Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 7604/2543

พ.ศ. 2543 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

คำขอให้พิจารณาใหม่นั้น คู่ความจะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุที่ขาดนัดข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล และเหตุแห่งการยื่นคำขอล่าช้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้าย (เดิม) คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยกล่าวแต่เพียงว่า จำเลยเพิ่งพบคำบังคับ โดยไม่ทราบมาก่อนว่าถูกฟ้อง สอบถามคนในบ้านได้ความว่าเก็บคำบังคับแล้วลืมนำมาให้จำเลย ส่วนหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่มีผู้ใดทราบ หากทราบจำเลยจะต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดี จำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ได้ เนื่องจากจำเลยมิได้ผิดนัดชำระหนี้ต่อโจทก์ข้อความในคำขอดังกล่าวไม่ได้กล่าวแสดงเหตุละเอียดและชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบหรือไม่ถูกต้องในส่วนใดอย่างไร ทั้งไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งว่า หากพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างจากที่ได้พิพากษาไปแล้วจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้าย (เดิม) คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยไม่ชอบด้วย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้าย (เดิม) กรณีต้องยกคำร้องอยู่แล้ว แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยฎีกาของจำเลยให้ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดี ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยชำระหนี้เงินกู้และดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน 1,249,343.87 บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ19 ต่อปีในต้นเงิน 1,099,828.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย 2 ปี ต่อหนึ่งครั้ง ครั้งละ 2,528 บาทเริ่มชำระวันที่ 31 มีนาคม 2542 และต่อไปทุก 2 ปี จนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ ถ้าจำเลยไม่ชำระหรือชำระไม่ครบให้ยึดทรัพย์จำนองพร้อมสิ่งปลูกสร้างขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้หากไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณาให้พิจารณาคดีไปฝ่ายเดียวและพิพากษาให้จำเลยชำระเงินจำนวน 1,249,343.87 บาท

พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 19 ต่อปีในต้นเงิน 1,099,828.48 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยชำระค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยแก่โจทก์ทุก 2 ปีต่อหนึ่งครั้ง ครั้งละ 2,528 บาท เริ่มชำระวันที่ 31 มีนาคม 2542เป็นต้นไปและต่อไปทุก 2 ปี จนกว่าชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ หากจำเลยไม่ชำระให้ยึดทรัพย์จำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้ หากได้เงินไม่พอให้ยึดทรัพย์สินอื่นของจำเลยออกขายทอดตลาดนำเงินชำระหนี้แก่โจทก์จนครบจำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ว่า แม้มีการปิดคำบังคับในวันที่ 17 ตุลาคม 2541 แต่จำเลยพบคำบังคับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม2541 จึงทราบว่าโจทก์ฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ จำเลยสอบถามคนในบ้านได้ความว่าได้เก็บคำบังคับแล้วลืมนำมาให้จำเลย ส่วนหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องของโจทก์ไม่มีผู้ใดทราบ หากจำเลยทราบว่าถูกฟ้องจำเลยต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดีจำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ได้เนื่องจากจำเลยมิได้ผิดนัดชำระหนี้ต่อโจทก์ศาลชั้นต้นตรวจคำร้องแล้วเห็นว่า

จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ พ้นกำหนด 15 วัน นับแต่วันส่งคำบังคับให้จำเลย ที่จำเลยอ้างว่าเพิ่งทราบคำบังคับเนื่องจากคนในบ้านเก็บและลืมนำคำบังคับมามอบให้จำเลยถือไม่ได้ว่าเป็นพฤติการณ์นอกเหนือไม่อาจบังคับได้อันจะมีเหตุให้จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่เกินกำหนด 15 วัน จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องจำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ทั้งหมดแก่จำเลยจำเลยฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ศาลฎีกาวินิจฉัย

ที่จำเลยฎีกาว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 6 ยกอุทธรณ์ของจำเลยโดยเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยเป็นข้อที่ไม่ได้ว่ากล่าวกันมาแล้วในศาลชั้นต้นเป็นการไม่ชอบและคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยระบุเหตุแห่งการยื่นคำร้องขอล่าช้าไว้แล้ว ศาลชั้นต้นจึงไม่อาจยกคำร้องของจำเลยโดยไม่ทำการไต่สวนก่อน นั้นเห็นว่า คำขอให้พิจารณาใหม่นั้นคู่ความจะต้องกล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งถึงเหตุที่ขาดนัดข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาล และเหตุแห่งการยื่นคำขอล่าช้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 208 วรรคท้าย (เดิม) ปรากฏว่า คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยกล่าวแต่เพียงว่า จำเลยเพิ่งพบคำบังคับเมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2541 โดยไม่ทราบมาก่อนว่าถูกฟ้อง สอบถามคนในบ้านได้ความว่า

เก็บคำบังคับแล้ว ลืมนำมาให้จำเลย ส่วนหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องไม่มีผู้ใดทราบ หากทราบจำเลยจะต้องยื่นคำให้การต่อสู้คดี จำเลยมีทางชนะคดีโจทก์ได้ เนื่องจากจำเลยมิได้ผิดนัดชำระหนี้ต่อโจทก์ ข้อความในคำขอดังกล่าวปรากฏชัดแจ้งแล้วว่าไม่ได้กล่าวแสดงเหตุละเอียดและชัดแจ้งซึ่งข้อคัดค้านคำตัดสินชี้ขาดของศาลชั้นต้นว่า คำพิพากษาของศาลชั้นต้นไม่ชอบ หรือไม่ถูกต้องในส่วนใดอย่างไร ทั้งไม่มีเหตุผลหรือหลักฐานอ้างอิงที่จะแสดงให้เห็นได้ชัดแจ้งว่า หากพิจารณาใหม่แล้ว ศาลอาจพิพากษาให้ผิดแผกแตกต่างจากที่ได้พิพากษาไปแล้ว คำขอให้พิจารณาใหม่ของจำเลยจึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 208 วรรคท้าย (เดิม)กรณีต้องยกคำร้องขอพิจารณาคดีใหม่ของจำเลยอยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้แม้ศาลฎีกาจะวินิจฉัยปัญหาตามฎีกาของจำเลยให้ก็ไม่เป็นประโยชน์แก่คดีแต่อย่างใด ฎีกาของจำเลยจึงไม่เป็นสาระแก่คดีอันควรได้รับการวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 249พิพากษายกฎีกาของจำเลย คืนค่าธรรมเนียมชั้นฎีกาแก่จำเลย

Matter details

Panel of judges
ณรงค์ศักดิ์ วิจิตรสาระวงศ์ · จำรูญ แสนภักดี · วสันต์ ตรีสุวรรณ
Source
กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 4847/2545

หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้ว จำเลยยื่นคำร้องขอให้พิจารณาใหม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่าพฤติการณ์ตามคำร้องยังไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะอนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ ให้ยกคำร้อง ค่าคำร้องเป็นพับ จำเลยยื่นอุทธรณ์ค…

Supreme Court Judgment No. 9452/2544

ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้ครบถ้วนชัดแจ้งแล้วว่า แม้จำเลยจะอ้างในคำร้องขอพิจารณาใหม่ว่า จำเลยไปประกอบธุรกิจต่างจังหวัดเป็นเวลาปีเศษ ไม่ทราบว่าถูกฟ้อง อันแสดงว่าจำเลยได้อ้างเหตุที่ไม่อาจยื่นคำร้องขอให้พิจ…

Supreme Court Judgment No. 1937/2539

คำสั่งศาลชั้นต้นที่อนุญาตให้พิจารณาคดีใหม่ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา208เป็นคำสั่งภายหลังเมื่อศาลได้พิพากษาคดีแล้วจึงไม่เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาเมื่อโจทก์มิได้อุทธรณ์คำสั่งดังกล่าวภายใน1เด…

Supreme Court Judgment No. 177/2538

คำร้องขอพิจารณาใหม่ที่ยื่นมานั้นถ้าศาลพิจารณาคำร้องแล้วเห็นว่าเป็นคำร้องที่ไม่กล่าวโดยละเอียดชัดแจ้งซึ่งสาเหตุที่ขาดนัดและข้อคัดค้านคำชี้ขาดตัดสินของศาลตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา208วรรคสอ…

Supreme Court Judgment No. 6114/2538

ผู้ร้องไม่มาศาลในวันนัดสืบพยานผู้ร้องชั้นร้องขัดทรัพย์ศาลชั้นต้นถือว่าผู้ร้องไม่มีพยานมาสืบ ให้ยกคำร้อง การที่ผู้ร้องอุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นโดยอ้างว่ามิได้มีเจตนาที่จะไม่ไปศาลตามกำหนดนัดและได้มอบฉันทะ…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up