Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7400/2537

พ.ศ. 2537 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้แก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระขอให้ยึดที่ดินจำนองของจำเลยซึ่งมีข้อความบันทึกไว้ในสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดห้ามโอนภายในห้าปีตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 มาตรา 44 วรรคหนึ่งออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นการฟ้องบังคับจำเลยให้ชำระหนี้เงินกู้แก่โจทก์ก่อน หากจำเลยไม่ชำระจึงจะขอให้บังคับจำนองที่ดินออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ในภายหลังต่อไป ฟ้องโจทก์ที่ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้แก่โจทก์จึงไม่เป็นการฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดเกี่ยวกับที่ดินจึงไม่ต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้อง ส่วนฟ้องโจทก์ที่ขอให้บังคับจำนองที่ดิน เป็นการฟ้องบังคับจำนองที่ดินของจำเลยซึ่งได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน เมื่อขณะโจทก์ยื่นฟ้องยังไม่พ้นกำหนดห้ามโอนภายในห้าปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ที่ดินจำนองของจำเลยดังกล่าวจึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 มาตรา 44 วรรคสองฟ้องโจทก์ส่วนนี้จึงต้องห้ามตามบทกฎหมายดังกล่าว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองที่ดินดังกล่าวได้

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 702 ป.วิ.พ. Section 55 พ.ร.บ.จัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2517 Section 44

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2527 จำเลยได้จำนองที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) เลขที่ 1851 ตำบลท่าไม้อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ ปัจจุบันเป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 4310เนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 26 6/10 ตารางวา ของจำเลยไว้แก่โจทก์เพื่อประกันการกู้เงินจำนวน 51,800 บาท มีกำหนดเวลา 1 ปี โดยจำเลยยอมให้ดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี แต่เมื่อครบกำหนดจำเลยไม่ยอมชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ โจทก์ให้ทนายความมีหนังสือบอกกล่าวให้จำเลยไถ่ถอนจำนองแล้ว จำเลยไม่นำเงินมาชำระ โจทก์คิดดอกเบี้ยนับแต่วันจำนองถึงวันบอกกล่าวเพียง 5 ปี เป็นเงิน 38,850 บาทรวมกับต้นเงินเป็นเงิน 90,650 บาท ขอให้บังคับจำเลยชำระเงิน90,650 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากต้นเงิน 51,800บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าโจทก์จะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนหากจำเลยไม่ชำระขอให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4301 ตำบลท่าไม้อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 26 6/10ตารางวา ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ให้โจทก์จำเลยให้การว่า จำเลยจำนองที่ดิน น.ส.3 ก. เลขที่ 4301ไว้แก่โจทก์เป็นเนื้อที่เพียง 9 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวาเท่านั้นและจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์เพียง 35,000 บาท โจทก์คิดดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 4 ต่อเดือน โดยพลการเป็นเวลา 1 ปี เป็นเงิน 16,800 บาทรวมกับต้นเงินจึงเป็นเงิน 51,800 บาท แล้วโจทก์ระบุจำนวนเงินดังกล่าวลงในสัญญาจำนองโดยจำเลยไม่ทราบข้อความเพราะไม่รู้หนังสือเขียนได้แต่ชื่อเท่านั้น

สัญญาจำนองจึงตกเป็นโมฆะ ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน 90,650 บาท แก่โจทก์กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 51,800 บาท นับแต่วันที่ 9 เมษายน 2534 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ หากจำเลยไม่ชำระให้โจทก์ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4301 ตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสงจังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 26 6/10 ตารางวาออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้โจทก์

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 2พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีนี้จำนวนทุนทรัพย์ที่พิพาทกันในชั้นฎีกามีเพียง 90,650 บาท ต้องห้ามฎีกาในข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 248 วรรคหนึ่ง ที่ใช้บังคับอยู่ในขณะโจทก์ยื่นฎีกา มีปัญหาวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์เฉพาะข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ การวินิจฉัยปัญหาดังกล่าวศาลฎีกาจำต้องถือตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ได้วินิจฉัยจากพยานหลักฐานในสำนวนศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่าเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2527 จำเลยได้ทำสัญญาจำนองที่ดิน น.ส.3 ก.เลขที่ 1851 ตำบลท่าไม้ อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เนื้อที่9 ไร่ 2 งาน 28 ตารางวา ไว้แก่โจทก์เป็นประกันหนี้ซึ่งจำเลยกู้ยืมเงินโจทก์ไป

ปรากฏตามหนังสือสัญญาจำนองที่ดินเอกสารหมาย จ.2ในเอกสารนี้ระบุจำนวนหนี้จำนองเป็นเงิน 51,800 บาท กำหนดไถ่ถอนภายใน 1 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนไม่มีการไถ่ถอนจำนอง ต่อมาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2533 ทางราชการได้ออกหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่จำนองเป็นโฉนดที่ดินเลขที่ 4301 ระบุเนื้อที่ 14 ไร่ 3 งาน 26 6/10 ตารางวา และได้จดแจ้งการจำนองไว้ในสารบัญจดทะเบียนหลังโฉนดดังกล่าว กับมีข้อความบันทึกไว้ด้วยว่าห้ามโอนภายใน 5 ปี ตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 นับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2533ปรากฏตามโฉนดที่ดินเอกสารหมาย จ.3 เห็นว่า พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ. 2517 มาตรา 44 วรรคหนึ่งบัญญัติว่า "ภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน เจ้าของที่ดินหรือผู้ที่ได้รับสิทธิในที่ดินจะโอนสิทธิในที่ดินนั้นไปยังผู้อื่นมิได้ เว้นแต่เป็นการตกทอดโดยทางมรดก" และวรรคสองบัญญัติว่า "ภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดินไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี" คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระขอให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 4301ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ ฟ้องโจทก์ดังกล่าวเป็นการฟ้องบังคับจำเลยให้ชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยแก่โจทก์ก่อนหากจำเลยไม่ชำระจึงจะขอให้บังคับจำนองที่ดินดังกล่าวออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ในภายหลังต่อไป

ฟ้องโจทก์ที่ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยแก่โจทก์จึงไม่เป็นการฟ้องบังคับให้จำเลยรับผิดเกี่ยวกับที่ดินโฉนดเลขที่ 4301 แต่อย่างใดเลยจึงไม่ต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ย่อมมีอำนาจฟ้องดังกล่าวได้ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยกฟ้องโจทก์ในข้อนี้โดยยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดว่า จำเลยจะต้องรับผิดชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยให้แก่โจทก์หรือไม่ เพียงใด จึงเป็นการไม่ชอบฎีกาโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้นสำหรับฟ้องโจทก์ที่ขอให้บังคับจำนองที่ดินนั้น เป็นการฟ้องบังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4301 ของจำเลยซึ่งได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน คดีนี้โจทก์ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2534 ซึ่งนับแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2533อันเป็นวันที่ทางราชการได้ออกหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรือนับแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2533 อันเป็นวันเริ่มกำหนดห้ามโอนตามที่บันทึกไว้ในเอกสารหมาย

จ.3 ซึ่งเป็นช่วงระยะเวลาที่ถือได้ว่าจำเลยได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวถึงวันที่ 9 เมษายน2534 ยังไม่พ้นกำหนดห้ามโอนภายในห้าปี นับแต่วันที่ได้รับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินในเขตโครงการจัดรูปที่ดิน ที่ดินโฉนดเลขที่ 4301 จึงไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดีตามพระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2517 มาตรา44 วรรคสอง ฟ้องโจทก์ในข้อนี้จึงต้องห้ามตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว โจทก์ย่อมไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 4301 ดังศาลอุทธรณ์ภาค 2 วินิจฉัยมาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเนื่องจากศาลอุทธรณ์ภาค 2 ยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดว่าจำเลยจะต้องรับผิดชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยให้แก่โจทก์หรือไม่เพียงใด ศาลฎีกาเห็นสมควรย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2วินิจฉัยในปัญหาดังกล่าวเสียก่อน เพราะผลแห่งการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ภาค 2 อาจนำไปสู่การจำกัดสิทธิการฎีกาของคู่ความได้"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ยกฟ้องโจทก์ในส่วนที่โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงินกู้และดอกเบี้ยให้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาใหม่ตามรูปคดี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2

Matter details

Panel of judges
ไพศาล รางชางกูร · นิเวศน์ คำผอง · ทวีชัย เจริญบัณฑิต
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4928/2562

โจทก์บรรยายคำฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ขอยืมที่ดินพิพาทเพื่อไปกู้ยืมเงินจากจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ทำสัญญาหรือบันทึกข้อตกลงถือสิทธิครอบครองที่ดินแทนโจทก์ กับทำหนังสือมอบอำนาจให้จดทะเบียนไถ่ถอนจำนองและโอนขาย…

Supreme Court Judgment No. 530/2546

เดิมจำเลยเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดินและบ้านพิพาทที่จดทะเบียนจำนองแก่ธนาคาร ก. และจำเลยเป็นหนี้เงินกู้ยืมโจทก์จำนวนหนึ่ง ต่อมาธนาคาร ก. ทวงให้จำเลยชำระหนี้จำนอง จำเลยจึงตกลงทำสัญญาขายที่ดินและบ้านพิพ…

Supreme Court Judgment No. 1404/2546

แม้จำเลยมีหน้าที่ตามสัญญากู้เงินที่จะต้องเอาประกันภัยสิ่งปลูกสร้างที่จำนองไว้แก่ธนาคารโจทก์ โดยตกลงให้โจทก์ทำประกันภัยได้เองและจำเลยยอมชำระเบี้ยประกันคืนแก่โจทก์ก็ตาม แต่เมื่อหน้าที่ที่จำเลยจะต้องชำระ…

Supreme Court Judgment No. 444/2546

โจทก์ฟ้องว่า ส. ไม่ยอมโอนที่ดินตามฟ้องให้โจทก์ตามข้อตกลง โจทก์จึงได้อายัดที่ดินตามฟ้องไว้และฟ้อง ส. ให้ปฏิบัติตามข้อตกลง ระหว่างคดีดังกล่าวยังไม่ถึงที่สุด จำเลยทั้งสองมีคำสั่งให้จดทะเบียนที่ดินดังกล่า…

Supreme Court Judgment No. 326/2534

ป.พ.พ. มิได้มีบทบัญญัติว่าผู้ชำระบัญชีของห้างหุ้นส่วนจะต้องชำระบัญชีให้เสร็จภายในกำหนดเวลาใด เมื่อการชำระบัญชียังไม่เสร็จผู้ชำระบัญชีย่อมมีอำนาจตามมาตรา 1259 ระยะเวลาการชำระบัญชีไม่ใช่อายุความจะนำบทบั…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up