Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 721/2544

พ.ศ. 2544 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สิทธิเรียกร้องของโจทก์ตามมูลหนี้เช็คระงับสิ้นไปตามการประนีประนอมยอมความ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 852 แม้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความมีเงื่อนไขว่า โจทก์จะถอนฟ้องคดีความผิดเกี่ยวกับพระราชบัญญัติ ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ต่อเมื่อได้รับชำระหนี้ตาม สัญญาประนีประนอมยอมความแล้วก็ตามข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงทำให้คดีไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2) เท่านั้น แต่เมื่อผลของการทำสัญญาประนีประนอมยอมความทำให้สิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เช็คระงับสิ้นไป กรณีจึงต้องด้วยมาตรา 7พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ ซึ่งบัญญัติให้ถือว่าคดีอาญาเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเมื่อหนี้ตามเช็คได้สิ้นผลผูกพันไปแล้ว คดีจึงเป็นอันระงับไปเพราะ คดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39

Provisions the court ruled on

ป.วิ.อ. Section 39 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 Section 4 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 Section 7

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2537 จำเลยได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขานครปฐม จำนวน 3 ฉบับ มอบให้แก่โจทก์เพื่อชำระหนี้เงินกู้ยืมที่มีอยู่จริงตามสัญญากู้ยืมเงินและบันทึกการสั่งจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญา เมื่อเช็คทั้งสามฉบับถึงกำหนดเรียกเก็บเงินโจทก์นำไปเรียกเก็บเงินที่ธนาคารกรุงไทย จำกัด สาขานครปฐม แต่ธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินทั้งสามฉบับ โดยให้เหตุผลว่าโปรดติดต่อผู้สั่งจ่ายการกระทำของจำเลยเป็นการออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว

เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้องจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกันให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวม 3 กระทง เป็นจำคุก 3 ปีจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาว่า เมื่อสิทธินำคดีอาญามาฟ้องของโจทก์ระงับไป จึงให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความของศาลอุทธรณ์ภาค 7โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงในเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติว่า หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ โจทก์ได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งให้รับผิดตามเช็คพิพาทต่อศาลจังหวัดนครปฐม คดีแพ่งดังกล่าวโจทก์และจำเลยได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความตามเอกสารหมาย จ.16 ของสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 1757/2538 ของศาลจังหวัดนครปฐม คดีถึงที่สุดแล้ว

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ข้อแรกว่าที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 ยกข้อกฎหมายขึ้นวินิจฉัยว่าหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นอันระงับสิ้นผลผูกพันไปก่อนคดีนี้ถึงที่สุด คดีจึงเป็นอันเลิกกันนั้น เป็นข้อกฎหมายเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชนหรือไม่ เห็นว่า ความรับผิดในทางอาญามีผลกระทบกระเทือนต่อชีวิตเสรีภาพหรือทรัพย์สินของบุคคล ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 185 วรรคแรก บัญญัติว่า ถ้าศาลเห็นว่าจำเลยมิได้กระทำความผิดก็ดี การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดก็ดี ฯลฯ ให้ศาลยกฟ้องโจทก์ปล่อยจำเลยไป ดังนั้น ปัญหาข้อกฎหมายว่าจำเลยกระทำความผิดตามโจทก์ฟ้องหรือไม่ จึงเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีอำนาจที่จะยกปัญหาข้อกฎหมายดังกล่าวขึ้นได้แม้จะไม่ได้ยกขึ้นในศาลชั้นต้นก็ตาม ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 195 วรรคสองฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปมีว่า

สิทธิในการดำเนินคดีอาญาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเป็นอันระงับและเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39 หรือไม่เห็นว่า หลังจากโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้แล้ว โจทก์ได้นำเช็คทั้ง 3 ฉบับฟ้องให้จำเลยรับผิดเป็นคดีแพ่ง และมีการตกลงประนีประนอมยอมความตามสัญญาประนีประนอมยอมความเอกสารหมาย จ.16 คดีถึงที่สุดไปแล้วดังนั้น สิทธิเรียกร้องของโจทก์ตามมูลหนี้เช็คทั้ง 3 ฉบับ จึงเป็นอันระงับสิ้นไปโดยการประนีประนอมยอมความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 แม้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความมีเงื่อนไขว่า โจทก์จะถอนฟ้องคดีคดีนี้ต่อเมื่อได้รับชำระหนี้ตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวเป็นเพียงทำให้คดีนี้ไม่ระงับไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39(2)

เท่านั้น แต่เมื่อผลของการทำสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวทำให้สิทธิเรียกร้องตามมูลหนี้เช็คระงับสิ้นไป กรณีจึงต้องด้วยบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 7 ซึ่งบัญญัติว่าถ้าหนี้ที่ผู้กระทำความผิดตามมาตรา 4 ได้ออกเช็คเพื่อใช้เงินนั้นได้สิ้นผลผูกพันไปก่อนศาลคดีอาญามีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ถือว่าคดีอาญาเป็นอันเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เมื่อหนี้ตามเช็คได้สิ้นผลผูกพันไปแล้ว คดีของโจทก์จึงเป็นอันระงับไปเพราะคดีเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 39ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายกฟ้องโจทก์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ทุกข้อฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ · พินิจ เพชรรุ่ง · ยงยศ นิสภัครกุล
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 868/2534

เช็คที่โจทก์อาศัยเป็นมูลฟ้องจำเลยเป็นเช็คฉบับเดียวกับที่โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีแพ่งเรียกเงินตามเช็ค ต่อมาจำเลยได้ชำระเงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตาม

Supreme Court Judgment No. 588/2546

ความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คเกิดตั้งแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินตามเช็คคือวันที่ 8 มีนาคม 2543 เมื่อเป็นความผิดอันยอมความได้ซึ่งมีกำหนดให้ร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่…

Supreme Court Judgment No. 3645/2546

ปัญหาที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ในคดีความผิดต่อพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คฯ มีว่า ผู้เสียหายมีฐานะเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) หรือไม่ แต…

Supreme Court Judgment No. 5247/2545

หลังจากที่จำเลยเป็นหนี้ค่าทองรูปพรรณและออกเช็คพิพาทเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์แล้ว ย. ภริยาโจทก์และจำเลยได้ตกลงกันทำหนังสือสัญญากู้ขึ้นมีเนื้อความว่าจำเลยได้กู้ยืมเงินภริยาโจทก์ไปจำนวน 500,000 บาท จะใช้คืนใ…

Supreme Court Judgment No. 279/2545

แม้สัญญากู้เงินซึ่งเป็นมูลหนี้ที่ออกเช็คพิพาทที่โจทก์นำมาฟ้องจำเลยจะรวมอยู่ในกลุ่มสินทรัพย์ของโจทก์ซึ่งถูกองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินเข้าควบคุมกิจการและได้ขายให้แก่บริษัท ก. ไปแล้วก็ตาม แต่…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up