Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 760/2510

พ.ศ. 2510 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

จำเลยฎีกาขอให้สั่งงดการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดจากจำเลย โดยอ้างว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกโจทก์นำยึดจะขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล เป็นที่ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งได้มีประกาศห้ามทำการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในเขตส่วนกว้างของแนวทางหลวงหนึ่งพันเมตร โดยการขาย แลกเปลี่ยน ให้ หรือโดยประการอื่น ฯลฯ นั้น ถือว่า แม้ที่ดินจะตกอยู่ภายใต้พระราชกฤษฎีกาตามที่จำเลยอ้าง แต่ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. 2482 มาตรา 57 ซึ่งบัญญัติให้นำมาตรา 46 มาใช้บังคับในกรณีนี้โดยอนุโลม ก็ได้บัญญัติโดยมีข้อยกเว้นไว้ว่าถ้าได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ย่อมจำหน่ายจ่ายโอนกันได้ มิให้บังคับไว้เด็ดขาด และกรณีเช่นนี้ จำเลยก็ไม่มีสิทธิ์จะร้องขอให้งดการขาย เพราะเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ตกอยู่ในบังคับที่เจ้าหนี้มีสิทธิ์จะขอให้ยึดมาใช้หนี้ได้ ทั้งเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องดำเนินการบังคับคดี

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์จำเลยที่ ๒ เพื่อใช้หนี้ตามคำพิพากษาและศาลได้สั่งให้ขายทอดตลาดแล้ว

จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้งดการขายทอดตลาดไว้ก่อน และให้โจทก์จัดเอาจากทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ โดยเหตุผลว่า ทรัพย์ที่ถูกยึดเป็นทรัพย์ที่จำเลยที่ ๒ จำนองไว้ และเป็นทรัพย์ที่อยู่ในเขตพระราชกฤษฎีกา ซึ่งห้ามขายจำนองไว้ โจทก์ยื่นคำแถลงคัดค้าน ศาลชั้นต้นสอบจำเลยที่ ๒ ถึงทรัพย์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๒ ไม่อาจยืนยันได้ว่ามี โจทก์แถลงว่าไม่มี จึงมีคำสั่งว่า จำเลยทั้งสองเป็นหนี้ร่วมกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำไว้ โจทก์มีสิทธิ์ยึดทรัพย์ของจำเลยที่ ๒ ในเรื่องทรัพย์ติดจำนองก็อาจขายโดยภาระจำนองติดไปหรือขายโดยปลอดจำนองได้ ส่วนเรื่องการห้ามโอนไม่มีปัญหาในชั้นนี้ ให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๒ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน

ศาลฎีกาวินิจฉัย

จำเลยฎีกา

ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาขอให้สั่งงดการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดจากจำเลย โดยอ้างว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกโจทก์นำยึดจะขายทอดตลาดตามคำสั่งศาล เป็นที่ซึ่งอยู่ภายใต้บังคับของพระราชกฤษฎีกากำหนดแนวทางหลวงที่จะสร้างทางหลวงแผ่นดินซึ่งได้มีประกาศห้ามทำการจำหน่ายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ภายในเขตส่วนกว้างของแนวทางหลวงหนึ่งพันเมตร โดยการขาย แลกเปลี่ยน ให้ หรือโดยประการอื่น ฯลฯ นั้น ถือว่า แม้ที่ดินจะตกอยู่ภายใต้พระราชกฤษฎีกาตามที่จำเลยอ้าง แต่ตามพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๔๘๒ มาตรา ๕๗ ซึ่งได้บัญญัติให้นำมาตรา ๔๖ มาใช้บังคับในกรณีนี้โดยอนุโลม ก็ได้บัญญัติโดยมีข้อยกเว้นไว้ว่าถ้าได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้าหน้าที่แล้วก็ย่อมจำหน่ายจ่ายโอนกันได้

มิได้บังคับไว้เด็ดขาด และกรณีเช่นนี้ จำเลยก็ไม่มีสิทธิ์จะร้องขอให้งดการขาย เพราะเป็นทรัพย์ของจำเลยที่ตกอยู่ในบังคับที่เจ้าหนี้มีสิทธิจะขอให้ยึดมาใช้หนี้ได้ ทั้งเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีจะต้องดำเนินการบังคับคดี ส่วนปัญหาที่จำเลยฎีกามาในข้ออื่นมิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยจะมาร้องขอให้งดการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดนี้ไว้ได้

Result

พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.

Matter details

Panel of judges
อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์
Lower court
ศาลจังหวัดกระบี่ - นายพิศิษฏ์ เทศะบำรุง
ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up