คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์จึงยื่นฟ้องขอเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวต่อศาลปกครองกลาง และต่อมาศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งของคณะกรรมการแพทยสภาเฉพาะในส่วนที่ยกข้อกล่าวหานายแพทย์ ช. การที่คณะกรรมการแพทยสภาประชุมและมีมติว่าคดีไม่มีมูลยกข้อกล่าวหานายแพทย์ ช. ตามคำสั่งแพทยสภาดังกล่าว จึงเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย สมควรที่ผู้ถูกฟ้องคดีจะต้องดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้มีการสอบสวนเพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ถูกร้องเรียนต่อไป การกระทำของจำเลยจึงเป็นการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดอย่างรอบคอบถี่ถ้วน หรือมีเจตนาช่วยเหลือนายแพทย์ ช. ให้ไม่ต้องรับผิด หากตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบคอบและมีคำสั่งถูกต้อง ศาลแพ่งกรุงเทพใต้จะมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี ขอให้จำเลยชำระเงินพร้อมดอกเบี้ย
จำเลยให้การว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ จำเลยตรวจสอบข้อเท็จจริงพยานเอกสารและพยานบุคคลโดยละเอียดรอบคอบตามขั้นตอนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ จำเลยมิได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ การที่จำเลยมีคำสั่งแพทยสภาไม่ใช่ผลโดยตรงจากการละเมิด โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลจังหวัดนนทบุรีเห็นว่า เป็นคดีพิพาทที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม ศาลปกครองกลางเห็นว่า เป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ที่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครองตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 คณะกรรมการพิจารณาแล้วเห็นว่า
คดีนี้แพทยสภา จำเลย มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ. 2525 แต่โดยที่พระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวมาตรา 7 (1) กำหนดให้แพทยสภาควบคุมการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม และมาตรา 8 (1) กำหนดให้แพทยสภามีอำนาจรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ผู้ขอเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม (2) พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาตเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม จำเลยย่อมเป็นหน่วยงานที่มีฐานะเป็นองค์กรวิชาชีพซึ่งได้รับมอบหมายให้ใช้อำนาจทางปกครองหรือให้ดำเนินกิจการทางปกครองในการควบคุมความประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมให้ถูกต้องตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม จำเลยจึงเป็นหน่วยงานทางปกครองตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง
พ.ศ. 2542 เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดสืบเนื่องมาจากคณะกรรมการแพทยสภามีมติในการประชุมยกข้อกล่าวหานายแพทย์ ช. ตามคำสั่งแพทยสภา ต่อมาศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เพิกถอนคำสั่งแพทยสภาดังกล่าวเฉพาะในส่วนที่ยกข้อกล่าวหานายแพทย์ ช. เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คดีนี้จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมาย ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ตามมาตรา 9 วรรคหนึ่ง (3) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 (ไม่มี -) - -