2558 เจ้าพนักงานตำรวจสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวางได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการล่อซื้อธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมจากจำเลยที่ 1 โดยนัดหมายส่งของกันที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาพระราม 9 จึงได้นำกำลังไปกระจายกันอยู่ในห้างสรรพสินค้าดังกล่าว และสามารถจับกุมจำเลยที่ 1 ได้ที่ทางเชื่อมระหว่างลานจอดรถและทางเข้าห้างสรรพสินค้าชั้น 4 พร้อมของกลางเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ ฉบับละ 100 ดอลลาร์ 294 ฉบับ ซึ่งบรรจุในถุงกระดาษทึบสีน้ำตาล เหน็บอยู่ที่ขอบกางเกงด้านหลังของจำเลยที่ 1 มีเสื้อปิดไว้ ต่อมาจับกุมจำเลยที่ 2 ได้ที่ลานจอดรถชั้น 4 และจับกุมจำเลยที่ 3 ได้ที่ภายในห้างสรรพสินค้าชั้น 4 เอ

ชั้นจับกุมจำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธข้อหาร่วมกันทำปลอมขึ้นซึ่งธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม พนักงานสอบสวนส่งธนบัตรของกลางไปตรวจพิสูจน์ ปรากฏว่าไม่ใช่ธนบัตรที่แท้จริง ชั้นสอบสวนจำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในข้อหามีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาอันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม ส่วนจำเลยที่ 2 และที่ 3 ให้การปฏิเสธ คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้อง โจทก์และจำเลยที่ 1 ไม่อุทธรณ์ คดีในส่วนของจำเลยที่ 1 จึงเป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น คงมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า

จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์ปรากฏว่าเพื่อนของสายลับเป็นผู้ติดต่อซื้อธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม และนัดหมายส่งมอบธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม จึงไม่มีพยานโจทก์คนใดที่ทราบถึงรายละเอียดของการซื้อธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอม และการส่งมอบธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมว่าเพื่อนของสายลับจะมีการติดต่อนัดหมายกันกับจำเลยคนใดบ้าง สายลับแจ้งต่อร้อยตำรวจเอกนภสิทธิ์เพียงว่าจำเลยที่ 1 เป็นผู้ไปรับธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมจากบ้านที่ย่านบางบัวทอง โดยมิได้กล่าวถึงจำเลยที่ 2 และที่ 3 ด้วย สายลับคงยืนยันข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดได้เฉพาะจำเลยที่ 1 เท่านั้น แต่ไม่อาจยืนยันการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้

ทั้งสายลับเองมิได้มาเบิกความยืนยันข้อเท็จจริงใด ๆ ต่อศาล ร้อยตำรวจเอกนภสิทธิ์ และเจ้าพนักงานตำรวจผู้ร่วมจับกุมคนอื่น ๆ ซึ่งรับทราบข้อมูลมาจากสายลับอีกต่อหนึ่ง จึงยิ่งไม่อาจยืนยันถึงการกระทำความผิดของจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้อย่างแน่ชัด และโจทก์นำสืบถึงความสัมพันธ์ของจำเลยทั้งสามโดยมีร้อยตำรวจโทภุชงค์ พนักงานสอบสวน เป็นพยานเบิกความว่า จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้การว่า เป็นเพื่อนกันมาประมาณ 2 ปี แล้ว พักอาศัยอยู่ด้วยกัน และจำเลยที่ 1 รับว่ามีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา อันตนได้มาโดยรู้ว่าเป็นธนบัตรปลอม จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าพักอาศัยอยู่กับจำเลยที่ 1 มา 2 ปี แล้ว และจำเลยที่ 3 ให้การว่ารู้จักกับจำเลยที่ 1 และที่ 2 มา 2 ปี

เช่นกัน แต่ปฏิเสธว่ามิได้กระทำความผิด โดยบอกว่าเป็นเพียงคนขับรถให้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เท่านั้น คำเบิกความพยานโจทก์ดังกล่าวคงได้ความเพียงว่าจำเลยทั้งสามเกี่ยวข้องเป็นเพื่อนกันเท่านั้น แต่มิได้แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของจำเลยทั้งสามในขณะที่มีการกระทำความผิดว่าจำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมรู้เห็นตกลงใจในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ด้วยกันมาตั้งแต่แรกหรือไม่ อย่างไร และจำเลยที่ 1 เองก็มิได้ให้การซัดทอดไปถึงจำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา จำเลยที่ 1 ให้การว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ไม่รู้และไม่ทราบเกี่ยวกับการกระทำความผิดเนื่องจากจำเลยที่ 1 เป็นผู้ติดต่อและรู้เห็นเกี่ยวกับการกระทำความผิดเพียงคนเดียว ข้อเท็จจริงตามทางนำสืบของโจทก์คงได้ความเพียงว่า

จำเลยทั้งสามเดินทางมาที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาพระราม 9 ด้วยกัน แล้วจำเลยที่ 1 ถูกจับกุมก่อนพร้อมธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมที่เก็บไว้ในซองสีน้ำตาลซ่อนอยู่กับตัวของจำเลยที่ 1 ต่อมาจึงจับกุมจำเลยที่ 2 และที่ 3 ได้ คนละแห่งกันกับที่จับกุมจำเลยที่ 1 แต่ก็อยู่ในบริเวณห้างสรรพสินค้าเดียวกัน ดังนี้ ขณะจับกุมจำเลยทั้งสามอยู่คนละแห่ง แม้อยู่ในห้างสรรพสินค้าเดียวกัน แต่ก็ไม่อยู่ในฐานะที่จะครอบครองธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมร่วมกัน โจทก์คงอาศัยพฤติการณ์ของจำเลยทั้งสามที่ร่วมเดินทางมาด้วยกันเท่านั้นที่เป็นหลักในการดำเนินคดี แต่บุคคลที่เดินทางมาด้วยกัน ไม่จำเป็นว่าจะต้องกระทำความผิดร่วมกันเสมอไป ทั้งตามภาพถ่าย ธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมที่พบซ่อนอยู่ในซองกระดาษทึบสีน้ำตาลเก็บไว้อยู่กับตัวของจำเลยที่ 1 โดยเหน็บอยู่ที่ขอบกางเกงด้านหลังมีเสื้อปิดอยู่

แสดงให้เห็นว่าจำเลยที่ 1 ต้องการเก็บธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมไว้กับตัวเอง เป็นลักษณะซุกซ่อนไว้ไม่ต้องการเปิดเผยให้บุคคลหนึ่งบุคคลใดพบเห็น จำเลยที่ 2 และที่ 3 จึงอาจไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 นำธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมติดตัวมาด้วย โจทก์ยังคงต้องมีพยานหลักฐานอื่นประกอบเพิ่มเติมอีก แต่โจทก์มิได้นำเพื่อนของสายลับซึ่งเป็นผู้ซื้อธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมมาเบิกความเป็นพยานว่าติดต่อซื้อกับจำเลยคนใดบ้าง และไม่สามารถนำพยานหลักฐานอื่นมาสืบเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมโยงกันของจำเลยทั้งสามในการกระทำความผิดได้ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนร่วมกัน หรือการตกลงจัดแบ่งหน้าที่กันในการกระทำความผิด พยานหลักฐานของโจทก์ที่นำสืบมาจึงยังไม่ได้ความแจ้งชัดว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 มีการกระทำร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ที่มีธนบัตรดอลลาร์สหรัฐปลอมไว้เพื่อนำออกใช้ในลักษณะอย่างไร และจำเลยที่ 2 และที่ 3 รู้ถึงการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 มีเจตนาตกลงใจร่วมกันกับจำเลยที่ 1 ในการกระทำความผิดนั้นมาตั้งแต่แรกด้วยหรือไม่

ที่โจทก์ฎีกาว่า ตามบันทึกคำให้การของผู้ต้องหา จำเลยที่ 1 ให้การในชั้นสอบสวนถึงเหตุผลที่ชวนจำเลยที่ 2 ซึ่งพักอยู่ด้วยกันให้ไปด้วย แล้วชวนจำเลยที่ 3 ซึ่งมีรถยนต์และสามารถขับรถได้ให้ช่วยขับรถจากย่านลาดพร้าวไปรับซองเอกสารซึ่งใส่ธนบัตรปลอมจากบางบัวทอง และจะนำไปส่งโดยมีคนมารับที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาพระราม 9 ทั้งชวนรับประทานอาหารที่ห้างสรรพสินค้านั้น ไม่สมเหตุสมผลที่ต้องเดินทางย้อนไปย้อนมา นอกจากจำเลยทั้งสามได้วางแผนไว้ล่วงหน้านั้น เห็นว่า เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยทั้งสามเป็นเพื่อนกัน การที่จำเลยที่ 1 ชวนจำเลยที่ 2 และที่ 3 เดินทางไปด้วยกัน แม้จะเดินทางย้อนไปย้อนมาบ้าง ก็ไม่ถึงขนาดจะเป็นพิรุธ และไม่อาจสันนิษฐานให้เป็นผลร้ายแก่จำเลยที่ 2 และที่ 3 ว่ารู้เห็นในการกระทำความผิดของจำเลยที่ 1 ได้

ส่วนฎีกาอื่นของโจทก์เป็นข้อปลีกย่อยที่มิได้ทำให้ผลแห่งคดีเปลี่ยนแปลงไป จึงไม่จำต้องวินิจฉัย พยานหลักฐานของโจทก์เท่าที่นำสืบมา ยังคงมีความสงสัยตามสมควรว่า จำเลยที่ 2 และที่ 3 ร่วมกระทำความผิดกับจำเลยที่ 1 ตามฟ้องหรือไม่ ให้ยกประโยชน์แห่งความสงสัยนั้นให้จำเลยที่ 2 และที่ 3 ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 227 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 2 และที่ 3 มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
นิรัตน์ จันทพัฒน์ · สมเกียรติ ตั้งสกุล · สันติ วงศ์รัตนานนท์
Lower court
ศาลอาญา - นายณภชนก บุญสิทธิ์
ศาลอุทธรณ์ - นายพงศ์เดช วานิชกิตติกูล
Supreme Court black case no.
อ.2048/2562
Trial court black case no.
อ4174/2558
Trial court red case no.
อ737/2560
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 12269/2558

จำเลยที่ 2 รู้อยู่ก่อนแล้วว่า ฉ. จะไปทำบัตรประจำตัวประชาชนในชื่อของ ก. การที่จำเลยที่ 2 ขอร้องให้จำเลยที่ 1 ช่วยเป็นผู้รับรองเป็นเหตุให้ ฉ. สามารถทำบัตรประจำตัวประชาชนได้สำเร็จ ถือเป็นการให้ความช่วยเห…

Supreme Court Judgment No. 10492/2558

ในคดีอาญาไม่มีบทบัญญัติของกฎหมายให้ศาลที่พิจารณาคดีอาญาจำต้องถือข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษาคดีส่วนแพ่ง เพราะในคดีแพ่งศาลจะชั่งน้ำหนักคำพยานว่าฝ่ายใดมีน้ำหนักน่าเชื่อถือยิ่งกว่ากัน แต่ในคดีอาญาศา…

Supreme Court Judgment No. 14822/2558

ความผิดฐานร่วมกันบุกรุกนั้น แม้จะฟังได้ว่าจำเลยเป็นบุตรของ ญ. ผู้ซึ่งเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินพิพาท แต่โจทก์เป็นบุคคลภายนอกผู้สุจริตและได้รับความยินยอมจาก พ. ซึ่งเป็นเจ้าของรวมในที่ดินพิพาทอีกค…

Supreme Court Judgment No. 11898/2557

จำเลยที่ 1 ที่ 3 และที่ 5 ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ของกลางติดต่อกับสายลับ จำเลยที่ 2 และติดต่อซึ่งกันและกัน เพื่อซื้อขายและจัดหาธนบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกาปลอม โทรศัพท์เคลื่อนที่ 7 เครื่อง ของกลาง จึงเป็นทรั…

Supreme Court Judgment, B.E. 2556 (ref. 559180)

องค์ประกอบสำคัญของความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรของรัฐบาลต่างประเทศปลอมตาม ป.อ. มาตรา 244 ประกอบมาตรา 247 อันเป็นความผิดตามฟ้องคือ ผู้ซึ่งมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งธนบัตรของรัฐบาลต่างประเทศนั้นต้อ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up