Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7234/2552

พ.ศ. 2552 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ตรวจคืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกัน และมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินจำนวน 71,000 บาท มาคืนต่อศาลชั้นต้นแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์คำพิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้เรียกโฉนดที่ดินอันเป็นหลักประกันคืนจากผู้ค้ำประกัน เพื่อโจทก์จะได้ดำเนินการบังคับคดีต่อไป และให้นำเงินจำนวน 71,000 บาท ที่โจทก์รับไปแล้วมาหักทอนกับค่าเสียหายตามคำพิพากษาอุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ค้ำประกัน ต้องถือว่าผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยอุทธรณ์ด้วย การที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของโจทก์ โดยไม่สั่งให้ส่งนำเนาอุทธรณ์แก่ผู้ค้ำประกัน จึงไม่ชอบด้วย ป.วิ.พ. มาตรา 235 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาคดีไปโดยไม่สั่งให้ศาลชั้นต้นแก้ไขให้ถูกต้อง ถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้ปฏิบัติตาม ป.วิ.พ. ว่าด้วยการพิจารณา ศาลฎีกาจึงต้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เสียตาม ป.วิ.พ. มาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 243 (2)

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารออกจากบ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 5 ตำบลหินมูล อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม พร้อมส่งมอบบ้านและที่ดินให้โจทก์ในสภาพเรียบร้อย และห้ามจำเลยเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์กับใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์อัตราเดือนละ 8,000 บาท นับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากที่ดินของโจทก์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์และยื่นคำร้องขอทุเลาการบังคับคดี ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งว่า ถ้าจำเลยนำค่าเสียหายที่จะต้องชำระให้แก่โจทก์ตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นถึงวันทราบคำสั่งนี้มาวางต่อศาลชั้นต้น ภายในเวลาที่ศาลชั้นต้นกำหนด ก็อนุญาตให้ทุเลาการบังคับไว้ในระหว่างอุทธรณ์ สำหรับค่าเสียหายเดือนต่อๆ ไป ให้จำเลยนำมาวางต่อศาลชั้นต้นภายในวันที่ 5 ของทุกเดือน หากผิดนัดเดือนใดก็ไม่อนุญาตให้ทุเลาการบังคับคดี เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2546 นายสาย ผู้ค้ำประกันได้ทำสัญญาไว้ต่อศาลชั้นต้นยอมตนเข้าค้ำประกันการชำระหนี้ตามคำพิพากษา โดยนำที่ดินโฉนดเลขที่ 4693 ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มาเป็นหลักประกัน ส่วนจำเลยได้นำเงินค่าเสียหายที่ต้องชำระตามคำพิพากษามาวางต่อศาลชั้นต้นเพื่อทุเลาการบังคับในระหว่างอุทธรณ์ ต่อมาวันที่ 27 พฤษภาคม 2547 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 มีคำสั่งให้จำหน่ายคดีเสียจากสารบบความ เนื่องจากจำเลยทิ้งฟ้องอุทธรณ์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ วันที่ 8 สิงหาคม 2549 ผู้ค้ำประกันและจำเลยยื่นคำแถลงต่อศาลชั้นต้นโดยผู้ค้ำประกันขอให้ศาลชั้นต้นคืนโฉนดที่ดินซึ่งเป็นหลักประกัน ส่วนจำเลยขอรับเงินค่าเสียหายที่นำมาวางต่อศาลชั้นต้นนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2546 ถึงเดือนเมษายน 2547 รวม 71,000 บาท คืน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ตรวจคืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกัน และสั่งคำแถลงของจำเลยว่า โจทก์รับเงินค่าเสียหายอันเป็นการประกันชั้นอุทธรณ์ไปแล้ว จึงให้มีหนังสือแจ้งให้โจทก์ทราบ เมื่อได้รับเงินคืนแล้ว ให้เบิกจ่ายเงินคืนจำเลย วันที่ 8 กันยายน 2549 โจทก์ยื่นคำร้องโต้แย้งคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ผู้ค้ำประกันนำหลักประกัน คือโฉนดที่ดินเลขที่ 4693 ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มาคืนให้ศาลชั้นต้น กับให้โจทก์นำเงินจำนวน 71,000 บาท มาคืนให้ศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นนี้ให้เป็นพับ โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้ หลังจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ตรวจคืนหลักประกันแก่ผู้ค้ำประกัน และมีหนังสือแจ้งให้โจทก์นำเงินจำนวน 71,000 บาท มาคืนต่อศาลชั้นต้นแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องโต้แยงคัดค้านคำสั่งดังกล่าว ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ขอให้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำสั่งศาลชั้นต้น โดยให้เรียกโฉนดที่ดินอันเป็นหลักประกันคืนจากผู้ค้ำประกัน เพื่อโจทก์จะได้ดำเนินการบังคับคดีต่อไปและให้นำเงินจำนวน 71,000 บาท ที่โจทก์รับไปแล้วมาหักทอนกับค่าเสียหายตามคำพิพากษา อุทธรณ์ของโจทก์จึงเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้ค้ำประกันต้องถือว่าผู้ค้ำประกันเป็นจำเลยอุทธรณ์ด้วย การที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์ของโจทก์ โดยไม่สั่งให้ส่งสำเนาอุทธรณ์แก่ผู้ค้ำประกัน จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 235 ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษาคดีไปโดยไม่สั่งให้ศาลชั้นต้นแก้ไขให้ถูกต้อง

ถือว่าศาลอุทธรณ์ภาค 7 มิได้ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาคามแพ่งว่าด้วยการพิจารณา ศาลฎีกาจึงต้องยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 เสียตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 247 ประกอบด้วยมาตรา 243 ประกอบด้วยมาตรา 243 (2) กรณีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลยต่อไป"

Result

พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 7 ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการส่งสำเนาอุทธรณ์ของโจทก์ให้ผู้ค้ำประกัน แล้วส่งสำนวนให้ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิจารณาและพิพากษาใหม่ตามรูปคดี ให้ยกฎีกาของโจทก์และฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมศาลชั้นฎีกาทั้งหมดให้แก่โจทก์และจำเลย ค่าฤชาธรรมเนียมนอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
อิศเรศ ชัยรัตน์ · ชัยวุฒิ โลหชิตรานนท์ · ไมตรี ศรีอรุณ
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8018/2553

จำเลยทั้งสามให้การต่อสู้และบรรยายในคำร้องขอให้ศาลหมายเรียกจำเลยร่วมเข้ามาเป็นคู่ความว่า ก่อนมีการผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อ จำเลยที่ 1 โอนสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาเช่าซื้อพร้อมทั้งส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อให้จ…

Supreme Court Judgment No. 2259/2544

โจทก์ฟ้องให้จำเลยทั้งห้าร่วมกันรับผิดฐานละเมิดเนื่องจากจำเลยที่ 1 ผู้เยาว์ขับรถบรรทุกโดยประมาทเลินเล่อชนรถโจทก์เสียหาย โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นบิดามารดาผู้ใช้อำนาจปกครอง ส่วนจำเลยที่ 4 และที่ 5 เป็…

Supreme Court Judgment, B.E. 2539 (ref. 1540)

คดีนี้จำเลยที่3ได้เป็นโจทก์สำนวนหลังฟ้องขอให้บังคับโจทก์ทั้งสองร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่จำเลยที่3เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้จำเลยที่3แพ้คดีในสำนวนแรกและพิพากษายกฟ้องของจำเลยที่3ในสำนวนหลังจำเลยที่3ไ…

Supreme Court Judgment No. 5001/2562

โจทก์ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาอุทธรณ์ 2 ครั้ง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตตามคำร้องฉบับแรกให้โจทก์ยื่นอุทธรณ์ได้ภายในวันที่ 8 สิงหาคม 2559 ต่อมาโจทก์ยื่นอุทธรณ์วันที่ 2 กันยายน 2559 ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โ…

Supreme Court Judgment No. 7994/2561

เมื่องานที่โจทก์ทำให้จำเลยชำรุดบกพร่อง โจทก์จึงเป็นฝ่ายผิดสัญญา ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องให้จำเลยชำระหนี้นั้น ถูกต้องแล้ว แต่ศาลชั้นต้นยังคงต้องวินิจฉัยให้จำเลยชำระค่าการงานที่ได้ทำใ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up