Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7390/2548

พ.ศ. 2548 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฯ มาตรา 76 ที่บัญญัติห้ามมิให้นายจ้างนำหนี้อื่นนอกจากหนี้ตาม (1) ถึง (5) มาหักกับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดที่จะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะถูกหักเงินดังกล่าวในระหว่างที่ลูกจ้างยังไม่พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างเท่านั้น โจทก์ขอหักกลบลบหนี้เงินค่าจ้าง เงินรางวัลจากการขายฯ ที่โจทก์จะต้องจ่ายให้แก่จำเลยที่ 1 กับค่าเช่าซื้อรถยนต์ที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระให้แก่โจทก์หลังจากจำเลยที่ 1 พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างแล้ว และการหักกลบลบหนี้กระทำได้ด้วยการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย โจทก์จึงขอหักกลบลบหนี้ได้ แต่การหักกลบลบหนี้จะกระทำได้เฉพาะกับสิทธิเรียกร้องหรือหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้ ซึ่งในชั้นสอบสวนของพนักงานตรวจแรงงาน จำเลยที่ 1 โต้แย้งว่าหนี้ค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง ต่อมาในชั้นพิจารณาของศาลโจทก์จึงยอมรับว่าหนี้ค่าเช่าซื้อเป็นดังที่จำเลยที่ 1 โต้แย้ง หนี้ค่าเช่าซื้อที่โจทก์ขอหักกลบลบหนี้ในชั้นสอบสวนของพนักงานตรวจแรงงานจึงยังเป็นหนี้ที่มีข้อต่อสู้ ไม่สามารถหักกลบลบหนี้ได้ ที่พนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินต่าง ๆ ที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับแก่จำเลยที่ 1 จึงมิได้ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอนคำสั่งดังกล่าว แต่เมื่อในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานโจทก์และจำเลยที่ 1 แถลงรับจำนวนหนี้ค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยโดยมิได้โต้แย้งกันอีก หนี้ค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 ต้องชำระแก่โจทก์จึงเป็นอันยุติ มิได้เป็นหนี้ที่มีข้อต่อสู้ต่อไป โจทก์จึงขอนำไปหักกลบลบหนี้กับเงินต่าง ๆ ที่โจทก์ต้องชำระให้แก่จำเลยที่ 1 ได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้เพิกถอนคำสั่งพนักงานตรวจแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่ 28/2546 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2546 สั่งให้โจทก์จ่ายเงินค่าจ้าง เงินราวัลจากการขาย เงินประกัน เงินสะสม ค่าชดเชย และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมเป็นเงิน 64,599 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะโจทก์มีสิทธิหักเงินดังกล่าวได้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 76 (1) (4) และมีสิทธิหักกลบลบหนี้กับค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้ จำเลยที่ 1 ไม่ได้ให้การ จำเลยที่ 2 ให้การขอให้ยกฟ้อง ระหว่างการพิจารณา คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงกันตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลแรงงานภาค 2 ฉบับลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2546 ว่า

โจทก์จ้างจำเลยที่ 1 เข้าทำงานเมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 2536 ในตำแหน่งพนักงานขาย กำหนดจ่ายค่าจ้างเป็นรายเดือน ต่อมาวันที่ 7 พฤษภาคม 2546 โจทก์ได้เลิกจ้างจำเลยที่ 1 โดยจำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับเงินประกันจำนวน 5,000 บาท เงินสะสมจำนวน 4,200 บาท ค่าจ้างเดือนเมษายน 2546 กับค่าจ้างตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 7 พฤษภาคม 2546 จำนวน 4,899 บาท เงินรางวัลจากการขายตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนเมษายน 2546 จำนวน 9,400 บาท สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 8,220 บาท และค่าชดเชยจำนวน 32,880 บาท จากโจทก์ รวมเป็นเงิน 64,599 บาท เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2539 ระหว่างการทำงานจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุจากโจทก์ไป 1 คัน โดยมิได้ยินยอมให้โจทก์นำเงินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับดังกล่าวไปหักกลบลบหนี้กับค่าเช่าซื้อ

ก่อนที่โจทก์จะเลิกจ้าง จำเลยที่ 1 ค้างชำระค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยอยู่จำนวนหนึ่งซึ่งในชั้นสอบสวนข้อเท็จจริงของพนักงานตรวจแรงงานโจทก์อ้างว่ารวมเป็นเงิน 869,746 บาท จำเลยที่ 1 โต้แย้งว่าไม่ถูกต้อง ความจริงมีจำนวนเพียง 322,270 บาท เพราะจำเลยที่ 1 ได้ส่งมอบรถยนต์ที่เช่าซื้อคืนให้โจทก์ไปแล้ว และโจทก์กับจำเลยที่ 1 รับกันว่า ปัจจุบันจำเลยที่ 1 ได้คืนรถยนต์ที่เช่าซื้อให้โจทก์แล้ว หนี้ค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยเหลืออยู่เพียง 322,270 บาท ซึ่งโจทก์จะขอหักกลบลบหนี้กับเงินต่าง ๆ ที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากโจทก์ ขอให้ศาลวินิจฉัยเพียงประเด็นเดียวว่า โจทก์มีสิทธินำเงินค่าจ้าง เงินรางวัลจากการขาย เงินประกัน เงินสะสม

ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากโจทก์รวม 64,599 บาท ไปหักกลบลบหนี้กับค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระได้หรือไม่ และคำสั่งของจำเลยที่ 2 เป็นคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ โดยทั้งสองฝ่ายไม่ติดใจสืบพยาน ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยว่า หนี้ค่าเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่ใช่หนี้ตามข้อยกเว้นในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 76 (1) ถึง (5) และจำเลยที่ 1 มิได้ยินยอมให้โจทก์นำเงินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับไปหักกลบลบหนี้กับค่าเช่าซื้อดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำเงินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับไปหักกลบลบหนี้กับค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 ค้างชำระ คำสั่งของจำเลยที่ 2 จึงชอบแล้ว พิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามอุทธรณ์ของโจทก์เพียงว่า มีเหตุจะเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 2 หรือไม่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 76 ที่บัญญัติห้ามมิให้นายจ้างนำหนี้อื่นนอกจากหนี้ตาม (1) ถึง (5) มาหักกับค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุดที่จะต้องจ่ายให้แก่ลูกจ้าง มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองลูกจ้างไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนเพราะถูกหักเงินดังกล่าวในระหว่างที่ลูกจ้างยังไม่พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างเท่านั้น คดีนี้โจทก์ขอหักกลบลบหนี้เงินค่าจ้าง เงินรางวัลจากการขาย เงินประกัน เงินสะสม ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่โจทก์จะต้องจ่ายให้กับจำเลยที่ 1 กับค่าเช่าซื้อที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระให้แก่โจทก์หลังจากจำเลยที่ 1 พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างเนื่องจากถูกเลิกจ้างแล้ว และการหักกลบลบหนี้กระทำได้ด้วยการแสดงเจตนาฝ่ายเดียวไม่จำต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ที่ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยว่า

หนี้ค่าเช่าซื้อระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่ใช่หนี้ตามข้อยกเว้นในพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 มาตรา 76 (1) ถึง (5) และจำเลยที่ 1 มิได้ยินยอมให้โจทก์นำเงินค่าจ้าง เงินรางวัลจากการขาย เงินประกัน เงินสะสม ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับไปหักกลบลบหนี้กับค่าเช่าซื้อดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธิหักกลบลบหนี้นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย แต่การหักกลบลบหนี้จะกระทำได้เฉพาะกับสิทธิเรียกร้องหรือหนี้ที่ไม่มีข้อต่อสู้ ข้อเท็จจริงปรากฏว่าในชั้นสอบสวนของพนักงานตรวจแรงงาน จำเลยที่ 1 ได้โต้แย้งว่าจำนวนหนี้ค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยที่โจทก์อ้างรวมเป็นเงิน 869,746 บาท นั้น ไม่ถูกต้อง

ความจริงมีจำนวนเพียง 322,270 บาท ซึ่งในชั้นพิจารณาของศาลโจทก์ยอมรับว่าเป็นดังที่จำเลยที่ 1 โต้แย้ง หนี้ค่าเช่าซื้อที่โจทก์ขอหักกลบลบหนี้กับเงินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากโจทก์ ในชั้นสอบสวนของพนักงานตรวจแรงงานจึงยังเป็นหนี้ที่มีข้อต่อสู้ ยังไม่สามารถหักกลบลบหนี้ได้ การที่จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นพนักงานตรวจแรงงานมีคำสั่งให้โจทก์จ่ายเงินต่าง ๆ ที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับให้แก่จำเลยที่ 1 จึงมิได้ฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ไม่มีเหตุที่จะเพิกถอน แต่ข้อเท็จจริงในชั้นพิจารณาของศาลแรงงานภาค 2 ปรากฏว่าโจทก์และจำเลยที่ 1 ได้แถลงรับกันว่าหนี้ค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระให้โจทก์มีจำนวน 322,270 บาท มิได้โต้แย้งกันอีก

ทั้งโจทก์ขอหักกลบลบหนี้กับเงินที่จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับจากโจทก์และคู่ความขอให้ศาลแรงงานภาค 2 วินิจฉัยแต่เพียงว่าโจทก์มีสิทธิหักกลบลบหนี้ได้หรือไม่ ดังนี้ หนี้ค่าเช่าซื้อพร้อมดอกเบี้ยที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระให้โจทก์จึงเป็นอันยุติว่ามีจำนวน 322,270 บาท มิได้เป็นหนี้ที่มีข้อต่อสู้แล้วตั้งแต่วันที่โจทก์และจำเลยที่ 1 แถลงรับกัน โจทก์จึงขอหักกลบลบหนี้กับเงินต่าง ๆ ที่โจทก์จะต้องชำระให้แก่จำเลยที่ 1 ได้ หนี้ที่โจทก์จะต้องชำระให้แก่จำเลยที่ 1 มีจำนวนเพียง 64,599 บาท น้อยกว่าหนี้ที่จำเลยที่ 1 จะต้องชำระให้แก่โจทก์ โจทก์จึงเป็นอันหลุดพ้นจากหนี้ดังกล่าว ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 341 ดังนั้น โจทก์จึงไม่ต้องชำระเงินต่าง ๆ ให้แก่จำเลยที่ 1 ตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 แล้ว อุทธรณ์ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า โจทก์ไม่ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของจำเลยที่ 2 ที่ 28/2546 ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2546 ซึ่งสั่งให้โจทก์ชำระค่าจ้าง เงินรางวัลจากการขาย เงินประกัน เงินสะสม ค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวม 64,599 บาท ให้แก่จำเลยที่ 1 นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานภาค 2.

Matter details

Panel of judges
จรัส พวงมณี · ชวลิต ยอดเณร · พิทยา บุญชู
Lower court
ศาลแรงงานภาค 2 - นางอุไรลักษณ์ ลีธรรมชโย
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 319/2568

พ.ร.บ.ล้มละลาย พ.ศ. 2483 เป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นวิธีสบัญญัติ แม้จะมีบทบัญญัติกล่าวถึงการหักกลบลบหนี้ไว้ก็เป็นกรณีที่ต้องพิจารณาตามหลักเกณฑ์ทั่วไปใน ป.พ.พ. ว่าด้วยหักกลบลบหนี้ มาตรา 341 ถึงมาตรา 348…

Supreme Court Judgment No. 212/2567

หนี้ตามฟ้องเป็นหนี้ค่าเงินยืมเพื่อทดรองจ่ายในกิจกรรมส่งเสริมการขายและค่าสินค้าที่จำเลยสั่งซื้อจากโจทก์ เป็นหนี้ที่สามารถกำหนดจำนวนได้แน่นอนและนำมาฟ้องเป็นคดีล้มละลายได้โดยไม่จำต้องฟ้องเป็นคดีแพ่งหรือใ…

Supreme Court Judgment No. 39/2567

ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 12 หมายความว่า หากผู้รับเหมาช่วงซึ่งเป็นนายจ้างมีค่าจ้างหรือเงินอื่นที่ต้องจ่ายแก่ลูกจ้าง ผู้รับเหมาช่วงถัดขึ้นไปจนถึงผู้รับเหมาชั้นต้นต้องร่วมรับผิดกับผู้รับเ…

Supreme Court Judgment No. 965/2562

จำเลยได้เงินจากการออกจากงาน จำเลยย่อมสามารถนำมาชำระแก่โจทก์ตามสัญญาหย่าได้ แต่จำเลยก็หากระทำไม่ กลับอ้างลอย ๆ ว่านำไปชำระหนี้นอกระบบหมด จำเลยจะอ้างเอาเงินที่ได้ไปชำระหนี้ที่จำเลยอ้างว่านอกระบบ ซึ่งหมา…

Supreme Court Judgment, B.E. 2561 (ref. 663646)

โจทก์ระบุว่าการกระทำของจำเลยร่วมเป็นการกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ตามระเบียบสหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด ว่าด้วยข้อบังคับการทำงาน พ.ศ.2552 ข้อ 22 (1) (2) (3) เมื่อโจทก์ระบุว่าจำเลยร่วมกร…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up