Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7205/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 และพวกทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นตัวการในการกระทำความผิดดังกล่าวจึงต้องรับผิดในผลของการกระทำของจำเลยที่ 1 และพวกที่ร่วมกระทำผิดด้วยกันเสมือนหนึ่งเป็นการกระทำของจำเลยที่ 2 เอง จำเลยที่ 1 ทำร้ายร่างกายของผู้เสียหายโดยใช้อาวุธปืนยิงจนผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส แม้จำเลยที่ 2 ไม่มีส่วนร่วมในการยิงผู้เสียหาย จำเลยที่ 2 ก็ต้องรับผิดในผลของการกระทำดังกล่าวด้วย จำเลยที่ 2 จึงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายถึงสาหัส จำเลยที่ 2 ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย แม้ที่ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ 2 เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกา แต่ถ้าศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างลงโทษหนักเกินไป ศาลฎีกาก็ย่อม มีอำนาจแก้ไขให้เหมาะสมแก่ความผิดได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิงและสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๘๐, ๙๑, ๒๘๘, ๓๗๑ ริบอาวุธปืน ลูกกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลาง จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยที่ ๑ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบมาตรา ๘๐, ๓๗๑ ? จำเลยที่ ๒ มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๘๓ (ที่ถูกมาตรา ๒๙๗ (๘) , ๘๓ )?

จำเลยทั้งสองอุทธรณ์

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งลงชื่อในคำพิพากษาศาลอุทธรณ์อนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ฎีกาในปัญหา ข้อเท็จจริง ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า คดีนี้ข้อเท็จจริงยุติตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาแล้วจากพยานหลักฐาน ในสำนวนว่าจำเลยที่ ๒ ร่วมกับจำเลยที่ ๑ และพวกทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นตัวการในการกระทำผิด ดังกล่าวจึงต้องรับผิดในผลของการกระทำด้วยกันเสมือนหนึ่งเป็นการกระทำของจำเลยที่ ๑ เอง ดังนั้นเมื่อได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยใช้อาวุธปืนยิงจนผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส แม้จำเลยที่ ๒ ไม่มีส่วนร่วมในการยิงผู้เสียหาย จำเลยที่ ๒ ก็ต้องรับผิดในผลของการกระทำดังกล่าว ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยที่ ๒ มีความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายจนเป็นเหตุให้ผู้เสียหายรับอันตรายสาหัสจึงชอบแล้ว

ฎีกาของจำเลยที่ ๒ ฟังไม่ขึ้น ส่วนที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษให้แก่จำเลยที่ ๒ ด้วยนั้น แม้เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามมิให้ฎีกาแต่ถ้าศาลฎีกาเห็นว่าศาลล่างลงโทษหนักเกินไป ศาลฎีกาย่อมมีอำนาจแก้ไขให้ เหมาะสมแก่ความผิดได้ ได้ความว่าขณะกระทำความผิดจำเลยที่ ๒ เป็นนักศึกษา ทำร้ายร่างกายผู้เสียหายโดยการ ชกต่อยไม่รุนแรงและไม่มีอาวุธทั้งได้สำนึกผิดด้วยการชดใช้ค่าเสียหายจำนวน ๕๐,๐๐๐ บาท ให้แก่ผู้เสียหายแล้ว เมื่อไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ ๒ เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อนจึงมีเหตุอันสมควรแก้ไขโทษให้เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งคดีและสมควรให้โอกาสจำเลยที่ ๒ ได้กลับตัวเป็นพลเมืองดีต่อไป

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยที่ ๑ ฐานมีอาวุธปืนจำคุก ๑ ปี ฐานพาอาวุธปืนจำคุก ๖ เดือน รวมกับ โทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่นที่ศาลอุทธรณ์จำคุก ๑๐ ปี แล้ว เป็นจำคุก ๑๑ ปี ๖ เดือน ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๕ ปี ๙ เดือน ลงโทษจำเลยที่ ๒ ฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้รับอันตรายสาหัสจำคุก ๓ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ แล้ว คงจำคุก ๒ ปี โทษ จำคุกสำหรับจำเลยที่ ๒ ให้รอการลงโทษไว้ ๓ ปี และคุมความประพฤติจำเลยที่ ๒ ไว้ ๒ ปี นับตั้งแต่วันที่ได้อ่าน คำพิพากษาฎีกาให้จำเลยที่ ๒ ฟังโดยให้จำเลยที่ ๒ ไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติปีละ ๔ ครั้ง ตามเงื่อนไขและกำหนดระยะเวลาที่พนักงานคุมประพฤติเห็นสมควรกำหนด ให้จำเลยที่ ๒ ละเว้นการประพฤติใดที่อาจนำไปสู่ การกระทำความผิดทำนองนี้อีก กับให้จำเลยที่ ๒ ทำกิจกรรมบริการสังคมหรือสาธารณประโยชน์ตามที่พนักงาน คุมประพฤติและจำเลยที่ ๒ เห็นสมควรมีกำหนด ๓๐ ชั่งโมง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๕๖ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ชาญชัย ลิขิตจิตถะ · จำรูญ แสนภักดี · วสันต์ ตรีสุวรรณ
Lower court
ศาลอาญากรุงเทพใต้ - นายพฤตินัย ทัศนัยพิทักษ์กุล
ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิมชัย จารุไพบูลย์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment, B.E. 2562 (ref. 636366)

การที่จำเลยทั้งสี่กับพวกขับรถจักรยานยนต์ติดตามผู้เสียหายมาถึงบริเวณที่เกิดเหตุ จำเลยที่ 2 และ น. มีมีดติดตัวไปด้วย แม้มีดที่ น. พาติดตัวไปจะมีขนาดใหญ่เป็นที่สังเกตเห็นได้โดยง่ายแก่บุคคลทั่วไปรวมทั้งจำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2560 (ref. 619414)

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และที่ 4 ถึงที่ 10 มีความผิดฐานร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตาม ป.อ. มาตรา 289 (4) ประกอบมาตรา 80 ลดมาตราส่วนโทษกึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 75 จำคุก 16 ปี 8 เ…

Supreme Court Judgment No. 1519/2544

จำเลยใช้ไม้ตีพริกของกลางยาวประมาณ 1 ศอก ตีศีรษะผู้เสียหายที่ 1 หลายครั้ง และใช้มีดปลายแหลมแทงบริเวณหน้าอกของผู้เสียหายที่ 1 จำนวน 2 แผล ซึ่งเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย จนผู้เสียหายที่ 1 สลบไปและกะโหลกศี…

Supreme Court Judgment No. 7381/2543

ศาลแรงงานกลางฟังข้อเท็จจริงว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายบุคคลและผู้บังคับบัญชาของโจทก์แจ้งให้โจทก์ทราบว่านายจ้างเลิกจ้าง กับนำหนังสือแจ้งการเลิกจ้างเอกสารหมาย ล. 2 มาให้โจทก์ดู ซึ่งจำเลยที่ 2 ยังไม่ได้มีคำสั่งเ…

Supreme Court Judgment No. 1576/2537

ความผิดฐานมีอาวุธปืน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา 7,72 วรรคแรก จำคุก1 ปี ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 7,72 วรรคสาม จำคุก…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up