Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 732/2559

พ.ศ. 2559 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำเสนอข้อพิพาทฉบับที่ 3 ที่ผู้คัดค้านทั้งสองขอให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีรถยนต์โดยสารคันเดียวกัน ซึ่งผู้ร้องรับประกันภัยค้ำจุนตามกรมธรรม์เดียวกัน เกิดเหตุเฉี่ยวชนกรณีเดียวกัน ทำให้ผู้คัดค้านทั้งสองได้รับบาดเจ็บอันเดียวกันกับที่ผู้คัดค้านทั้งสองเสนอข้อพิพาทไว้ตามคำเสนอข้อพิพาทฉบับที่ 1 และที่ 2 ดังนั้น คำเสนอข้อพิพาทฉบับที่ 3 เฉพาะส่วนที่เรียกร้องให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านทั้งสอง จึงซ้อนกับคำเสนอข้อพิพาทฉบับที่ 1 และที่ 2 บริษัท บ. ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์โดยสารไว้กับผู้ร้องเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนคนแรก และบริษัท ส. เป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนคนที่สอง ดังนั้น ผู้ร้องต้องรับผิดเพื่อความวินาศภัยก่อน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 870 วรรคสาม เมื่อเกิดวินาศภัยขึ้น ผู้รับประโยชน์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพียงเสมอจำนวนวินาศจริง ตาม ป.พ.พ. มาตรา 870 วรรคหนึ่ง แม้บริษัท ส. จะต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 มาตรา 28 แต่ก็ปรากฏว่าผู้คัดค้านทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบริษัท ส. โดยไม่ปรากฏว่าบริษัท ส. ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ดี การที่ผู้คัดค้านทั้งสองซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์ยอมสละสิทธิอันมีต่อผู้รับประกันภัยรายหนึ่งย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับประกันภัยรายอื่น ตาม ป.พ.พ. มาตรา 871 เมื่ออนุญาโตตุลาการใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายที่แท้จริงแก่ผู้คัดค้านทั้งสองคนละ 25,000 บาท แต่ชี้ขาดให้ผู้ร้องเพียงรายเดียวต้องชำระค่าสินไหมทดแทนจำนวนดังกล่าวโดยไม่ได้คำนึงว่าผู้คัดค้านทั้งสองได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัท ส. แล้วจำนวนเท่าใด ทำให้ผู้คัดค้านทั้งสองจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวนวินาศจริง จึงเป็นคำชี้ขาดที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดได้ตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข)

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 870 ป.พ.พ. Section 871 Section 173 พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 Section 28 พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 Section 40

คำฟ้องและคำให้การ

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ผู้คัดค้านทั้งสองคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่ได้ยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการภายในเวลา 90 วัน ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง และวรรคสอง และการยื่นคำร้องดังกล่าวมีลักษณะเป็นการประวิงคดี แต่ต่อมาผู้คัดค้านทั้งสองขอถอนคำคัดค้าน ศาลอนุญาต

ระหว่างพิจารณาผู้ร้องและผู้คัดค้านทั้งสองแถลงรับข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารแนบท้ายคำร้อง ต่างไม่ติดใจสืบพยาน

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกคำร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ

ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเป็นผู้รับประกันภัยค้ำจุนรถยนต์โดยสารหมายเลขทะเบียน 14 - 8109 กรุงเทพมหานคร และบริษัทส่งเสริมประกันภัย จำกัด เป็นผู้รับประกันภัยรถยนต์คันดังกล่าวตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 ระหว่างที่กรมธรรม์ประกันภัยทั้งสองฉบับดังกล่าวยังมีผลบังคับ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2554 นายสุดชัย ขับรถยนต์คันดังกล่าวไปเฉี่ยวชนกับรถจักรยานยนต์ หมายเลขทะเบียน ฬบข กรุงเทพมหานคร 242 และเสียหลักไปชนเสาไฟฟ้าข้างทางเป็นเหตุให้ผู้คัดค้านทั้งสองซึ่งนั่งโดยสารมาได้รับบาดเจ็บ ต่อมาวันที่ 23 ธันวาคม 2554 ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นเสนอข้อพิพาทต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยเป็นคำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 143/2554 ระหว่างผู้คัดค้านที่ 1 ผู้เสนอข้อพิพาท กับผู้ร้อง

คู่กรณี และคำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 144/2554 ระหว่างผู้คัดค้านที่ 2 ผู้เสนอข้อพิพาท กับผู้ร้อง คู่กรณีโดยขอให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ต่อมาผู้คัดค้านทั้งสองได้ยื่นคำเสนอข้อพิพาทขอให้ผู้ร้องและบริษัทส่งเสริมประกันภัย จำกัด ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในเรื่องเดียวกันเป็นคำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 93/2555 อนุญาโตตุลาการมีคำสั่งให้รวมข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 143/2554 กับ 144/2554 และ 93/2555 เข้าด้วยกันแล้วมีคำชี้ขาดให้ผู้ร้องจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านทั้งสองคนละ 25,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดอัตราร้อยละ 15 ต่อปี นับแต่วันที่ผู้คัดค้านทั้งสองยื่นคำเสนอข้อพิพาทเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการแรกว่า

คำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 93/2555 ซ้อนกับคำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 143/2554 และ 144/2554 หรือไม่ เห็นว่า คำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 143/2554 และ 144/2554 ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ เสนอข้อพิพาทให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีรถยนต์โดยสารที่ผู้ร้องรับประกันภัยค้ำจุนเกิดเหตุเฉี่ยวชนทำให้ผู้คัดค้านทั้งสองได้รับบาดเจ็บ ส่วนคำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 93/2555 ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เป็นผู้เสนอข้อพิพาทที่ 1 และที่ 3 ให้ผู้ร้องกับบริษัทส่งเสริมประกันภัย จำกัด คู่กรณีที่ 1 และที่ 2 ตามลำดับ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีรถยนต์โดยสารคันเดียวกัน ซึ่งผู้ร้องรับประกันภัยค้ำจุนตามกรมธรรม์เดียวกัน เกิดเหตุเฉี่ยวชนกรณีเดียวกัน

ทำให้ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 ได้รับบาดเจ็บอันเดียวกันกับที่ผู้คัดค้านที่ 1 และที่ 2 เสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 143/2554 และ 144/2554 ดังนั้น คำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 93/2555 เฉพาะส่วนที่เรียกร้องให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านทั้งสองจึงซ้อนกับคำเสนอข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 143/2554 และ 144/2554 คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการและคำพิพากษาของศาลชั้นต้นส่วนนี้ชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องข้อนี้ฟังไม่ขึ้น คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของผู้ร้องประการสุดท้ายมีว่า คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการที่ให้ผู้ร้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านทั้งสองคนละ 25,000 บาท ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า

บริษัทเกลียวเวิลด์ จำกัด ทำสัญญาประกันภัยรถยนต์โดยสาร หมายเลขทะเบียน 14 - 8109 กรุงเทพมหานคร เป็นสองรายเพื่อความวินาศภัยอันเดียวกัน โดยทำสัญญาประกันภัยค้ำจุนกับผู้ร้องวันที่ 18 พฤษภาคม 2554 ตามสำเนากรมธรรม์และทำสัญญาประกันภัยตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 กับบริษัทส่งเสริมประกันภัย จำกัด วันที่ 15 กรกฎาคม 2554 เมื่อเกิดวินาศภัยขึ้นผู้รับประโยชน์ชอบที่จะได้รับค่าสินไหมทดแทนเพียงเสมอจำนวนวินาศจริง ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 870 วรรคหนึ่ง แม้ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยคนแรกต้องรับผิดเพื่อความวินาศภัยก่อน ตามมาตรา 870 วรรคสาม หรือแม้บริษัทส่งเสริมประกันภัย จำกัด ต้องจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยจากรถ ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

พ.ศ.2535 มาตรา 20 แต่คดีนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้คัดค้านทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความกับบริษัทส่งเสริมประกันภัย จำกัด โดยไม่ปรากฏว่าบริษัทส่งเสริมประกันภัย จำกัด ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้คัดค้านทั้งสองเป็นจำนวนเท่าใด อย่างไรก็ดี การที่ผู้รับประโยชน์ยอมสละสิทธิอันมีต่อผู้รับประกันภัยรายหนึ่ง ย่อมไม่กระทบกระทั่งถึงสิทธิและหน้าที่ของผู้รับประกันภัยรายอื่น ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 871 เมื่ออนุญาโตตุลาการใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายที่แท้จริงแก่ผู้คัดค้านทั้งสองคนละ 25,000 บาท แต่ชี้ขาดให้ผู้ร้องเพียงรายเดียวต้องชำระค่าสินไหมทดแทนเต็มจำนวนแก่ผู้คัดค้านทั้งสองคนละ 25,000 บาท โดยไม่ได้คำนึงว่าผู้คัดค้านทั้งสองได้รับชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากบริษัทส่งเสริมประกันภัย

จำกัด แล้วจำนวนเท่าใด ทำให้ผู้คัดค้านทั้งสองจะได้รับค่าสินไหมทดแทนเกินกว่าจำนวนวินาศจริง จึงเป็นคำชี้ขาดที่ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย การยอมรับหรือการบังคับตามคำชี้ขาดจะเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน ศาลย่อมมีอำนาจเพิกถอนคำชี้ขาดได้ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ.2545 มาตรา 40 วรรคสาม (2) (ข) ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ข้ออ้างตามคำร้องส่วนนี้เป็นการโต้เถียงดุลพินิจการรับฟังพยานหลักฐานของอนุญาโตตุลาการ จึงไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย อุทธรณ์ของผู้ร้องฟังขึ้นในส่วนผล

Result

พิพากษากลับ ให้เพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ข้อพิพาทหมายเลขดำที่ 143 - 145/2554 และ 93/2555 ข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ 63 - 65/2556 ลงวันที่ 5 เมษายน 2556 ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
จิรนิติ หะวานนท์ · พิศิฏฐ์ สุดลาภา · กฤษณี เยพิทักษ์
Lower court
ศาลแพ่ง - นางวราภรณ์ มากธนะรุ่ง ว่องเมทินี
Supreme Court black case no.
พ.2613/2557
Trial court black case no.
พ2935/2556
Trial court red case no.
พ5316/2556
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 10624/2554

ผู้ร้องซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยคนถัดไปต่อจากผู้คัดค้านซึ่งเป็นผู้รับประกันภัยคนแรก เป็นผู้จ่ายค่าสินไหมทดแทนทั้งหมดให้แก่ผู้เอาประกันภัยไปเพราะไม่รู้ว่าวินาศภัยอันเดียวกันนี้มีผู้คัดค้านเป็นผู้รับประกั…

Supreme Court Judgment No. 145/2568

การที่อนุญาโตตุลาการวินิจฉัยว่า เหตุรถชนกันเกิดจากความประมาทเลินเล่อของ ป. และผู้ตาย โดยทั้งสองฝ่ายต่างมีส่วนประมาทด้วยกันโดยไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันนั้น เป็นการใช้ดุลพินิจของอนุญาโตตุลาการในการชั่งน้ำหนัก…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 712724)

ไม่ปรากฏว่าคณะอนุญาโตตุลาการได้พิจารณาข้อสัญญานี้ ทั้งไม่ได้แสดงเหตุผลใด ๆ ให้ปรากฏในคำวินิจฉัย การวินิจฉัยชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการจึงน่าจะไม่เป็นไปตามข้อตกลงในสัญญาประกันภัย ผู้ร้องจึงมีอำนาจยื่นคำ…

Supreme Court Judgment, B.E. 2567 (ref. 719888)

แม้ ป.พ.พ. มาตรา 867 จะระบุเรื่องการมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิด จึงจะฟ้องร้องบังคับคดีได้ แต่กรณีนี้เป็นเรื่องการมอบอำนาจ ซึ่งไม่มีการกำหนดไว้โดยชัดแจ้งใน พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.…

Supreme Court Judgment No. 1901/2566

ในกรณีตามปกติสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนจากผู้รับประกันภัยมีกำหนดอายุความ 2 ปี โดยเริ่มนับแต่วันวินาศภัย แต่ในขณะเกิดเหตุละเมิด ผู้ร้องทั้งสองไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรม ดังนั้นในคดีนี้อายุความ 2 ปี ตาม ป.…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up