Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7300/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์ ของผู้มีชื่อที่ได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ได้รับความเสียหายโดยจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดกับจำเลยที่ 1ตามกฎหมาย และโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยฟ้องร้องจำเลยทั้งสองโดยอาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 มิใช่เป็นการฟ้องร้อง บังคับคดีตามสัญญาประกันภัย จึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่ง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 วรรคแรกและประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94 เพราะมิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงจึงไม่ต้องนำพยานเอกสารมาแสดง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน บ-0433 เพชรบุรี ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2532 มีกำหนด 1 ปี จำเลยที่ 1 เป็นลูกจ้างหรือตัวแทนของจำเลยที่ 2 และเป็นผู้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-3157 ปราจีนบุรี ของจำเลยที่ 2 ในทางการที่จ้างหรือมอบหมายสั่งการจากจำเลยที่ 2 เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2533เวลาประมาณ 8 นาฬิกา นายสำราญ ทัมทิมไกร ได้ขับรถยนต์ที่โจทก์รับประกันภัยไว้จากอำเภอแก่งคอยมุ่งหน้าไปตลาดบ้านนา เมื่อมาถึงบริเวณหลักกิโลเมตรที่ 31 ถึง 32 จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์หมายเลขทะเบียน 80-3157 ปราจีนบุรี ของจำเลยที่ 2 บรรทุกทรายมาในทางการที่จ้างหรือมอบหมายสั่งการจากจำเลยที่ 2 แล่นส่วนทางมาด้วยความเร็วสูงและด้วยความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงแซงรถยนต์คันอื่นเข้ามาชนรถยนต์ที่นายสำราญขับในช่องเดินรถของนายสำราญเป็นเหตุให้รถยนต์คันที่นายสำราญขับได้รับความเสียหายโจทก์ได้ซ่อมรถยนต์คันดังกล่าวเป็นเงินค่าซ่อม

ค่าอะไหล่และค่าลากรถจำนวน 159,869 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชดใช้ต้นเงินและดอกเบี้ยนับแต่วันทำละเมิดถึงวันฟ้องรวมเป็นเงิน 171,859.18 บาทและดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของต้นเงิน 159,869 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 1 ขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาจำเลยที่ 2 ให้การว่า โจทก์มิได้รับประกันภัยรถยนต์หมายเลขทะเบียน บ-0433 เพชรบุรี กรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวไม่สมบูรณ์เนื่องจากผู้รับประกันภัยมิได้ลงลายมือชื่อครบถ้วนและประทับตราสำคัญของโจทก์ ไม่มีผลบังคับได้ตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ชำระเงินจำนวน 159,869 บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับแต่วันที่ 28 ธันวาคม2533 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้ยกฟ้องจำเลยที่ 2โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1ใช้ค่าเสียหายจำนวน 159,869 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2533 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์จำเลยที่ 2 ฎีกา โดยผู้พิพากษาที่ได้นั่งพิจารณาในศาลชั้นต้นรับรองว่ามีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้นว่า เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2533 เวลากลางวัน จำเลยที่ 1 ได้ขับรถยนต์บรรทุกหกล้อหมายเลขทะเบียน 80-3157 ปราจีนบุรีของจำเลยที่ 2 โดยประมาทเลินเล่อชนกับรถยนต์ปิกอัพหมายเลขทะเบียนบ-0433 เพชรบุรี ของนายวิชัย ทับทิมไทร ซึ่งนายสำราญ ทับทิมไทรเป็นคนขับ และโจทก์เป็นผู้รับประกันภัย ระหว่างหลักกิโลเมตรที่ 31ถึง 32 ในถนนสายบ้านนาถึงแก่งคอย ตำบลเขาเพิ่ม อำเภอบ้านนาจังหวัดนครนายก เป็นเหตุให้รถยนต์ปิกอัพของนายวิรัชได้รับความเสียหายตามภาพถ่ายหมาย จ.4 (22 ภาพ)

ศาลฎีกาวินิจฉัย

พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ 2 ฎีกาข้อแรกว่า กรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.3 เป็นเพียงสำเนา ซึ่งไม่มีกรรมการของโจทก์ลงลายมือชื่อและประทับตราบริษัทโจทก์ให้ครบถ้วนตามหนังสือรับรองการจดทะเบียนของโจทก์ และไม่มีเจ้าพนักงานลงชื่อรับรองความถูกต้องของเอกสาร ดังนั้น กรมธรรม์ประกันภัยที่โจทก์อ้างจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายบังคับบุคคลภายนอกไม่ได้ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเห็นว่า คดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยฟ้องจำเลยทั้งสองให้ร่วมกันรับผิดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ เนื่องจากจำเลยที่ 1 ขับรถยนต์โดยประมาทเลินเล่อชนรถยนต์ของผู้มีชื่อที่ได้เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ได้รับความเสียหาย โดยจำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดกับจำเลยที่ 1 ตามกฎหมาย และโจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยได้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยฟ้องร้องจำเลยทั้งสอง โดยอาศัยอำนาจตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 มิใช่เป็นการฟ้องร้องบังคับคดีตามสัญญาประกันภัยแต่อย่างใดจึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 867 วรรคแรก และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94เพราะมิใช่กรณีที่กฎหมายบังคับให้ต้องมีพยานเอกสารมาแสดงคดีของโจทก์ดังกล่าวจึงไม่อยู่ในบังคับแห่งบทกฎหมายที่ต้องนำพยานเอกสารมาแสดง

แม้โจทก์ได้ฟ้องและนำสืบอ้างสำเนากรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.3 ซึ่งมีข้อโต้แย้งดังที่จำเลยที่ 2 ฎีกา แต่โจทก์ก็มีนายวิรัช ทับทิมไทร เจ้าของรถยนต์ปิกอัพหมายเลขทะเบียน บ-0433เพชรบุรี คันเกิดเหตุมาเบิกความยืนยันว่า เป็นผู้เอาประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวไว้กับโจทก์ตามสำเนากรมธรรม์ประกันภัยเอกสารหมาย จ.3จำเลยที่ 2 ไม่นำสืบโต้แย้งให้เห็นเป็นอย่างอื่น พยานบุคคลดังกล่าวจึงพอฟังได้ว่า โจทก์เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์ปิกอัพหมายเลขทะเบียน บ-0433 เพชรบุรี เมื่อจำเลยที่ 1 กระทำละเมิดทำให้รถยนต์คันดังกล่าวเสียหาย โจทก์ในฐานะผู้รับประกันภัยซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนไปแล้ว ย่อมได้รับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880 โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องผู้ทำละเมิดและผู้ต้องร่วมรับผิดในผลละเมิดตามกฎหมายให้ร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่โจทก์ได้ ฎีกาจำเลยที่ 2 ข้อนี้ฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษายืน

Matter details

Panel of judges
ปรีชา เฉลิมวณิชย์ · สวรรค์ ศักดารักษ์ · สมคิด ไตรโสรัส
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1867/2538

โจทก์ผู้รับประกันภัยซึ่งได้ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้ธ.ผู้เอาประกันภัยไปแล้วฟ้องจำเลยที่1ผู้ทำละเมิดและจำเลยที่2ที่3ผู้ใช้อำนาจปกครองจึงเป็นการฟ้องในฐานะผู้เข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยตามประมวลกฎหมายแ…

Supreme Court Judgment No. 3180/2538

โจทก์เข้ารับช่วงสิทธิของผู้เอาประกันภัยฟัองจำเลยโดยอาศัยอำนายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 880มิใช่เป็นการฟ้องร้องบังคับคดีตามสัญญาประกันจึงไม่ตกอยู่ภายใต้บังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาต…

Supreme Court Judgment No. 5734/2538

โจทก์ซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยฟ้องจำเลยทั้งสองให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนอันเนื่องมาจากลูกจ้างของจำเลยทั้งสองกระทำละเมิด เป็นเหตุให้รถยนต์ของผู้ที่เอาประกันภัยไว้กับโจทก์ได้รับความเสียหาย และโจทก์ได้ใช…

Supreme Court Judgment No. 753/2537

ศาลชั้นต้นมิได้กำหนดประเด็นว่าโจทก์เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เอาประกันภัยอันจะถือว่าโจทก์เป็นผู้มีส่วนได้เสียหรือไม่ไว้ในชั้นชี้สองสถาน ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งคัดค้านและอุทธรณ์คัดค้านต่อศาลอุทธรณ์แล้ว เมื่อจ…

Supreme Court Judgment No. 3184/2529

การที่โจทก์นำกรมธรรม์ประกันภัยมาสืบประกอบพยานอื่นในข้อรับช่วงสิทธิโดยมิได้นำสืบบังคับตามกรมธรรม์ประกันภัยโดยตรงแม้กรมธรรม์ประกันภัยจะมิได้ปิดอากรแสตมป์ก็รับฟังได้. จำเลยกระทำละเมิดต่อโจทก์เป็นเหตุให้โ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up