คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยร่วมกันทำร้ายร่างกายนายเที่ยง สมสนิท ผู้เสียหาย เป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหลายแห่งถึงสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297, 83จำเลยให้การรับสารภาพศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ซึ่งศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามโจทก์จึงฎีกาต่อมาในปัญหาข้อกฎหมายว่า จำเลยทำร้ายผู้เสียหายทำให้ฟันล่างด้านหน้าหัก 4 ซี่ อันเป็นการเสียอวัยวะอื่นใด จึงเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(3)ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(3)บัญญัติไว้ว่าที่จะเป็นอันตรายสาหัส ต้องเสีย แขน ขา มือ เท้า นิ้วหรืออวัยวะอื่นใด เห็นว่าการสูญเสียอวัยวะอื่นใดตามมาตรา 297(3)ต้องเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายเทียบเท่ากับแขน
ขา มือ เท้าหรือนิ้ว แม้ว่าฟันทั้งหมดในปากรวมกันเป็นอวัยวะสำคัญ เพราะฟันมีหน้าที่เคี้ยวอาหาร ถ้าฟันหักไปหลายซี่เป็นเหตุให้ส่วนที่เหลืออยู่ใช้เคี้ยวอาหารไม่ได้ ก็ถือได้ว่าเป็นการเสียอวัยวะส่วนสำคัญอันเป็นอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297(3)แต่คดีนี้ผู้เสียหายแถลงต่อศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่11 กันยายน 2512 ว่า ฟันที่หักได้ใส่ใหม่แล้ว และใช้เคี้ยวอาหารได้ดี ก่อนใส่ฟันก็ยังใช้ฟันที่เหลือเคี้ยวอาหารได้
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่าเมื่อฟันของผู้เสียหายที่เหลืออยู่ใช้เคี้ยวอาหารได้ การที่ผู้เสียหายเสียฟันไป 4 ซี่ ยังไม่ถึงขนาดที่จะถือได้ว่าเสียอวัยวะที่มีความสำคัญ หรือเป็นการสูญเสียไปถึงขนาดเทียบเท่าการเสียแขน ขา มือ เท้า หรือนิ้ว ตามที่กฎหมายระบุไว้โดยชัดแจ้งแล้ว จึงยังไม่พอที่จะฟังว่าผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ตามความใน มาตรา 297(3) ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้นพิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์