Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7268/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

หนังสือมอบอำนาจมีข้อความว่า "ฯลฯ ข้าพเจ้า อ.ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตึกแถวเลขที่ 1/11 ซอยวัฒนโยธินถนนราชวิถีแขวงถนนพญาไทเขตราชเทวี กรุงเทพมหานครขอมอบอำนาจให้ ม. ฯลฯ เป็นผู้รับมอบอำนาจให้มีอำนาจกระทำการแทนข้าพเจ้าในกิจการดังต่อไปนี้ ข้อ 1. ให้มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้อง ว. ผู้เช่าตึกแถวดังกล่าวเป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง รวมทั้งมีอำนาจแก้ฟ้องแย้งของจำเลย และให้มีอำนาจดำเนินคดีแทนข้าพเจ้าได้ทุกประการ" การมอบอำนาจตามข้อความที่ระบุไว้ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่โจทก์มอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียว มิใช่มอบอำนาจทั่วไปให้แก่ ม.จึงต้องปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาท ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 104 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ 7(ก) ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าหนังสือมอบอำนาจฉบับนี้ ได้ปิดอากรแสตมป์ 10 บาทครบถ้วนแล้วในวันยื่นฟ้อง ศาลจึงรับฟังหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานในคดีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และแม้ภายหลังโจทก์นำหนังสือมอบอำนาจนั้นไปติดอากรแสตมป์เพิ่มอีก20 บาท โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขออนุญาตปิดอากรแสตมป์จากศาลก็หามีผลทำให้หนังสือมอบอำนาจนั้นกลับเป็นหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใดไม่ โจทก์ได้ระบุอ้างหนังสือให้ความยินยอมเป็นพยานและได้นำต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาสืบเป็นพยานหลักฐานของโจทก์ในวันสืบพยาน การที่โจทก์มิได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้แก่จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 วรรคหนึ่งอันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น หากจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเป็นผิดระเบียบจำเลยจะต้องยื่นคัดค้านเสียภายใน 8 วัน ตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง เมื่อจำเลยทราบตั้งแต่ขณะที่โจทก์นำต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาสืบแล้วว่าเป็นการผิดระเบียบ แต่จำเลยก็มิได้คัดค้านเสียภายใน 8 วันนับแต่วันที่จำเลยได้ทราบเช่นนั้น จำเลยจึงไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นมาอุทธรณ์ฎีกาคัดค้านในภายหลังได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นหญิงมีสามีและได้รับความยินยอมจากสามีในการฟ้องคดีนี้แล้ว โจทก์มอบอำนาจให้นายมนตรี ตรีนุรักษ์ฟ้องคดีแทนโจทก์ตามหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2532 จำเลยเช่าตึกแถวเลขที่ 1/11ซอยวัฒนโยธิน ถนนราชวิถี แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี(เดิมเขตพญาไท) กรุงเทพมหานคร ซึ่งตั้งอยู่บนที่ดินโฉนดเลขที่ 1247แขวงถนนพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ เพื่ออยู่อาศัยและค้าขาย มีกำหนด 1 ปี ครบกำหนดเช่าในวันที่ 15 กันยายน 2533โดยจำเลยตกลงให้ค่าเช่าล่วงหน้าเป็นเงินจำนวนหนึ่งและค่าเช่ารายเดือนอีกเดือนละ 400 บาท ตามสัญญาเช่าตึกแถวเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 2 ก่อนครบกำหนดเช่าโจทก์ได้แจ้งให้จำเลยทราบว่าเมื่อครบกำหนดแล้วโจทก์จะไม่ต่อสัญญาเช่าอีกต่อไป แต่เมื่อครบกำหนดเช่าแล้วจำเลยและบริวารไม่ยอมขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวของโจทก์

ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายเดือนละ 2,000 บาทขอให้บังคับจำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวเลขที่ 1/11 ซอยวัฒนโยธิน ถนนราชวิถี แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวีกรุงเทพมหานคร และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวดังกล่าวเสร็จสิ้นจำเลยให้การว่า โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของตึกแถวและที่ดินตามฟ้อง โจทก์เป็นหญิงมีสามี โจทก์ไม่ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีนี้หนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ซึ่งเป็นการมอบอำนาจระหว่างโจทก์กับนายมนตรี ตรีนุรักษ์ จึงเป็นหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายการเช่าระหว่างโจทก์กับจำเลยเป็นการเช่าโดยไม่มีสัญญาเช่า

จำเลยไม่เคยได้รับหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่าจากโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ได้บอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมายตึกแถวที่เช่าอยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมจะใช้เป็นสถานการค้า จะให้เช่าได้ไม่เกินเดือนละ 400 บาท ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยและบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกจากตึกแถวเลขที่ 1/11 ซอยวัฒนโยธิน ถนนราชวิถี แขวงถนนพญาไทเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร และให้ชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ในอัตราเดือนละ 2,000 บาท นับแต่วันฟ้อง (วันที่ 15 ตุลาคม 2533)เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยและบริวารจะขนย้ายทรัพย์สินออกไปจากตึกแถวพิพาทจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้เป็นคดีฟ้องขับไล่บุคคลใด ๆ ออกจากอสังหาริมทรัพย์อันมีค่าเช่าหรืออาจให้เช่าได้ในขณะยื่นคำฟ้องไม่เกินเดือนละ 10,000 บาท จึงต้องห้ามมิให้คู่ความฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคสองส่วนที่จำเลยฎีกาในทำนองว่าหนังสือมอบอำนาจฟ้องคดีไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเป็นหนังสือมอบอำนาจทั่วไป แต่ปรากฏจากสำเนาหนังสือมอบอำนาจเอกสารท้ายฟ้องหมายเลข 1 ว่าโจทก์ติดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจนั้นเพียง 10 บาทในขณะยื่นฟ้องคดี และภายหลังได้นำอากรแสตมป์มาปิดอีก 20 บาทโดยพลการโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขออนุญาตปิดอากรแสตมป์จากศาลนั้น

เห็นว่า หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.1มีข้อความว่า "ฯลฯ ข้าพเจ้านางอุทัยวรรณ ตรีนุรักษ์ ในฐานะเจ้าของกรรมสิทธิ์ในตึกแถวเลขที่ 1/11 ซอยวัฒนโยธิน ถนนราชวิถีแขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ขอมอบอำนาจให้นายมนตรี ตรีนุรักษ์ ฯลฯ เป็นผู้รับมอบอำนาจให้มีอำนาจกระทำการแทนข้าพเจ้าในกิจการดังต่อไปนี้ ข้อ 1. ให้มีอำนาจเป็นโจทก์ฟ้องนางสาววรรณา พรประสิทธิ์เวช ผู้เช่าตึกแถวดังกล่าวเป็นจำเลยต่อศาลแพ่ง รวมทั้งมีอำนาจแก้ฟ้องแย้งของจำเลยและให้มีอำนาจดำเนินคดีแทนข้าพเจ้าได้ทุกประการ" การมอบอำนาจตามข้อความที่ระบุไว้ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่โจทก์มอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียวมิใช่มอบอำนาจทั่วไปให้แก่นายมนตรี ตรีนุรักษ์หนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย

จ.1 จึงต้องปิดอากรแสตมป์เพียง 10 บาทตามประมวลรัษฎากร มาตรา 104 และบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ข้อ 7(ก)ดังนั้นเมื่อปรากฏว่าหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.1 ได้ปิดอากรแสตมป์ 10 บาทครบถ้วนแล้วในวันยื่นฟ้อง ศาลจึงรับฟังหนังสือมอบอำนาจเอกสารหมาย จ.1 เป็นพยานหลักฐานในคดีได้โดยชอบด้วยกฎหมาย และแม้ภายหลังโจทก์นำหนังสือมอบอำนาจนั้นไปติดอากรแสตมป์เพิ่มอีก 20 บาท โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือขออนุญาตปิดอากรแสตมป์จากศาลก็หามีผลทำให้หนังสือมอบอำนาจนั้นกลับเป็นหนังสือมอบอำนาจที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อย่างใดไม่และที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์ไม่ได้ส่งสำเนาหนังสือให้ความยินยอมเอกสารหมาย จ.2 ให้จำเลยก่อนวันสืบพยานจึงรับฟังเอกสารดังกล่าวเป็นพยานหลักฐานไม่ได้นั้น

ปรากฏว่าโจทก์ได้ระบุอ้างเอกสารดังกล่าวเป็นพยานและได้นำต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาสืบเป็นพยานหลักฐานของโจทก์ในวันสืบพยาน ซึ่งเมื่อโจทก์มิได้ส่งสำเนาเอกสารดังกล่าวให้แก่จำเลยก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่า 3 วัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 90 วรรคหนึ่ง อันเป็นกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น หากจำเลยเห็นว่าโจทก์ไม่ได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเป็นผิดระเบียบ จำเลยจะต้องยื่นคัดค้านเสียภายใน 8 วันตามมาตรา 27 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งจำเลยย่อมต้องทราบตั้งแต่ขณะที่โจทก์นำต้นฉบับเอกสารดังกล่าวมาสืบโดยมิได้ส่งสำเนาเอกสารนั้น ให้จำเลยแล้วว่าเป็นการผิดระเบียบ แต่จำเลยก็มิได้คัดค้านเสียภายใน 8 วัน นับแต่วันที่จำเลยได้ทราบเช่นนั้น จำเลยจึงไม่อาจยกเหตุดังกล่าวขึ้นมาอุทธรณ์ฎีกาคัดค้านในภายหลังได้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ก้าน อันนานนท์ · ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1126/2537

ปัญหาว่าหนังสือมอบอำนาจซึ่งเป็นใบมอบอำนาจตามประมวลรัษฎากรปิดอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่ เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยมิได้ยกประเด็นนี้ขึ้นต่อสู้ในศาลชั้นต้นและเพิ่งจะยกขึ้นเป็นข้อ…

Supreme Court Judgment No. 2425/2532

ฎีกาของจำเลยที่ว่าโจทก์ปิดอากรแสตมป์ในหนังสือมอบอำนาจให้ฟ้องคดีไม่ครบถ้วน เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้จำเลยไม่ได้ให้การเป็นประเด็นและไม่ได้อุทธรณ์ซึ่งถือไม่ได้ว่าเป็นข้…

Supreme Court Judgment No. 5637/2558

โจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์มอบอำนาจให้ ร. เป็นผู้ดำเนินคดีนี้รวมทั้งให้มีอำนาจมอบอำนาจช่วงได้ และ ร. มอบอำนาจช่วงให้ ก. เป็นผู้มีอำนาจดำเนินคดีแทน ซึ่งตามหนังสือมอบอำนาจ มีข้อความว่า บริษัท น. โดย ร. ผู้…

Supreme Court Judgment No. 19031/2556

โจทก์ไม่ได้บรรยายข้อเท็จจริงมาในฎีกาว่าจำเลยที่ 1 กระทำการใดขัดต่อบทบัญญัติของ ป.วิ.พ. มาตรา 88 อันจะทำให้ศาลรับฟังการ์ดบัญชีเป็นพยานหลักฐานไม่ได้ จึงเป็นฎีกาไม่ชัดแจ้งตาม ป.วิ.พ. มาตรา 249 วรรคหนึ่ง…

Supreme Court Judgment No. 1898/2554

ปัญหาว่าศาลชั้นต้นอนุญาตให้คู่ความถือเอาคำให้การของโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องมาเป็นส่วนหนึ่งของคำเบิกความในชั้นพิจารณาแล้วให้ทนายจำเลยที่ 1 ถามค้าน เป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 172 วรรคห…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up