คำฟ้องและคำให้การ
คดีได้ความตามฟ้องและคำรับสารภาพของจำเลยว่า เจ้าพนักงานจราจรสั่งให้จำเลยไปยังสถานีตำรวจภูธร อำเภอเมืองตรังภายใน ๒๔ ชั่วโมง เพราะจำเลยทำผิด พ.ร.บ. จราจร แต่จำเลยไม่ไปตามกำหนด
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๖๘
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลชั้นต้นเห็นว่า กรณีเป็นแต่เพียงมีเหตุให้ออกหมายจับได้เท่านั้น เจ้าพนักงานจึงชอบที่จะออกหมายจับมาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา ๖๖ (๓) การกระทำของจำเลยไม่ผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน และอ้างฎีกาที่ ๑๘๔๓/๒๔๙๙
ศาลฎีกาวินิจฉัย
โจทก์ฎีกาข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๘ ทุกประการ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่จำเลยไม่ไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจร เป็นกรณีผิด พ.ร.บ. จราจรทางบก ซึ่งบัญญัติไว้เป็นพิเศษ ใน มาตรา ๖๔ และ ๖๗ มีความว่า ถ้าจำเลยไม่ไปตามคำสั่งของเจ้าพนักงานจราจรดังกล่าว ห้ามมิให้เปรียบเทียบ บทบัญญัติดังกล่าวนี้อยู่ในส่วนที่ว่าด้วยบทกำหนดโทษ จึงเห็นได้ว่า การขัดคำสั่งเช่นนี้ พ.ร.บ. จราจรฯ กำหนดโทษไว้โดยเฉพาะแล้ว คือ ไม่ให้เปรียบเทียบให้จัดการฟ้องจำเลย ตาม พ.ร.บ. จราจรไปทีเดียว ฉะนั้น การที่จำเลยไม่ไปรายงานตนภายใน ๒๔ ชั่วโมง ในกรณีเช่นนี้ จึงไม่เป็นเรื่องขัดคำสั่งตามความหมายของมาตรา ๓๖๘ แห่งประมวลกฎหมายอาญา อันเป็นบทกฎหมายทั่วไป เพราะ พ.ร.บ. จราจรฯ กำหนดโทษไว้เป็นพิเศษ แล้ว (หมายเหตุ ต่อมามีฎีกาที่ ๗๓๐/๐๒, ๗๔๔/๐๒ ถือตาม)
Result
พิพากษายืน