Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7478/2547

พ.ศ. 2547 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ความผิดฐานผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาปลอม และยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยากับความผิดฐานขายและมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาปลอมและที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เมื่อยาที่จำเลยผลิต ขาย และมีไว้เพื่อขายดังกล่าวล้วนเป็นจำนวนเดียวกันและถูกเจ้าพนักงานยึดไว้เป็นของกลางในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานผลิตยาปลอมตาม พ.ร.บ. ยาฯ มาตรา 117 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตาม ป.อ. มาตรา 90 ที่ศาลอุทธรณ์เรียงกระทงลงโทษจำเลยมานั้นจึงเป็นการมิชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 12, 72, 73 (1), 79, 101, 117, 119, 122, 126 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 32, 33, 91 และริบของกลางทั้งหมด

จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 4, 12 วรรคหนึ่ง, 72 (1) (4), 73 (1), 79, 101, 117 วรรคหนึ่ง, 119 วรรคหนึ่ง, 122, 126 ฐานผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาปลอม หรือยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักฐานผลิตยาปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ฐานขายหรือมีไว้เพื่อขายยาแผนปัจจุบันซึ่งเป็นยาปลอมหรือยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เป็นกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักฐานขายยาปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 2 ปี การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมจำคุก 6 ปี

จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 3 ปี ริบของกลาง

คำพิพากษาศาลล่าง

จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 79 ริบของกลางให้แก่กระทรวงสาธารณสุข นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "เห็นสมควรวินิจฉัยเสียก่อนว่า การกระทำความผิดของจำเลยเป็นกรรมเดียวหรือหลายกรรมต่างกัน เห็นว่า ความผิดฐานผลิตยาแผนปัจจุบันยาปลอม และยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา กับความผิดฐานขายและมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาปลอมและที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา เมื่อยาที่จำเลยผลิตขายและมีไว้เพื่อขายดังกล่าวล้วนเป็นจำนวนเดียวกัน และถูกเจ้าพนักงานยึดไว้เป็นของกลางในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยจึงเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท ต้องลงโทษฐานผลิตยาปลอมตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 117 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 เรียงกระทงโทษจำเลยมานั้นจึงเป็นการมิชอบ

ปัญหานี้เป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยจะมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจแก้ไขให้ถูกต้องได้ ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาและรอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เห็นว่า ตามรายงานการสืบเสาะและพินิจของพนักงานคุมประพฤติซึ่งจำเลยมิได้โต้แย้งคัดค้านได้ความว่า ยาลูกกลอนดำของกลางในคดีนี้มีส่วนผสมของยาเด็กซ์ซ่าเมธาโซนและยาเพรดนิโซโลน ซึ่งเป็นยาแผนปัจจุบันประเภทควบคุมพิเศษ มีสรรพคุณในการรักษาโรคแก้แพ้ โรคข้อ กระดูก โรคที่ไม่ทราบอาการหรือโรคที่ใช้ยาอื่นรักษาแล้วไม่หาย แต่มีผลเสียต่อระบบกระเพาะอาหาร หากรับประทานเป็นเวลานานจะทำให้กระเพาะทะลุได้ และยังมีผลต่อตับและไต ทำให้ไตวายได้ง่าย ยาประเภทนี้มีขายเฉพาะร้านขายยาแผนปัจจุบันซึ่งต้องมีเภสัชกรประจำและขายยาตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น

การที่จำเลยผลิต ขาย และมีไว้เพื่อขายซึ่งยาลูกกลอนดำของกลาง อันเป็นยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาปลอมและที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา นอกจากเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ของตนโดยมิชอบด้วยกฎหมายแล้ว การกระทำของจำเลยยังเป็นเหตุให้ยาซึ่งมีผลเสียต่อร่างกายดังกล่าวแพร่ออกสู่ประชาชนโดยปราศจากการควบคุมของรัฐ นับเป็นอันตรายต่อสังคมและประเทศชาติเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับยาลูกกลอนดำของกลางในคดีนี้มีจำนวนมากถึง 1,730 เม็ด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ใช้ดุลพินิจกำหนดโทษจำคุกจำเลยในความผิดฐานผลิตยาปลอมมีกำหนด 4 ปี ก่อนลดโทษให้และไม่รอการลงโทษจำคุกให้แก่จำเลยนั้น เหมาะสมแก่พฤติการณ์แห่งรูปคดีแล้วฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น"

Result

พิพากษาแก้เป็นว่า ความผิดฐานผลิตยาแผนปัจจุบัน ยาปลอม และยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา กับความผิดฐานขายและมีไว้เพื่อขายซึ่งยาแผนปัจจุบันที่เป็นยาปลอมและที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษฐานผลิตยาปลอมตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 117 วรรคหนึ่ง ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 จำคุก 4 ปี ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 แล้ว คงจำคุก 2 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4

Matter details

Panel of judges
เกรียงชัย จึงจตุรพิธ · วิชัย วิวิตเสวี · สำรวจ อุดมทวี
Source
สำนักวิชาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 746/2567

โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสองทำให้เกิดความเสียหายแก่ป่าสงวนแห่งชาติที่เกิดเหตุซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร อยู่ในชั้นคุณภาพพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 เอ และร่วมกันยึดถือครอบครองที่ดินภายในเขตป่าสงวนแห่…

Supreme Court Judgment No. 2502/2566

กองบังคับการปราบปรามนั้น ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการเป็นกองบังคับการหรือส่วนราชการอย่างอื่นในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2552 จึงมีอำนาจสอบสวนคดีได้ทั่วราชอาณาจักรตามกฎหมายอยู่แล้ว เพียงแต่เพื่อที่จะไม่…

Supreme Court Judgment No. 3948/2566

ประกาศ เรื่อง ยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ประกาศ ข้อกำหนด และคำสั่งที่เกี่ยวข้อง เพียงมีผลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม 2…

Supreme Court Judgment No. 911/2566

จำเลยที่ 1 ฎีกาทำนองว่า จำเลยที่ 1 ไม่ได้กระทำความผิดตามฟ้อง อันเป็นการขัดแย้งกับคำให้การรับสารภาพของจำเลยที่ 1 จึงเป็นข้อที่มิได้ยกขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องห้ามมิให้ฎี…

Supreme Court Judgment No. 463/2566

ความผิดตาม พ.ร.บ.การพนัน ความผิดตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ และความผิดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 3 ถึงที่ 21 มีเจตนาเพื่อร่วมกันเล่นการพนันซึ่งเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน อันเป็…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up