Loading...
Kotmai Kotmai
Secondary Logo Secondary Logo
Kotmai Kotmai
Kotmai Kotmai
Home
Secondary Logo Secondary Logo
Forgot password?
สลับบัญชีตัวอย่าง โหมดสาธิต · ไม่ต้องใช้รหัสผ่าน

Supreme Court Judgment No. 761/2533

พ.ศ. 2533 ศาลฎีกา

Legal principle (summary)

การแจ้งความเท็จอันจะเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 172,173ประกอบมาตรา 174 วรรคสอง ต้องเป็นข้อความเท็จที่เกี่ยวกับความผิดอาญา โดยคำฟ้องต้องบรรยายให้ได้ความว่า จำเลยแจ้งความเท็จกล่าวหาว่าโจทก์กระทำความผิดในทางอาญาฐานใดฐานหนึ่งด้วยการที่โจทก์กล่าวในฟ้องเพียงว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันให้จำเลยที่ 4 ที่ที่ 6 นำข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาไปแจ้งแก่จำเลยที่ 1 ว่า โจทก์ทั้งสองหลอกลวงเอาเงินของจำเลยที่ 5 ที่ 6 ไปโดยไม่ได้ความว่าหลอกลวงอย่างไรและการหลอกลวงนั้นเป็นการกระทำที่เป็นความผิดในทางอาญาหรือไม่ เช่นนี้จึงเป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิดไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5) การบรรยายฟ้องโดยเพียงหยิบยกเอาถ้อยคำของกฎหมายในแต่ละมาตรามาบรรยายเพื่อให้ครบองค์ประกอบความผิดเท่านั้น มิได้กล่าวถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดและไม่มีข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดเกี่ยวกับเวลา และสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆรวมทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158(5).

Provisions the court ruled on

คำฟ้องและคำให้การ

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137,148, 157, 172, 173, 174, 309, 310, 337, 83 และ 91ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ที่ 1 ที่ 2 อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า อุทธรณ์โจทก์ในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 137, 172 ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จึงไม่รับวินิจฉัยส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 162, 173, 174, 309,310 และ 337 นั้น ฟ้องโจทก์มิได้บรรยายแยกกระทงเรียงเป็นลำดับกันไป ข้อหาบางข้อบรรยายไม่ครบองค์ประกอบความผิด เป็นฟ้องเคลือบคลุมและไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา158(5), 160 คดีโจทก์จึงไม่มีมูล

พิพากษายืนโจทก์ที่ 1 ที่ 2 ฎีกาศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 162 มานั้น เห็นว่า โจทก์ได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 16 มิถุนายน2529 และวันที่ 16 ตุลาคม 2529 ขอแก้ไขคำฟ้องโดยขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 148, 157, 172, 173, 174, 309,310 และ 337 เท่านั้น มิได้ขอให้ลงโทษตามมาตรา 162 ด้วย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ในข้อหาดังกล่าวจึงเป็นการพิพากษาเกินคำขอ ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาโจทก์ในข้อหานี้มาด้วย จึงเป็นการไม่ชอบ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยในข้อหาฐานแจ้งความเท็จตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137, 172,173, 174 นั้น มีปัญหาเฉพาะความผิดตามมาตรา 137 ตามฎีกาโจทก์ว่าอุทธรณ์ของโจทก์เกี่ยวกับข้อหาดังกล่าวเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงหรือไม่ เห็นว่า

คำพิพากษาศาลล่าง

ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 5 ได้แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานอันเป็นการยกฟ้องโดยอาศัยข้อเท็จจริง

โจทก์อุทธรณ์ว่า พยานหลักฐานโจทก์ฟังได้ว่าจำเลยที่ 5ที่ 6 แจ้งความเท็จ จึงเป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐานของศาลซึ่งเป็นปัญหาข้อเท็จจริง ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับอุทธรณ์โจทก์ในข้อหาดังกล่าวโดยวินิจฉัยว่า ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 193 ทวิ จึงชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อหาตามมาตรา 172 เห็นว่า โจทก์ฟ้องข้อหาแจ้งความเท็จขอให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา 172 ประกอบด้วยเหตุฉกรรจ์ตามมาตรา 174 วรรคสอง ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท จึงไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงซึ่งมีผลทำให้ความผิดฐานแจ้งความเท็จตามมาตรา 172 ไม่ต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วย

ดังนั้น ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์โจทก์ในส่วนนี้จึงไม่ถูกต้อง ฎีกาโจทก์ส่วนนี้ฟังขึ้น อย่างไรก็ตามศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยข้อกฎหมายรวมกันไปทีเดียวว่า ฟ้องโจทก์เกี่ยวกับข้อหาตามมาตรา 172, 173 ประกอบมาตรา 174 วรรคสอง เป็นฟ้องที่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า การแจ้งความเท็จอันจะเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าวต้องเป็นข้อความเท็จที่เกี่ยวกับความผิดอาญา โดยคำฟ้องต้องบรรยายให้ได้ความว่า จำเลยแจ้งความเท็จกล่าวหาว่าโจทก์กระทำความผิดในทางอาญาฐานใดฐานหนึ่งด้วย การที่โจทก์กล่าวในฟ้องเพียงว่า จำเลยทั้งหกร่วมกันให้จำเลยที่ 4 ที่ 5 ที่ 6 นำข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาไปแจ้งแก่จำเลยที่ 1 ว่าโจทก์ทั้งสองหลอกลวงเอาเงินของจำเลยที่ 5 ที่ 6 ไป โดยไม่ได้ความว่าหลอกลวงอย่างไร และการหลอกลวงนั้นเป็นการกระทำที่เป็นความผิดในทางอาญาหรือไม่ เช่นนี้จึงเป็นฟ้องที่ขาดองค์ประกอบความผิดไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ฎีกาโจทก์ในข้อหาฐานแจ้งความเท็จฟังไม่ขึ้นในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 157, 309, 310 และ337

ศาลฎีกาวินิจฉัย

มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์ว่า ฟ้องโจทก์ในข้อหาดังกล่าวเป็นฟ้องเคลือบคลุมหรือไม่ สำหรับข้อหาตามมาตรา 148, 309 และ 337โจทก์กล่าวในฟ้องมีใจความว่า จำเลยที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจหรือจูงใจให้โจทก์ทั้งสองมอบให้หรือหามาให้ซึ่งเงินจำนวน 20,000 บาทแก่ตนและแก่จำเลยที่ 4 ถึงที่ 6 และใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบข่มขืนใจโจทก์ทั้งสองให้ทำสัญญายอมใช้เงินจำนวน 17,000 บาท ถ้าโจทก์ทั้งสองไม่กระทำจะเกิดอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ฯลฯ จนโจทก์ทั้งสองต้องยอมทำสัญญาและหาเงินจำนวนดังกล่าวให้จำเลยทั้งหก เห็นว่า ฟ้องโจทก์กล่าวแต่เพียงว่า จำเลยข่มขืนใจหรือจูงใจโจทก์ทั้งสองให้มอบให้หรือหามาให้ซึ่งเงินจำนวน20,000 บาท และให้ทำสัญญายอมใช้เงินจำนวน 17,000 บาท แต่จำเลยได้กระทำการอย่างไรที่เรียกว่าเป็นการข่มขืนใจหรือจูงใจให้กระทำการดังกล่าวนั้น

โจทก์ไม่ได้บรรยายมาในฟ้องเลยในข้อหาตามมาตรา 310โจทก์กล่าวในฟ้องเพียงว่า จำเลยกักขังหน่วงเหนี่ยวโจทก์ทั้งสองไว้ทำให้โจทก์ทั้งสองปราศจากเสรีภาพในร่างกาย โดยมิได้บรรยายว่าจำเลยกระทำการอย่างไรบ้างที่เป็นการหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังโจทก์ ส่วนข้อหาตามมาตรา 157 โจทก์กล่าวในฟ้องว่า จำเลยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ทั้งสองโดยมิได้บรรยายว่า จำเลยกระทำการอย่างไรอันเป็นการแสดงว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ฟ้องโจทก์ทุกข้อหาดังกล่าวข้างต้นจึงเป็นเพียงหยิบยกเอาถ้อยคำของกฎหมายในแต่ละมาตรามาบรรยายเพื่อให้ครบองค์ประกอบความผิดเท่านั้น

มิได้กล่าวถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยได้กระทำผิดและไม่มีข้อเท็จจริงหรือรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งเกิดการกระทำนั้น ๆ รวมทั้งบุคคลหรือสิ่งของที่เกี่ยวข้องด้วยพอสมควรที่จะให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี จึงเป็นฟ้องที่ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)..."

Result

พิพากษายืน.

Matter details

Panel of judges
ถาวร ตันตราภรณ์ · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
Source
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการแผนก
Facing a similar situation?
Describe your situation for a free initial check, or consult a lawyer who will look at your own facts.

Judgments on the same provisions

Supreme Court Judgment No. 1543/2568

ฟ้องโจทก์ทั้งสองเดิมบรรยายว่า จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ด้วยการเบิกถอนเงิน จากบัญชีเงินฝากที่เปิดไว้ในนามผู้จัดการมรดกเพียงรายการเดียว 2,000,000 บาท โอนเข้าบัญชีเงินฝากส่วนตัวของจำเลยโดยท…

Supreme Court Judgment No. 1044/2568

โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดเจนแล้วว่าจำเลยที่ 1 เป็นบุคคลคนเดียวกันกับจำเลยที่ 2 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของศาลจังหวัดเวียงสระ และจำเลยที่ 7 เป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีหมายเลขดำที่ คม 1/2564 ของ…

Supreme Court Judgment No. 980/2567

สำหรับความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ โจทก์บรรยายฟ้องว่าเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2565 เวลากลางวัน จำเลยทั้งยี่สิบร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมา…

Supreme Court Judgment No. 429/2567

การกระทำความผิดฐานรับของโจรผู้กระทำไม่จำต้องรับทรัพย์ของกลางไว้ในความครอบครองของตนเอง เพียงแต่ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใดซึ่งทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำคว…

Supreme Court Judgment No. 298/2567

แม้อุทธรณ์ของโจทก์จะเป็นการขอให้ศาลวินิจฉัยในปัญหาข้อกฎหมายว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ แต่ก่อนที่ศาลจะวินิจฉัยในประเด็นดังกล่าวได้นั้น ศาลจำต้องวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงเสียก่อนว่า ตราที่โจทก์ประทับใน…

Judgments are provided for research. Every case turns on its own facts and this is not legal advice for your matter; the authoritative version is the Supreme Court's.

Contact Us
Choose a channel

Welcome 👋
Fill in your details so our team can follow up