คำฟ้องและคำให้การ
คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานแปรรูปไม้ ตั้งโรงงานแปรรูปไม้โดยใช้แรงคน และทำการแปรรูปไม้เพื่อการค้า มีไม้สักแปรรูปเกินจำนวน0.20 เมตรลูกบาศก์ ไว้ในครอบครองโดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานภายในเขตควบคุมการแปรรูปไม้ ขอให้ลงโทษจำเลยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีไม้สักแปรรูปเป็นจำนวนเกินกว่า 0.20 เมตรลูกบาศก์ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ปรับ 100 บาทและริบไม้ของกลางจำเลยอุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ฎีกาศาลฎีกาเห็นว่า ในปัญหาที่ว่าการที่โจทก์มิได้บรรยายมาในคำฟ้องว่าได้มีการปฏิบัติตามมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 นั้น ศาลฎีกาได้วินิจฉัยโดยที่ประชุมใหญ่ว่า ข้อกำหนดแห่งมาตรา 5 เป็นเพียงกำหนดวิธีการให้พนักงานเจ้าหน้าที่กระทำในการประกาศให้ทราบถึงพระราชกฤษฎีกาเท่านั้น ไม่ใช่บทบังคับอันเป็นองค์ประกอบความผิด โจทก์จึงไม่ต้องระบุในฟ้องว่าได้มีการปิดประกาศพระราชกฤษฎีกาดังกำหนดไว้ในมาตรา 5 แล้วแต่ประการใดฟ้องของโจกท์สมบูรณ์แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องเพราะขาดองค์ประกอบความผิดนั้นไม่ชอบเรื่องนี้จำเลยมีไม้สักแปรรูป จำนวน 0.53 เมตรลูกบาศก์ไว้โดยมิได้รับอนุญาตนับว่าเป็นการกระทำผิดต่อพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 มาตรา 48, 73 และพระราชบัญญัติป่าไม้ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2494 มาตรา 17 ไม้ที่จำเลยมีไว้ทั้งหมดย่อมมีส่วนก่อให้เกิดความผิด จึงต้องถูกริบทั้งจำนวนพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น