Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7404/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

สำนวนคดีของศาลในคดีเรื่องอื่นซึ่งเป็นรายงานและสำนวนความของศาลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ประชาชน โดยให้ประชาชนได้ตรวจดูและอ้างเป็นพยาน ในสำนวนได้ ถือว่าเป็นเอกสารมหาชน จึงได้รับประโยชน์จาก ข้อสันนิษฐานเป็นคุณไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 127

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีทั้งสองสำนวนนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้รวมพิจารณาและพิพากษารวมกัน โดยให้เรียกโจทก์ในสำนวนแรกว่าโจทก์ที่ 1และเรียกโจทก์ที่ 2 ในสำนวนหลังว่า โจทก์ที่ 2 และโจทก์ที่ 3ตามลำดับโจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้อง ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามจดทะเบียนถอนชื่อถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 800 ตำบลในเมืองอำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา พร้อมบ้านเลขที่391/4, 391/7, และ 391/8 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าวหากจำเลยทั้งสามไม่ปฎิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน และให้นำบ้านและที่ดินดังกล่าวขายหรือขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งเป็น 7 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสามได้รับคนละ 1 ส่วนจำเลยทั้งสองสำนวนให้การต่อสู้คดีทำนองเดียวกันว่าคดีของโจทก์ทั้งสามขาดอายุความเนื่องจากโจทก์ทั้งสามมิได้ฟ้องคดีมรดกภายใน 1 ปี นับแต่นายพวงหรือนางเรไรถึงแก่ความตาย คำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 991/2525 ไม่ผูกพันโจทก์และจำเลยทั้งสาม ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง

คำพิพากษาศาลล่าง

โจทก์ทั้งสามอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

โจทก์ทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "

ปัญหาข้อแรกที่ว่า ฟ้องโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ โจทก์ทั้งสามฎีกาว่า ฟ้องโจทก์ไม่ขาดอายุความโดยโจทก์ทั้งสามอ้างสำนวนคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ 991/2525ของศาลชั้นต้นเป็นพยานโดยถือว่าเป็นการนำสืบข้อเท็จจริงในคดีแล้ว และต้องถือเอาคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ 4539/2530ในสำนวนคดีที่อ้างดังกล่าวผูกพันคู่ความคือจำเลยทั้งสามในคดีนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145ดังนั้นปัญหาจึงมีว่าโจทก์ทั้งสามได้นำสืบข้อเท็จจริงดังกล่าวหรือไม่ ปัญหาข้อนี้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 127 บัญญัติว่า "เอกสารมหาชนซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้นหรือรับรองสำเนาอันรับรองถูกต้องแห่งเอกสารนั้นและเอกสารชนที่มีคำพิพากษาแสดงว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องนั้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้องเป็นหน้าที่ของคู่ความฝ่ายที่ถูกอ้างเอกสารนั้นมายัน

ต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือความไม่ถูกต้องแห่งเอกสาร" และมาตรา 84 บัญญัติว่า "ถ้าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกล่าวอ้างข้อเท็จจริงอย่างใด ๆ เพื่อสนับสนุนคำฟ้องหรือคำให้การของตนให้หน้าที่นำสืบข้อเท็จจริงนั้นตกอยู่แก่คู่ความฝ่ายที่กล่าวอ้าง ฯลฯ(2) ถ้ามีข้อสันนิษฐานไว้ในกฎหมายเป็นคุณแก่คู่ความฝ่ายใด คู่ความฝ่ายนั้นต้องพิสูจน์แต่เพียงว่าตนได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่ตนจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานนั้นครบถ้วนแล้ว" เห็นว่า การที่โจทก์ทั้งสามอ้างสำนวนคดีดังกล่าวและตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4539/2530 ซึ่งเป็นรายงานและสำนวนความของศาลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้จัดให้มีขึ้นเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนโดยให้ประชาชนได้ตรวจดูและอ้างพยานในสำนวนได้ จึงถือว่าสำนวนความของศาลเป็นเอกสารมหาชนอย่างหนึ่ง จึงได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานเป็นคุณไว้ก่อนว่าเป็นของแท้จริงและถูกต้อง ตามบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวแล้ว

การที่โจทก์แถลงต่อศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ 30 มกราคม 2533 ว่าขออ้างสำนวนคดีหมายเลขคดีแดงที่ 991/2535 ของศาลชั้นต้นตามเอกสารหมาย จ.5เป็นพยานเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามได้ปฎิบัติตามเงื่อนไขแห่งการที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับประโยชน์จากข้อสันนิษฐานครบถ้วนแล้ว จึงเป็นหน้าที่ของจำเลยทั้งสามซึ่งเป็นฝ่ายที่ถูกอ้างสำนวนคดีตามเอกสารหมาย จ.5 มายันต้องนำสืบความไม่บริสุทธิ์หรือความไม่ถูกต้องแห่งเอกสารเช่นนี้ โจทก์ทั้งสามจึงไม่มีหน้าที่นำสืบดังที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัย อย่างไรก็ตามในปัญหาข้อนี้ยังได้ความต่อไปอีกว่าฝ่ายจำเลยทั้งสามก็อ้างเอกสารหมาย จ.5 เป็นพยานในคดีและจำเลยทั้งสามก็นำสืบว่ามีสำนวนเอกสารหมาย

จ.5 และคำพิพากษาศาลฎีกาในสำนวนดังกล่าวตามเอกสารหมาย จ.4 จริง เพียงแต่กล่าวอ้างที่ดินและบ้านพิพาทก็เป็นของนายประเสริฐฝ่ายเดียว จึงถือได้ว่ามีการนำสืบพยานดังกล่าวเข้าสู้สำนวนความแล้ว จึงชอบที่จะรับฟังเอกสารหมาย จ.5 และ จ.4 ที่โจทก์ทั้งสามอ้างได้ เมื่อคดีฟังได้ดังกล่าวแล้วเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 บัญญัติว่า "ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายที่ว่าด้วยการอุทธรณ์ฎีกาและพิจารณาใหม่ คำพิพากษาหรือคำสั่งใด ๆ ให้ถือว่าผูกพันคู่ความในกระบวนพิจารณาของศาลที่พิพากษาหรือคำสั่งนับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาหรือมีคำสั่งจนถึงวันที่คำพิพากษาหรือมีคำสั่งนั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับ หรืองดเสีย

ถ้าหากมี ฯลฯ" พิเคราะห์สำนวนคดีที่โจทก์ทั้งสามอ้างตามเอกสารหมาย จ.5 และมีคำพิพากษาศาลฎีกาเอกสารหมาย จ.4ปรากฎว่าเป็นคดีระหว่างนางบุญเสริม กุศลพันธ์ โจทก์นางสมชาติ คงหมื่นไวย ที่ 1 นายสาธิต คงหมื่นไวย ที่ 2นายทัศนีย์ คงหมื่นไว ที่ 3 นางสาวอรวรรณ คงหมื่นไวย ที่ 4จำเลย วินิจฉัยไว้ว่าทายาทได้ร่วมกันครอบครองที่ดินและบ้านที่พิพาทอันเป็นมรดกของนายพวง เช่นนี้เมื่อโจทก์ทั้งสามฟ้องเป็นคดีนี้ จึงถือได้ว่าเป็นกรณีที่โจทก์ทั้งสามซึ่งเป็นทายาทฟ้องขอแบ่งมรดกที่ทายาทครอบครองร่วมกันและแทนกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1748 ดังนั้น แม้ว่าจะล่วงพ้นกำหนดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754แล้วก็ตาม โจทก์ทั้งสามชอบที่จะฟ้องจำเลยทั้งสามเป็นคดีนี้ได้คดีของโจทก์ทั้งสามจึงไม่ขาดอายุความ"

Result

พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนถอนชื่อในที่ดินโฉนดเลขที่ 800 ตำบลในเมือง อำเภอนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมาพร้อมบ้านเลขที่ 391/4 391/7 และ 391/8 ซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินดังกล่าว หากจำเลยทั้งสามไม่ปฏิบัติตามให้ถือเอาคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาแทนโดยให้จำเลยทั้งสามเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน และให้นำที่ดินและบ้านดังกล่าวออกขายหรือขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งเป็น 7 ส่วน ให้โจทก์ทั้งสามได้รับคนละส่วน

Matter details

Panel of judges
ชัยนาท พันตาวงศ์ · สะสม สิริเจริญสุข · สมชัย สายเชื้อ
Source
เนติบัณฑิตยสภาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 5398/2567

จำเลยหลอกลวงผู้ร้องที่ 1 จนได้ไปซึ่งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เมื่อผู้ร้องที่ 1 โอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพราะถูกกลฉ้อฉลของจำเลย นิติกรรมจึงเป็นโมฆียะ ตาม ป.พ.พ. มาตรา 159 วรรคหนึ่ง การที่ผู้ร้องที่…

Supreme Court Judgment No. 4052/2567

แม้จำเลยที่ 2 และโจทก์ทั้งสองต่างไม่ได้ยื่นบัญชีระบุพยานอ้างเอกสารเป็นพยาน และส่งเอกสารดังกล่าวต่อศาลกับส่งให้คู่ความอีกฝ่ายซึ่งสำเนาเอกสารนั้นก่อนวันสืบพยานไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 88 วรร…

Supreme Court Judgment No. 2451/2567

หนังสือสัญญาจำนองที่ดินมีข้อความว่า ถือสัญญาจำนองนี้เป็นหลักฐานการกู้ยืมเงินด้วยและผู้จำนองได้รับเงินเป็นการเสร็จแล้ว แม้การกู้ยืมเงินเข้าลักษณะเป็นการยืมใช้สิ้นเปลืองที่ย่อมบริบูรณ์ต่อเมื่อส่งมอบทรัพ…

Supreme Court Judgment No. 5053/2565

ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 298 วรรคหนึ่งและวรรคสาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นข้อพิพาทระหว่างโจทก์ซึ่งเป็นผู้นำยึด กับบุคคลผู้มีชื่อเป็นเจ้าของทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องตามที่ปรากฏในทะเบียนหรือหลักฐานอย่างอื่นอันศา…

Supreme Court Judgment No. 5003/2565

ในการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทตามรายงานการประชุมคณะกรรมการของโจทก์ ซึ่งจำเลยที่ 2 ลงลายมือชื่อไว้ในฐานะประธานที่ประชุมนั้น มีการอนุมัติให้ทำสัญญาเช่าพิพาทหลายครั้งต่างวาระกัน แต่กลับระบุว่าเป็นการประ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up