Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7346/2557

พ.ศ. 2557 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การที่ ต. กระชากมือดึงผู้เสียหายเข้าไปในห้องทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เมื่อ ต. ออกจากห้อง จำเลยก็เข้าไปในห้องทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่อ และเมื่อจำเลยออกจากห้อง ต. กับ ป. พวกของจำเลยก็พากันเข้าไปในห้องร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีก พฤติการณ์การข่มขืนกระทำชำเราเช่นนี้ แม้ว่าผู้กระทำมิได้อยู่ในห้องในขณะที่คนหนึ่งข่มขืนกระทำชำเราอยู่ แต่จำเลยกับพวกได้กระทำในลักษณะติดต่อกัน จึงเป็นการสมคบกันกระทำความผิด อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 276, 310

จำเลยให้การปฏิเสธ

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง (ที่ถูก มาตรา 276 วรรคสอง (เดิม)),310 วรรคแรก ประกอบมาตรา 83 เป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 15 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและในชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคแรก (เดิม), 310 วรรคแรก เป็นการกระทำอันเป็นกรรมเดียว เป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่นซึ่งมิใช่ภริยาของตน ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดที่ใช้ในขณะกระทำความผิดแก่จำเลยเพียงบทเดียว จำคุก 4 ปี คำให้การของจำเลยในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา คดีมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน ข้อหาความผิดฐานร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์และจำเลยฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์กับจำเลยรับกันและไม่ฎีกาโต้แย้งกันฟังในเบื้องต้นว่า นางประมวล มารดาของนางสาวสุภาพร ผู้เสียหาย ได้พาผู้เสียหายซึ่งขณะนั้นอายุ 16 ปีเศษ ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่า ถูกจำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนกระทำชำเรา เหตุเกิดที่หอพัก เจพี คอร์ด ห้องที่ 2 หนองผาซอย 3 ตำบลท่าเสา อำเภอเมืองอุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ พนักงานสอบสวนได้ส่งผู้เสียหายให้แพทย์ตรวจร่างกาย รุ่งขึ้นเวลาเช้าแพทย์ประจำโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ได้ตรวจร่างกายผู้เสียหายแล้วพบว่ามีรอยช้ำที่ริมฝีปากล่าง รอยถลอกที่หัวนมข้างซ้าย อวัยวะเพศภายนอกไม่มีบาดแผล เยื่อพรหมจารีมีรอยฉีกขาดเก่า มีน้ำเมือกในช่องคลอดเล็กน้อย

พบเชื้ออสุจิในช่องคลอด บริเวณปากมดลูกมีรอยถลอกเล็กน้อยมีเลือดออกจาง ๆ แพทย์ลงความเห็นว่าน่าเชื่อว่าเกิดจากการร่วมประเวณี ต่อมาจำเลยเข้ามอบตัว พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาว่า จำเลยกับพวกร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง และร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้เสียหายปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามบันทึกรับมอบตัวแจ้งข้อกล่าวหา จำเลยให้การปฏิเสธว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามข้อกล่าวหา แต่รับว่าได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายจริงโดยผู้เสียหายยินยอม โจทก์และจำเลยฎีกา โดยโจทก์ฎีกาว่า จำเลยกระทำความผิดตามฟ้อง ส่วนจำเลยฎีกาว่า ไม่ได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย แต่ถ้าศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีความผิดก็ขอให้รอการลงโทษ

เห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของโจทก์และจำเลยไปพร้อมกันว่า จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายเป็นหญิงอายุ 16 ปีเศษ และกำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ไม่เคยรู้จักและไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกับจำเลยมาก่อน ได้เบิกความถึงพฤติการณ์ขณะที่ถูกจำเลยกับพวกข่มขืนกระทำชำเราอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งเบิกความถึงรายละเอียดของการถูกจำเลยกับพวกแต่ละคนกระทำการข่มขืนกระทำชำเราอย่างไรบ้าง ซึ่งยากแก่การที่จะปรุงแต่งขึ้น หากมิได้เกิดขึ้นจริงย่อมเป็นการผิดวิสัยที่หญิงสาวจะปั้นแต่งเรื่องที่ตนถูกชายหลายคนผลัดกันข่มขืนกระทำชำเรา ซึ่งเป็นเรื่องเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงของตนอย่างร้ายแรงขึ้นมาเพื่อปรักปรำจำเลยกับพวก

นอกจากนี้ขณะเกิดเหตุเป็นเวลา 17 นาฬิกาเศษ ห้องเกิดเหตุมีแสงสว่างลอดเข้าไปสามารถมองเห็นจำเลยกับพวกได้ ทั้งก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายได้นั่งพูดคุยกับจำเลยและพวกมาก่อนด้วย วันเกิดเหตุผู้เสียหายแจ้งความต่อเจ้าพนักงานตำรวจก็ได้ระบุชื่อเล่นของจำเลยกับพวกเท่าที่ทราบพร้อมทั้งแจ้งตำหนิรูปพรรณทันที จึงเชื่อได้ว่าผู้เสียหายเบิกความตามความจริง ประกอบกับจำเลยนำสืบถึงเหตุการณ์ก่อนเกิดเหตุเจือสมกับคำเบิกความของผู้เสียหาย ทั้งรับว่าได้ร่วมประเวณีกับผู้เสียหายจริง เพียงแต่จำเลยอ้างว่าผู้เสียหายให้ความยินยอม ซึ่งข้ออ้างของจำเลยนี้ได้ความจากทางนำสืบจำเลยว่า จำเลยไม่เคยรู้จักผู้เสียหายมาก่อน เพิ่งจะรู้จักกับผู้เสียหายก่อนเวลาเกิดเหตุเพียงครู่เดียว และการที่จำเลยอ้างว่าจำเลยเข้าไปในห้องเกิดเหตุพบผู้เสียหายออกมาจากห้องน้ำ

จำเลยได้พูดคุยกับผู้เสียหายเพียง 1 ถึง 2 นาที ผู้เสียหายก็ยินยอมร่วมประเวณีด้วยนั้น นับว่าเป็นเรื่องผิดปกติวิสัย ขัดต่อเหตุผลที่หญิงสาวซึ่งเพิ่งจะได้รู้จักกับชายหนุ่มจะยินยอมร่วมประเวณีด้วยเพียงการที่ได้พูดคุยกัน 1 ถึง 2 นาทีเท่านั้น จำเลยยกข้อกล่าวอ้างขึ้นต่อสู้อย่างลอย ๆ โดยไม่มีพยานอื่นใดสนับสนุน ทั้งข้ออ้างก็ผิดปกติวิสัยและขัดต่อเหตุผล จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อ พยานโจทก์เท่าที่นำสืบมามีน้ำหนักแน่นแฟ้นรับฟังได้โดยปราศจากข้อสงสัยว่า จำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายโดยที่ผู้เสียหายไม่ยินยอมและร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้เสียหาย และจากพฤติการณ์ที่รับฟังได้ว่า การที่นายตูนพวกของจำเลยพาผู้เสียหายไปหานางสาวปรียาภรณ์ที่ห้องเกิดเหตุ

เมื่อเคาะประตูห้องเรียก ขณะที่นางสาวปรียาภรณ์กับนายบู้เปิดประตูห้องออกมา นายตูนก็กระชากมือดึงผู้เสียหายเข้าไปในห้องทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เมื่อนายตูนออกจากห้องเกิดเหตุจำเลยก็เข้าไปในห้องทำการข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายต่อ และเมื่อจำเลยออกจากห้องน้ำ นายตูนกับนายเป้พวกของจำเลยก็พากันเข้ามาในห้องร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอีก พฤติการณ์การข่มขืนกระทำชำเราเช่นนี้ แม้ว่าผู้กระทำมิได้อยู่ในห้องในขณะที่คนหนึ่งข่มขืนกระทำชำเราอยู่ แต่จำเลยกับพวกได้กระทำในลักษณะติดต่อกัน จึงเป็นการสมคบกันกระทำความผิดอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษนั้น เห็นว่า กำหนดโทษที่ลงเป็นอัตราโทษขั้นต่ำสุดและเมื่อลดโทษแล้วจำคุก 10 ปี กรณีจึงไม่อาจรอการลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 ได้

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Matter details

Panel of judges
เฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · สุนทร ทรงฤกษ์ · สนอง เล่าศรีวรกต
Lower court
ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายชิน ทรงสมบัติชัย
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 - นายเอกศักดิ์ ยันตรปกรณ์
Supreme Court black case no.
อ.1691/2555
Trial court black case no.
อ1443/2550
Trial court red case no.
อ1491/2551
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 8917/2546

การที่จำเลยกับพวกร่วมกันฉุดผู้เสียหายพาขึ้นรถยนต์ตู้ไปยังต่างจังหวัดในที่ต่าง ๆ หลายแห่งและหลายวัน โดยวันแรกระหว่างเดินทางจำเลยกับพวกได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิงในรถยนต์ตู้ค…

Supreme Court Judgment No. 1630/2544

จำเลยกับพวกร่วมกันกระทำผิด แม้จะปรากฏว่าหลังจากจำเลยข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเสร็จแล้ว พวกของจำเลยคนหนึ่งที่ร่วมกันมาฉุดผู้เสียหายไปข่มขืนกระทำชำเราซึ่งเข้าข่มขืนกระทำชำเราเป็นคนต่อมาจะไม่สามารถ สอดใ…

Supreme Court Judgment No. 2656/2563

เมื่อในคดีส่วนอาญาศาลพิพากษาว่าจำเลยที่ 1 และที่ 2 เป็นตัวการร่วมกันในการกระทำความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้ร้องที่ 2 และฐานกรรโชกทรัพย์ผู้ร้องที่ 1 จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหม…

Supreme Court Judgment No. 1439/2562

ก่อนเกิดเหตุจำเลยกับพวกอยู่กับผู้เสียหายที่ 1 ในลักษณะนั่งล้อมเป็นวงกลมและร่วมดื่มเบียร์อยู่ท้ายรถกระบะด้วยกัน เวลาประมาณ 4 นาฬิกา ผู้เสียหายที่ 1 ถูกพวกจำเลย 2 คน กระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่คนละ 1 ครั…

Supreme Court Judgment No. 7532/2557

โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยกับ ป. ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายโดยใช้มีดปอกผลไม้ปลายแหลม 1 เล่ม ฟันข้อมือขวาของผู้เสียหาย 1 ครั้ง มิได้บรรยายว่า จำเลยกับพวกร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายผู้เสียหายโดยใช้…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up