คำฟ้องและคำให้การ
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดนัดไม่ชำระค่าเช่าเกินกว่า ๒ คราวติด ๆ กันและให้จำเลยที่ ๒ เข้าอยู่อาศัยในที่เช่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว กับให้ชำระค่าเช่าที่ค้าง จำเลยทั้สองก็ไม่ยอมออกจากที่เช่าและไม่ชำระค่าเช่าขอให้ศาลขับไล่จำเลย ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและใช้ค่าเสียหาย ก่อนยื่นคำให้การ โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ศาลอนุญาต จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การศาลสั่งขาดนัดยื่นคำให้การและนัดพิจารณาสืบพยานต่อไป ในวันนัดพิจารณา จำเลยที่ ๑ ขอยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตสืบพยานแล้วพิพากษาให้ขับไล่จำเลยให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างกับค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์
คำพิพากษาศาลล่าง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑ ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัย
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาขอยื่นคำให้การแก้คดีโจทก์เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมนั้น เมื่อศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ยื่นคำให้การอนุญาตให้จำเลยที่ ๑ ก็มิได้โต้แย้งคำสั่ง กลับอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์เห็นว่าเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณา ต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๒๖(๑) พิพากษายกอุทธรณ์ของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ก็มิได้ฎีกา ปัญหาเรื่องขอยื่นคำให้การจึงยุติแล้ว จะยกขึ้นฎีกาอีกไม่ได้ ปัญหาเรื่องค่าเช่าที่ค้างชำระตามที่โจทก์นำสืบปรากฏว่า ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาต่างกับฟ้อง ต้องยกฟ้องนั้น เห็นว่า เป็นเรื่องที่โจทก์นำสืบหลักฐานได้น้อยไปกว่าที่ฟ้องไว้เท่านั้นเอง ไม่ถึงกับทำให้อำนาจฟ้องโจทก์ไม่เกิดขึ้น เพียงเท่านี้จะยกฟ้องโจทก์เสียเพราะเหตุมูลคดีที่ฟ้องไม่มี หาได้ไม่
ที่จำเลยฎีกาว่า เจ้าหน้าที่โจทก์ออกใบเสร็จรับเงินค่าเช่าหลังจากโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว แสดงว่าโจทก์ยังผูกพันตามสัญญาเช่าอยู่ เห็นว่า เจ้าหน้าที่ของโจทก์ด้วยความผิดพลาด ได้ออกใบเสร็จรับเงินโดยรวมเรียกค่าเสียหายเป็นค่าเช่าด้วยนั้น จะถือว่าสัญญายังคงมีผูกพันอยู่ตอกันย่อมไม่ได้ เพราะสัญญาระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ได้ระงับไปตั้งแต่โจทก์บอกกล่าวเลิกสัญญาแล้ว นับแต่นั้นมาจำเลยได้ชื่อว่าอยู่โดยละเมิดสิทธิโจทก์ นิติสัมพันธ์ทางสัญญาเช่าย่อมไม่เกิดขึ้นใหม่อีก
Result
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลยที่ ๑