Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7545/2538

พ.ศ. 2538 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยเป็นผู้สลักหลังเช็คที่ ย.สั่งจ่ายเพื่อชำระหนี้ให้โจทก์เมื่อธนาคารปฎิเสธการจ่ายเงินโจทก์ไม่ได้รับชำระหนี้ตามเช็คดังกล่าวจำเลยซึ่งเป็นผู้สลักหลังย่อมต้องรับผิดร่วมกับย. ชำระหนี้ให้โจทก์ เมื่อหนี้เดิมจำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ในหนี้ตามเช็คแต่ต่อมาได้ทำสัญญากู้เงินกันแทนหนี้จำนวนนี้ย่อมเป็นหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายแม้ตอนทำสัญญากู้เงินจำเลยมิได้รับเงินจากโจทก์แต่จำเลยเป็นหนี้โจทก์อยู่ก่อนแล้วตามจำนวนหนี้ที่ ย.สั่งจ่ายเช็คและจำเลยเป็นผู้สลักหลังโดยจำเลยไม่จำต้องเกี่ยวข้องหรือมีผลประโยชน์ร่วมกับ ย. จำเลยต้องรับผิดชำระหนี้รายนี้เมื่อจำเลยยังไม่ได้ชำระหนี้ให้โจทก์และได้มีการทำสัญญากู้เงินกันแทนถือว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์และโจทก์สามารถบังคับให้ชำระหนี้ดังกล่าวได้ตามกฎหมายแม้ในวันทำสัญญากู้เงินจำเลยได้สั่งจ่ายเช็คโดยลงวันที่สั่งจ่ายตรงกับวันที่ครบกำหนดชำระเงินตามสัญญากู้เงินการสั่งจ่ายเช็คดังกล่าวถือว่าเป็นการออกเช็คเพื่อชำระหนี้ที่มีอยู่จริงและบังคับได้ตามกฎหมายเมื่อธนาคารปฎิเสธไม่ใช้เงินตามเช็คการกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค

Provisions the court ruled on

ป.พ.พ. Section 650 ป.พ.พ. Section 900 ป.พ.พ. Section 915 ป.พ.พ. Section 989 พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 Section 4 ป.พ.พ. Section 914

เนื้อความคำพิพากษา

โจทก์ ฟ้อง ขอให้ ลงโทษ จำเลย ตาม พระราชบัญญัติ ว่าด้วย ความผิดอัน เกิดจาก การ ใช้ เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3ศาลชั้นต้น ไต่สวน มูลฟ้อง แล้ว เห็นว่า คดี มีมูล ให้ ประทับ ฟ้องจำเลย ให้การ ปฎิเสธศาลชั้นต้น พิพากษา ว่า จำเลย มี ความผิด ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2534 มาตรา 4 ประกอบมาตรา 10 ให้ จำคุก 1 ปีจำเลย อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจำเลย ฎีกา โดย ผู้พิพากษา ซึ่ง พิจารณา และ ลงชื่อ ใน คำพิพากษาศาลชั้นต้น อนุญาต ให้ ฎีกา ใน ปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกา วินิจฉัย ว่า ปัญหา ต้อง วินิจฉัย ตาม ฎีกา จำเลย มี ว่าจำเลย กระทำผิด ตาม ฟ้อง หรือไม่ โดย จำเลย ฎีกา ว่า หนี้ ตาม สัญญากู้เงิน

มิได้ มี การกู้ยืมเงิน กัน จริง มิได้ มี การ ส่งมอบ และ รับมอบ เงินตาม สัญญา จำเลย ได้ สั่งจ่าย เช็ค ใน วันเดียว กับ ที่ ทำ สัญญากู้นาย ยุทธนา เป็น ผู้รับเงิน จาก โจทก์ มิได้ เกี่ยวข้อง กับ จำเลย จำเลย จึง ไม่มี ความผิด นั้น เห็นว่า จำเลย เป็น ผู้สลักหลัง เช็ค ที่นาย ยุทธนา สั่งจ่าย เพื่อ ชำระหนี้ ให้ โจทก์ เมื่อ ธนาคาร ปฎิเสธการ จ่ายเงิน โจทก์ ไม่ได้ รับชำระหนี้ ตามเช็ค ดังกล่าว จำเลย ซึ่ง เป็นผู้สลักหลัง เช็ค ย่อม ต้อง รับผิด ร่วม กับ นาย ยุทธนา ชำระหนี้ ให้ โจทก์ เมื่อ ยัง ไม่ได้ชำระ หนี้ แต่ จำเลย ได้ ทำ สัญญากู้เงิน มอบ ไว้ ให้โจทก์ เป็น เงิน 1,200,000 บาท ตาม สัญญา กำหนด จะ ชำระ ให้ โจทก์ ในวันที่ 20 มกราคม 2534 จะ

เห็น ได้ว่า หนี้ เดิม จำเลย ต้อง รับผิดต่อ โจทก์ ใน หนี้ ตามเช็ค แต่ ต่อมา ได้ ทำ สัญญากู้เงิน กัน แทน หนี้จำนวน นี้ ย่อม เป็น หนี้ ที่ มี อยู่ จริง และ บังคับ ได้ ตาม กฎหมาย แม้ ตอนทำ สัญญากู้เงิน จำเลย มิได้ รับ เงิน ที่ เป็น หนี้ จาก โจทก์ แต่ จำเลยเป็น หนี้ โจทก์ อยู่ ก่อน แล้ว ตาม จำนวน หนี้ ที่นาย ยุทธนา สั่งจ่าย เช็ค และ จำเลย เป็น ผู้สลักหลัง โดย จำเลย ไม่จำต้อง เกี่ยวข้อง หรือ มีผลประโยชน์ ร่วม กับ นาย ยุทธนา จำเลย ต้อง รับผิด ชำระหนี้ ราย นี้ เมื่อ จำเลย ยัง ไม่ได้ชำระ หนี้ ให้ โจทก์ และ ได้ มี การ ทำ สัญญากู้เงินกัน แทน ถือว่า จำเลย เป็น หนี้ โจทก์ และ โจทก์ สามารถ บังคับ ให้ ชำระหนี้ดังกล่าว

ได้ ตาม กฎหมาย แม้ ใน วัน ทำ สัญญากู้เงิน จำเลย ได้ สั่งจ่ายเช็คพิพาท จำนวน 1,200,000 บาท ลงวันที่ 20 มกราคม 2534 มอบ ให้โจทก์ เป็น การ ชำระหนี้ โดย ลงวันที่ สั่งจ่าย ตรง กับ วันที่ ครบ กำหนด ชำระเงิน ตาม สัญญากู้เงิน การ สั่งจ่าย เช็ค ดังกล่าว ถือว่า เป็น การ ออก เช็คเพื่อ ชำระหนี้ ที่ มี อยู่ จริง และ บังคับ ได้ ตาม กฎหมาย เมื่อ ธนาคารปฎิเสธไม่ ใช้ เงิน ตามเช็ค เพราะ จำเลย ไม่มี เงิน อยู่ ใน บัญชี อัน จะ พึงใช้ เงินได้ การกระทำ ของ จำเลย ย่อม เป็น ความผิด ตาม พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คส่วน ที่ จำเลย ขอให้ ลงโทษ สถาน เบา และ รอการลงโทษ เพราะ จำเลยพยายาม บรรเทา ผล ร้าย ขอ ชำระหนี้ แต่

โจทก์ ไม่ยอม รับ นั้น เห็นว่าเป็น ข้ออ้าง ของ จำเลย ฝ่ายเดียว ใน ชั้นฎีกา ทั้ง ใน คำ แก้ ฎีกา โจทก์ปฎิเสธข้ออ้าง ของ จำเลย จึง ไม่อาจ รับฟัง ได้ว่า จะ เป็น จริง อย่าง ที่จำเลย อ้าง ใน ฎีกา จึง ไม่มี เหตุสมควร ที่ จะ รอการลงโทษ ให้ จำเลยที่ ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ไม่รอการลงโทษ จำเลย เหมาะสม แล้ว ฎีกา ของ จำเลยฟังไม่ขึ้น อย่างไร ก็ ตาม ที่ ศาลอุทธรณ์ พิพากษา ลงโทษ จำคุก จำเลย1 ปี ซึ่ง เป็น โทษ ขั้น สูง นั้น ศาลฎีกา เห็นว่า หนัก เกิน ไป สมควร แก้ไขให้ เหมาะสม แก่ พฤติการณ์ แห่ง คดีพิพากษาแก้ เป็น ว่า ให้ จำคุก จำเลย ไว้ มี กำหนด 6 เดือน นอกจากที่ แก้ คง ให้ เป็น ไป ตาม คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์

Matter details

Panel of judges
ก้าน อันนานนท์ · อัครวิทย์ สุมาวงศ์ · ชัยวัฒน์ ดุลยปวีณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1167/2562

เช็คพิพาททั้งสามฉบับจำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายมีชื่อโจทก์หรือผู้ถือเป็นผู้รับเงิน ดังนี้ จำเลยต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คพิพาททั้งสามฉบับตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง และมาตรา 914 ประกอบมาตรา…

Supreme Court Judgment No. 1128/2559

ฎีกาของจำเลยที่ 1 ที่ว่าโจทก์ไม่มีอำนาจลงวันที่ในเช็คพิพาททั้งสิบสามฉบับ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่ได้ใช้สิทธิฟ้องร้องภายในหนึ่งปี ฟ้องโจทก์จึงขาดอายุความ และจำเลยที่ 1 สั่งจ่ายเช็คพิพาทเพื่อเป็น…

Supreme Court Judgment No. 13600/2558

จำเลยที่ 1 เป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่าย จึงต้องรับผิดใช้เงินตามเช็คพร้อมดอกเบี้ย นับแต่วันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900, 914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง และมาตรา 224 วรรคหนึ่ง แต่ในส่วน…

Supreme Court Judgment No. 18343/2556

ตาม ป.พ.พ. มาตรา 900 วรรคหนึ่ง 914 ประกอบมาตรา 989 วรรคหนึ่ง บุคคลผู้ลงลายมือชื่อในเช็คจะต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็ค เมื่อจำเลยรับว่าเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาท แต่ยกข้อต่อสู้ปฏิเสธความรับผิ…

Supreme Court Judgment No. 4487/2555

โจทก์ฟ้องให้จำเลยชำระหนี้ตามเช็คพิพาทที่จำเลยเป็นผู้ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายให้แก่โจทก์ โดยบรรยายรายละเอียดของเช็คพิพาท และแนบสำเนาภาพถ่ายเช็คพิพาทและใบคืนเช็คมาท้ายฟ้อง พร้อมทั้งคำขอบังคับให้จำเลยรับผิดช…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up