Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 755/2526

พ.ศ. 2526 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

ในกรณีฟ้องเรียกเงินตามเช็ค แม้ธนาคารจะได้เรียกเก็บเงินตามเช็คก่อนวันที่ลงในเช็ค หากบัญชีของผู้สั่งจ่ายได้ปิดไปก่อนที่ธนาคารเรียกเก็บเงินแล้ว ก็เป็นอันว่าเช็คนั้นไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ได้ไม่จำต้องนำเช็คไปยื่นเพื่อให้ธนาคารเรียกเก็บเงินซ้ำอีกในกรณีเช่นนี้ผู้ทรงเช็คย่อมนำเช็คมาฟ้องร้องผู้สั่งจ่ายเช็คให้รับผิดในทางแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959 และ 989จำเลยต่อสู้คดีว่าเช็คตามฟ้อง 400,000 บาท มีมูลหนี้จากการกู้เงินเพียง 100,000 บาท เป็นการโต้เถียงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้ออกเช็คกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง ชอบที่จะให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 2589/2522)จำเลยสั่งจ่ายเช็คพิพาทจำนวนเงิน 400,000 บาท โดยมีมูลหนี้เพียง 100,000 บาท จำเลยย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์เพียงจำนวนเงินตามมูลหนี้เท่านั้น

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คธนาคารกสิกรไทยสาขาราชดำริลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2522 จำนวนเงิน 400,000 บาท ซึ่งจำเลยที่ 1 เป็นผู้สั่งจ่ายและนำมาชำระหนี้เงินยืมแก่โจทก์ โดยมีจำเลยที่ 2 ที่ 3 เป็นผู้สลักหลังรับอาวัล เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์ได้นำเช็คดังกล่าวไปเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินอ้างว่าบัญชีปิด ทวงถามแล้วจำเลยทั้งสามเพิกเฉยขอให้ศาลบังคับจำเลยทั้งสามให้การว่า โจทก์นำเช็คตามฟ้องเรียกเก็บเงินจากธนาคารก่อนถึงกำหนดวันสั่งจ่ายหนึ่งวัน และธนาคารตามเช็คปฏิเสธการจ่ายเงินในวันเดียวกันนั้นเองโจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้อง ความจริงจำเลยที่ 1 ออกเช็คให้โจทก์เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้เงินยืมซึ่งจำเลยทั้งสามไม่มีเจตนาจะชำระเงินจำนวนตามเช็คให้โจทก์จำเลยที่ 1 กู้เงินโจทก์เพียงหนึ่งแสนบาท

ขอให้ยกฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินหนึ่งแสนบาทพร้อมดอกเบี้ยโจทก์และจำเลยทั้งสามฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในกรณีฟ้องเรียกเงินตามเช็ค แม้ว่าธนาคารจะได้เรียกเก็บเงินตามเช็คก่อนวันที่ลงในเช็ค หากบัญชีของผู้สั่งจ่ายได้ปิดไปก่อนที่ธนาคารเรียกเก็บเงินแล้ว ก็เป็นอันว่าเช็คนั้นไม่มีผลเป็นการชำระหนี้ได้ ไม่จำต้องนำเช็คไปยื่นเพื่อให้ธนาคารเรียกเก็บเงินซ้ำอีก ในกรณีเช่นนี้ผู้ทรงเช็คย่อมนำเช็คมาฟ้องร้องผู้สั่งจ่ายเช็คให้รับผิดในทางแพ่งได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 959 และมาตรา 989จำเลยต่อสู้คดีว่าเช็คตามฟ้อง 400,000 บาท มีมูลหนี้จากการกู้ยืมเงินเพียง100,000 บาท เป็นการโต้เถียงเกี่ยวกับมูลหนี้ตามเช็คระหว่างจำเลยซึ่งเป็นผู้ออกเช็คกับโจทก์ซึ่งเป็นผู้ทรง

ชอบที่จะให้จำเลยนำสืบตามข้อต่อสู้ได้ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ 2589/2522 ดังนั้นจำเลยมีสิทธินำพยานบุคคลมาสืบประกอบข้ออ้างว่าเช็คพิพาทมีมูลหนี้มาจากการกู้ยืมเงินเพียง 100,000 บาท หาใช่มีมูลหนี้ 400,000 บาท ดังเนื้อความที่ปรากฏในเช็คพิพาทไม่ ไม่จำต้องวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 94ส่วนข้อที่จำเลยฎีกาว่า

โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจำนวน 400,000 บาทเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า เช็คพิพาทเป็นเช็คประกันการกู้ยืมเงินจำนวน 100,000 บาทเช็คพิพาทจึงปราศจากมูลหนี้ จำเลยที่ 1 ผู้สั่งจ่ายไม่ต้องรับผิดชำระเงินตามเช็คพิพาทให้แก่โจทก์เลย และจำเลยที่ 2 ที่ 3 ย่อมหลุดพ้นไปจากความรับผิดด้วยนั้น เห็นว่าแม้คดีฟังได้ว่ามูลหนี้ตามเช็คพิพาทเป็นเรื่องกู้ยืมเงิน แต่ฟ้องโจทก์ประสงค์จะบังคับจำเลยทั้งสามให้รับผิดตามเนื้อความในเช็ค เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1สั่งจ่ายเช็คพิพาทโดยมีมูลหนี้เพียง 100,000 บาท โดยมีจำเลยที่ 2 และที่ 3 สลักหลังเช็คนั้น เช่นนี้จำเลยทั้งสามย่อมต้องรับผิดต่อโจทก์ในมูลหนี้ตามเช็คดังกล่าวพิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Matter details

Panel of judges
สหัส สิงหวิริยะ · อัมพล สุวรรณภักดี · เสนอ ศรนิยม
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up